คลิปพี่สาวเข็นรถปล่อยน้องชายไถลลงทางลาดยืนดูน้องกลิ้งคะมำไปกับพื้น

ชาวออนไลน์ แชร์ว่อนคลิปพี่สาวเข็นรถเข็นน้องชายจากที่สูงปล่อยลงทางลาด จนรถไถลลงที่พื้นต่างระดับด้านล่างอย่างรวดเร็ว น้องชายรถล้มหัวคะมำ เจ้าตัวยืนดูผลงานหน้าตาเฉย

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานเรื่องราว หลังมีคลิปวิดีโอที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องราวของพี่น้องคู่หนึ่ง โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ในคลิป เกิดขึ้นที่ประเทศจีน

ทั้งนี้เนื้อหาในคลิปจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่าเด็กผู้หญิงวัยประมาณ 5-7 ขวบ ได้เข็นรถเข็นเด็ก ที่มีน้องชายของตัวเองนั่งมาในรถด้วยมาที่ทางลาด ไปสู่พื้นต่างระดับที่ต่ำลง จากนั้นได้ปล่อยให้รถเข็นแล่นลงไปสู่พื้นด้านล่าง ทำให้ผู้เป็นน้องที่นั่งมาในรถ ล้มคะมำ แม้ว่าแม่ของเด็กจะออกมาเห็นเหตุการณ์ได้ทันและพยายามจะวิ่งไปช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยได้ทัน

อย่างไรก็ตาม แม้เด็กชาย ผู้เป็นน้องจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงใด ๆ แต่สื่อท้องถิ่นต่างตีความถึงแรงจูงใจของเด็กผู้หญิงรายนี้ ที่น่าจะพยายามกลั่นแกล้งน้องชาย เพราะความอิจฉา

ชมคลิปที่มา metro.co.uk

อัยการปรเมศวร์ เผย ‘ชีวิตน้องๆ สำคัญกว่ากฎหมาย’ ปม ‘ศรีวราห์’ เตือนจนท.

อัยการปรเมศวร์ เผย ‘ชีวิตน้องๆ สำคัญกว่ากฎหมาย’ ปม ‘ศรีวราห์’ เตือนเจ้าหน้าที่เจาะถ้ำระบายน้ำ

จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เข้ามาตรวจการทำงานของทีมช่วยเหลือ 13 ชีวิต ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีการเตือนเจ้าหน้าที่เรื่องเจาะถ้ำต้องอาศัยอำนาจตามกฏหมาย จะเจาะในพื้นที่อุทยาน ถ้าเที่ยวทำเพลิดเพลินให้ดูข้อกฏหมายด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว >> ถล่มยับ! คลิป ‘ศรีวราห์’ เตือนทีมช่วย 13 ชีวิต ให้ดูกฎหมายด้วย หลังวางแผนเจาะถ้ำระบายน้ำ)

ล่าสุด (29 มิ.ย. 61) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อกฎหมายในเรื่องนี้ว่า

การเจาะถ้ำหรือกระทำการอื่นใดในเขตอุทยานหรือป่าไม้ แม้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยาน หรือ พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ถ้ากระทำเพื่อช่วย 13 ชีวิต ก็เป็นการกระทำความผิดด้วย “ความจำเป็น” เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้

เมื่อภยันตรายนั้นตนไม่ได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแต่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้อง รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ครับ ทุกท่านที่กำลังช่วยน้องๆ ทำไปเถอะครับ ไม่ต้องดูหรอกว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร ชีวิตน้องๆ เหล่านั้นสำคัญกว่ามาบังคับใช้กฎหมายในยามนี้

จีนประกาศจำกัดค่าตัวดารา-ปรามเลี่ยงภาษี

รัฐบาลจีนประกาศการจำกัดค่าตัวนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยระบุว่า ต้องการปราบปรามการเลี่ยงภาษี

รัฐบาลจีนประกาศกฎการกำหนดค่าตัวนักแสดงครั้งใหม่โดยระบุว่า ต้องการปราบปรามการหลบเลี่ยงภาษี แจ้งรายได้ที่ไม่เป็นจริง และยับยั้งการจ่ายเงินอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งยับยั้งการอ้างอิงถึงการจ้างงานภายใต้สัญญาปลอม โดยรัฐบาลจีนระบุว่า พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนต์จีนเสียหายมากถึง 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 285,000 ล้านบาท

กฎใหม่นี้ นักแสดงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์จะได้รับค่าตัวไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณโปรดักชั่นทั้งหมด ขณะเดียวกันผู้ที่รับบทเป็นนักแสดงนำจะได้รับค่าตัวไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ของค่าตัวนักแสดงทั้งหมดในเรื่องนั้น

แถลงการณ์ร่วมของหน่วยงานรัฐบาลจีน 5 แห่ง รวมถึงสำนักงานประชาสัมพันธ์ประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีน กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และหน่วยงานด้านการควบคุมสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ไม่ได้ระบุว่าเหตุใดรัฐบาลจีนจึงออกประกาศเรื่องดังกล่าวในขณะนี้ แต่ระบุว่า ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่การบูชาเงิน ทำให้เยาวชนชื่นชมคนดังจนไม่ลืมหูลืมตา และบิดเบือนคุณค่าทางสังคม โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดว่า การจำกัดค่าตัวถูกบังคับใช้อย่างไร

การประกาศครั้งนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวเมื่อเดือนพฤษภาคม เมื่อนายชุ่ย หยงหยวน พิธีกรรายการโทรทัศน์ โพสต์ข้อความว่า สัญญาจ้างที่ “ฟ่าน ปิงปิง” ดาราหญิงชื่อดังของจีน ได้เซ็นนั้นมีมูลค่ากว่า 51 ล้านบาท ตามมาด้วยโพสต์ที่ระบุว่า คนดังหลายคนได้เซ็นสัญญา 2 ฉบับ ที่มักเรียกว่า “สัญญาหยินและหยาง” และมักแจ้งทางการด้วยตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเขาพูดถึงฟ่านปิงปิง

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ออกมาประกาศว่าจะตรวจสอบการเลี่ยงภาษีของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ เนื่องจากมีดาราดังเซ็นสัญญาจ้างงานปลอม