สรุปสถานการณ์ [รอบเช้า] ช่วยเด็ก 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง (29 มิ.ย. 2561)

รวมเหตุการณ์สำคัญในภารกิจช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ช่วงเช้า)

ภารกิจปฏิบัติการกู้ชีพนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 7 แล้ว หลังจากที่กลุ่มเด็กๆ  และโค้ชได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา  ซึ่งในวันนี้ (29 มิ.ย. 2561) ทีมงานก็ยังคงเดินหน้าทำทุกวิถีทางเพื่อจะช่วงพวกเขากลับออกมาให้ได้

06.10 น. แม้ว่าฝนหยุดไปแล้ว แต่สภาพอากาศยังไม่น่าไว้ใจ เมฆยังคงปกคลุมยอดเขาแบบเดียวกับเมื่อวาน  (28 มิ.ย.) ซึ่งทีมงานได้แต่ภาวนาขออย่าให้ฝนตกเพิ่มอีก ส่งผลทำให้ระดับน้ำในถ้ำยังคงมีน้ำไหลเอ่อมาด้านหน้าถ้ำ ซึ่งทีมสูบน้ำยังคงสูบกันต่อเนื่อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วนแผนการสำรวจโพรง-ปล่องถ้ำ ซึ่งจะมีการการใช้ฮ.บินขึ้นนั้น ยังทำไม่ได้เพราะสภาพอากาศมีเมฆปกคลุมหนาแน่น คงต้องรอต่อไปกว่าฟ้าจะเปิดถึงจะดำเนินการได้ เบื้องต้นต้องใช้แผน 2 คือเดินเท้าสำรวจเช่นเดิม ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์อากาศว่า   บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

06.30 น การเจาะบ่อบาดาลหยุดพัก ไม่ได้เจาะต่อเนื่องจากการเจาะรอบแรกนั้นมีน้ำออกมาจริง แต่ทีมเจาะเชื่อว่า ไม่ใช่จุดเป้าหมาย ปริมาณน้ำไม่น่าจะได้ตามคาด จึงต้องเปลี่ยนการเจาะ เช้านี้ คาดว่าจะมีรถเจาะ จากสมาคมน้ำบาดาลไทย มาสมทบอีก 3 คัน

ขณะที่ระดับน้ำในถ้ำยังคงน่าเป็นห่วงอยู่นะครับ น้ำยังเอ่อมาหน้าปากถ้ำ ทีมสูบก็เร่งดำเนินการกันอยู่ ส่วนแผนวันนี้จะมีการส่งทีมสำรวจ ค้นหาปล่องต่างๆ รอบถ้ำ จำนวน 32 จุด จากการสำรวจเมื่อวาน ปล่องที่ 2 ยังมีความหวัง และคาดว่าคงมีการออกพื้นที่ปฏิบัติการสำรวจเพิ่มเติมจากเมื่อวาน

07.00 น. เครื่องสูบน้ำในถ้ำยังคงเดินเครื่องต่อเนื่อง 7เครื่อง ระดับน้ำยังทรงตัว ที่หน้าปากถ้ำ สภาพอากาศยังครึ้มฟ้าครึ้มฝน แม้ว่าฝนยังไม่ตกลงมาก็ตาม และชุดลาดตระเวนเดินเท้าสำรวจปล่องถ้ำได้ออกเดินเท้าไปอีกหนึ่งชุดซึ่งคาดว่าวันนี้น่าจะมีราวๆ 30 กว่าชุด ภารกิจมุ่งหน้าบนเขาเพื่อค้นหาโพรง ปล่อง หรือช่องอะไรที่มีความเป็นไปได้ในการเข้าถ้ำ

ทีมสำรวจถ้ำหลวง

07.30น. เครื่องขุดเจาะบาดาลมาถึงแล้ว ตรงด้านหน้าถ้ำหลวง รอสรุปแผนและเริ่มดำเนินการ

08.10 น. ชุด EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่ คาดว่า ท่านนายกฯ ใกล้จะเดินทางมาถึงพื้นที่แล้ว ส่วนสภาพอากาศฝนยังไม่ตก แต่ฟ้ายังปิดอยู่ ฮ. ยังขึ้นไม่ได้ ใช้การลาดตระเวนเดินเท้าเป็นหลักก่อน ขณะที่ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ พร้อมขออภัยที่แผนเจาะจุดน้ำบาดาลไม่สำเร็จ ด้านสถานการณ์น้ำในถ้ำดีขึ้น คือสามารถนำน้ำออกได้ ในระดับเดียวกับน้ำไหลเข้า

ส่วนการสแกนมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติอยู่คือ เครื่องจักรมีขนาดใหญ่ ต้องมีการวางไลน์ที่ดี ซึ่งพื้นที่มีต้นไม้ โขดหิน ทำให้การทำงานจริงอาจจะไม่ง่าย เพราะการยกเครื่องขึ้นไปยังมีข้อจำกัดอีกว่า จะใช้อะไรยก เมื่อยกแล้ววางจะขยับไม่ได้ เพราะยากมาก

ขณะเดียวกันมีการชี้แจงถึงกรณีที่มีรถพยาบาลวิ่งหน้าถ้ำและบอกว่าเจอแล้วเป็นเพียงการซ้อมแผนกันเท่านั้น เพื่อเวลาจริงจะได้ไม่พลาด เพราะทุกนาทีมีค่า โดยการซักซ้อมนั่น มีการแบ่ง น้อง 1 คน รถหนึ่งคัน หากอาการน่าเป็นห่วงจะใช้ฮ. ส่งทันที อีกทั้งเพื่อเป็นการจับเวลาว่า รถพยาบาลจะใช้เวลาเท่าไหร่ จอดอย่างไร เพื่อให้จอดได้เร็ว สะดวกการเข้าออกที่สุด

ทั้งนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่จะเจอท่านอยู่หน้างานตลอด ว่า ที่ผมต้องยืนอยู่ตรงนี้ตลอด มันก็เหมือนกับการรบนะครับ ถ้าแม่ทัพไม่ยืนข้างหน้า ใครจะไปช่วยแม่ทัพรบล่ะครับ”

09.00 น. ฝนยังไม่ตก แต่เมฆยังคลุมยอดเขาอยู่ ส่วนทีมดำน้ำวันนี้คาดว่าจะใช้อุปกรณ์ดำน้ำแบบระบบปิด ที่สามารถเอาอากาศที่หายใจออกมาไปฟอกกลับมาใช้ได้อีกต่อเนื่อง

09.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือหน้าถ้ำหลวงแล้ว ด้วยรถเลข ทะเบียน 3237 เพื่อให้กำลังใจครอบครัว และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันค้นหา 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยทันทีที่ไปถึงท่านนายกฯ แวะทักทายทีมพยาบาล ก่อนที่นายกฯ จะเผยว่า “นะ นะ มาเยี่ยม มาเยี่ยม ไม่ต้องรุม มากันเยอะเลย” “อ้าวๆ เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน”

09.55 น. ทีมเจาะพบตาน้ำแล้ว ขณะที่นายกฯเดินไปในถ้ำหลวง เพื่อสอบถามถึงเครื่องเจาะ และการขุดเจาะ ด้วยการกอดคอนายกสมาคมฯ เพื่อให้กำลังและสอบถามถึงการทำงาน

10.06 น. ทีมเจาะได้มีการสอดกล้องลงไปสำรวจภายในบ่อบาดาลที่เจาะไว้ เพื่อเช็คข้อมูลของบ่อบาดาลที่เจาะไว้ ขณะที่ระดับการขุดเจาะลงไปคือ 25 เมตร ซึ่งด้านล่างเป็นหินแข็ง แต่ทีมเจาะยืนยัน เจาะได้แน่นอน และคาดว่า ระดับน้ำเป็นระดับเดียวกับในถ้ำ

10.12 น. แดดออกแล้ว ซึ่งหวังว่า ฝนจะหายและแดดจะออกต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ในการสำรวจปล่องถ้ำ

ข้อความที่ส่งไปในกล่องอาหาร

10.20 น. นายกฯ สมาคมน้ำบาดาลไทยกล่าวว่า “ถ้าหาน้องทั้ง 13 คนไม่สำเร็จ เมียไม่ให้เข้าบ้าน” ส่วนการเจาะตอนนี้หยุดพักเพื่อรอปลอกสำหรับใช้เจาะ ซึ่งตอนนี้เจาะไปแล้ว 34 ม. พบน้ำที่ระดับ 25 ม. ส่วนระดับที่คาดว่าจะดำเนินการเจาะลงไปคือ 70-100 ม.

ขณะที่ทีมงานภายในถ้ำ กำลังรายงานข้อมูลให้กับท่านนายกฯ ทราบ ซึ่งไม่แน่ใจว่า รายละเอียดมีอะไรบ้าง ท่านนายกฯ อ่านอยู่ ส่วนสถานการณ์น้ำลดลงมาแล้ว และ ฮ. ได้บินขึ้นแล้ว สถานการณ์โดยรวมค่อนข้างดี

10.30 น. รถสนับสนุนการขุดเจาะมาถึงแล้วนะครับ กำลังเตรียมเคลียร์ทางให้รถหัวเจาะเข้ามาในจุดเจาะ / พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ฝากขอบคุณทีมงานต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือในการทำงาน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทีมโรยตัวสำรวจ ถึงเป้าหมายที่จุดนัดพบเมื่อราวๆ 10.00 น. คาดว่าตอนนี้น่าจะแยกขึ้นปฏิบัติการแล้ว ทราบว่ามีทางนาวิกของ US ไปด้วย

10.38 น. ท่านนายกฯ นำพระกระแสรับสั่งจากในหลวง ร.10 มาบอกแก่ญาติๆ ที่รอดูภายในเต็นท์ อยากให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดี ขอให้เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ เชื่อมั่นในการทำงาน ใครน้ำกัดเท้าให้ขอยากับทางแพทย์ได้เลย (ตอนนี้แนะนำวิธีการดูแลเท้าอยู่) ส่วนคำถามที่ทางญาติถามนายกฯ ถึงการส่งเสริมทีมฟุตบอลทีมนี้ นั้น นายกฯ เผยว่า “ใครขออะไร ก็อยากจะช่วย แต่ขอให้เค้าออกมาก่อนนะ เชื่อว่าเดี๋ยวก็ออกมาได้”

11.10 น. ตอนนี้ฟ้าเริ่มครึ้มมาอีกครั้ง ทีมงานได้แต่มองแล้วเร่งมือทำงานกันต่อ ปั้นน้ำยังคงทำงานอยู่ ส่วนซีลทีม Stand by อยู่ในถ้ำตั้งแต่เมื่อเช้า ถังออกซิเจนพร้อมตั้งแต่ราวๆ 9.00 น. และมีแจ้งเพิ่มเติมว่า ต้องการขี้ผึ้ง เบอร์ 29A สำหรับใช้รักษา บรรเทาอาการน้ำกัดเท้า รักษาเชื้อรา เน้นใครสามารถส่งได้ที่ อบต. โป่งผา ได้เลย

11.20 น. ทีมตชด. ด้านบนเขา พบโพรงอีกหนึ่งจุด มีความกว้างพอสมควร ประเมินเบื้องต้นลึกราว 70 ม. มีค้างคาวเข้าออก ได้ยินเสียงน้ำ กำลังประสานขอ ฮ. โรยตัวสำรวจ

11.45 น. จนท. นำส่งแผนที่ 1:50000 ให้ทีมซีล ขณะที่ทีมแพทย์เผยแผนการช่วยเหลือทางปล่องถ้ำ โดยเผยว่า มีทีมแพทย์พร้อม 14 ชุด มีฮ. 6 ลำ กรณีเอาออกทางปล่อง จะนำหย่อนลงด้านล่าง แต่ถ้าอาการหนัก จะให้เอาฮ.นำส่งต่อได้ทันที ซึ่งตอนนี้ยังไม่เจอผู้สูญหาย เป็นเพียงการทบทวนความเข้าใจในการปฏิบัติงาน

12.10 น. สภาพอากาศยังคงเอื้ออำนวย มีแดดส่องบ้าง สลับครึ้มบ้าง ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ การสูบน้ำจะได้ผลดีขึ้นอย่างแน่นอน

12.15 น. การสูบน้ำในถ้ำตอนนี้ทำได้ดีขึ้น การสูบน้ำออกได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสายแล้ว รวมเป็นสองสายจากเดิมมีหนึ่งสาย ถ้าสถานการณ์ไม่มีฝน น่าจะเป็นเรื่องดีที่สุดในสองสามวันนี้

12.18 น. ฝนปรอยๆ ลงมาอีกละลอกแล้ว

12.22 น. แดดกลับมาแล้ว ซึ่งตอนนี้สภาวะอากาศค่อนข้างกลับไปกลับมาเร็วมาตามแต่สภาวะเมฆที่ลอย ดังนั้น จะขอรวบรายงานสภาพอากาศเมื่อฝนตกหนัก หรือเปลี่ยนแปลงเยอะๆ แทน ถ้ายังไม่อัพ แสดงว่า ยังคงเดิมอยู่ไม่น่าเป็นห่วง

เกาะติดภารกิจกู้ 13 ชีวิตจากถ้ำหลวงได้ที่นี่   twitter

จับ 18 มงกุฎ อ้างเป็นตำรวจ เปิดบัญชีหลอกรับบริจาคช่วย 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

จับ 18 มงกุฎ อ้างเป็นตำรวจ เปิดบัญชีหลอกขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

จากกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปเที่ยวใน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนพบรถจักรยานและรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ จึงทำการค้นหา จนต้องเรียกหน่วยซีลเข้าช่วย ซึ่งขณะนี้ก้าวเข้าสู่วันที่ 5 ของการค้นหาแล้ว แต่ยังไม่พบตัวผู้สูญหายด้วยอุปสรรคหลายๆ ด้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด (29 มิ.ย. 61) นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอบางปะอิน และ พ.ต.อ ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก. สภ.บางปะอิน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ เข้าจับกุม นายปัญญา เดชา หรือ หลี่ถัง อายุ 37 ปี  ที่บ้านพักเลขที่ 12 หมู่ 6 ต.บางปะแดง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

หลังจากโพสข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ส.ต.ต.หลี่ถัง สุดหล่อ ณ. อยุธยา” เพื่อเชิญชวนให้คนใจบุญบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารของตัวเอง และจะนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย 13 คน ที่ติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

สำหรับ นายปัญญา หรือหลี่ถัง ไม่มีอาชีพเป็นหลักแห่งมีพฤติกรรมชอบแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มักจะเปลี่ยนเฟซบุ๊กบ่อยครั้ง และแสดงภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  โดยอ้างว่าร่วมปฎิบัติหน้าที่อยู่  นอกจากนี้ยัง มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ไฟไหม้แคมป์คนงานบ้านพัก 20 ห้อง บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้แคมป์คนงานภายในซอยสามัคคี 33 ถ.ประชาชื่น-สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี บาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้แคมป์คนงานภายในซอยสามัคคี 33 ถ.ประชาชื่น-สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครนนทบุรี จำนวน 8 คัน มูลนิธิร่วมกตัญญู รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านพักมุงสังกะสีปลูกเป็นห้องแถวกว่า 30 ห้อง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้แต่เพลิงได้ลุกไหม้บ้านพักไป 20 ห้อง โดยมีหญิงสาวคนงานชาวพม่าสำลักควันถูกนำตัวส่ง รพ.ชลประทาน เบื้องต้นอยู่ระหว่างหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป