เปิดมุมมอง กรณีเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม

ยังคงมีเสียงวิจารณ์และข้อสงสัยถึงผลประโยชน์ที่ภาคประชาชนจะได้รับ หลังเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่าจะมีการเพิ่มเพดานเงินสมทบที่เก็บเข้ากองทุนประกันสังคม โดยประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน ยังได้แสดงมุมมองถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงความคิดเห็นของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ว่า มองเรื่องนี้อย่างไร

สำหรับนโยบายการขยายฐานเพดานเงินดือนในการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือน จากฐานเดิม 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป จริงๆแล้วนโยบายนี้ ทางเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน เป็นผู้เสนอให้สำนักงานประกันสังคมเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากมองว่าเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในยามชราภาพ

โดยในปี 2563 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 600 บาท อาจไม่เพียงพอสำหรับบางราย เพราะฉะนั้นจึงคำนึงถึงการเตรียมตัวด้านเงินออมประกันสังคมเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ในยามเกษียณอายุแล้ว

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ยังปรับเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินที่เก็บออมมากขึ้น เช่นการลาป่วยเกิน 30 วัน การถูกเลิกจ้าง เงินชดเชยจาการว่างงาน 180 วัน กรณีทุพพลภาพ กรณีลาคลอดบุตร หรือเงินสงเคราะห์การตาย

ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกันตน มองว่าหากมีการหักเงินเดือนเพื่อเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น แต่แลกมาด้วยสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตาม ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ภาครัฐควรจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบชัดเจน ถึงแม้ว่านโยบายนี้จะยังไม่ได้ประกาศใช้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการสร้างความเข้าใจกับผู้ประกันตนก่อนออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งจากการทำประชาพิจารณ์ 12 ครั้งที่ผ่านมา

พบว่ามีผู้ประกันตนส่วนใหญ่เห็นด้วย ขณะเดียวก็มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มองอาจกระทบกับค่าใช้จ่ายต่อเดือน ซึ่งประธานคปค.เชื่อว่าหากมีการทำความเข้าใจมากขึ้น จะทำให้คนกลุ่มนี้มองเห็นในเรื่องสิทธิประโยชน์มากกว่าผลกระทบได้

ชาวบ้านบางขุนเทียน โวยเหม็นสารพิษปนเปื้อนในดิน

ชาวบ้านย่านบางขุนเทียน ร้องเรียนกลิ่นเหม็นคล้ายสารพิษ จากดินที่ผู้รับเหมานำมาถมที่ ด้านฝ่ายสิ่งแวดล้อม กทม.คาดเป็น “ตะกรันอลูมิเนียม”

สารเคมีอันตรายพื้นที่กว่า 1 ไร่ ในซอยอนามัยงามเจริญ41 ย่านบางขุนเทียน เป็นที่ดินส่วนบุคคล ซึ่งเจ้าของที่ให้ข้อมูลกับทีมข่าว ว่ากำลังจะทำการถมที่ให้สูงขึ้น ก่อนจะปล่อยเช่า จึงได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้นำดินมาถม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่กลับได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ว่ามีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งออกจากพื้นดิน จึงให้ผู้รับเหมาตักดินออกจากพื้นที่ แต่ปัญหาก็ยังไม่ทุเลาลง

ขณะที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร ได้เข้าสำรวจพื้นที่ และเก็บตัวอย่างดินไปตรวจสอบอย่างละเอียด และเบื้องต้น คาดว่ามี “ตะกรันอลูมิเนียม” (Aluminum Dross) ที่เป็นสารเคมีอันตราย ซึ่งเกิดจากกระบวนการหล่อ-หลอมอลูมิเนียม ปนเปื้อนอยู่ในดิน ที่ผู้รับเหมานำมาถมพื้นที่

และเมื่อมีฝนตกลงมา จึงทำปฏิกิริยาบางอย่างกับดิน จนทำให้เกิดกลิ่นเหม็นรุนแรงคล้ายก๊าซไข่เน่า แต่ยังไม่พบว่าปนเปื้อนในแหล่งน้ำใกล้เคียง

ด้านชาวบ้านบางราย ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า หลายคนเริ่มมีอาการแสบตา วิงเวียนศีรษะ แสบจมูกและแสบคอ เนื่องจากสูดดมกลิ่นสารพิษจากที่ดินผืนนี้ ทำให้บางรายต้องย้ายไปพักอาศัยที่อื่นชั่วคราว

สำหรับการแก้ปัญหาเบื้องต้น เจ้าของที่ดินได้นำปูนขาวมาโรย เพื่อปรับสภาพดินชั่วคราว สำหรับช่วยบรรเทามลพิษที่เกิด ส่วนวันนี้ ทางบริษัทกำจัดสารพิษ จะเข้ามาตักดินทั้งหมดไปเข้าสู่กระบวนการทำลาย ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแสนบาท

ทำดีต้องชม! นายกฯ มอบโล่ห์ 8 ฮีโร่เข้าช่วยรถไฟไหม้ ไม่ตอบ ‘สมศักดิ์-สุริยะ’ เดินสายดูด ส.ส.

นายกรัฐมนตรี มอบโล่ห์และของที่ระลึกให้กับ 8 พลเมืองดี ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรถไฟไหม้   แต่ไม่ตอบ  “สมศักดิ์-สุริยะ”เดินสายดูดอดีต ส.ส. ด้าน บิ๊กป้อม เร่งช่วยแก้ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำ 8 คนดี ที่ช่วยเหลือครอบครัวประสบอุบัติเหตุไฟไหม้รถ บริเวณถนนเส้นหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อรับโล่ประกาศเกียรติคุณ และของที่ระลึกในการทำความดีของพวกเขาในครั้งนี้

โดยฮีโร่ทั้ง 8 คน ประกอบด้วย

1. นายจักรพันธ์ จักรแก้ว
ช่างบริการเครื่องจักรกลหนักบริษัทอริยะอิควิปเม้นท์ หัวหน้าทีมพี่ช่วยเหลือและดึงผู้ชายออกมาจากรถ

2. นายวัชรินทร์ เลื่อยเป็น
ได้ช่วยผู้หญิงที่ขาหักและช่วยผู้ชายคนขับที่ติดในรถก่อนแจ้งให้นายจักรพันธ์ช่วยดึงชายดังกล่าวออกมา

3. นายอมรเทพ มีมาก
นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมาช่วยหน่อยจักรพันธ์กลับไฟรถ

4. นายบวรพงศ์ พรหมบุตร
นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมา ช่วยนายวัชรินทร์ดึงผู้หญิงออกมาจากเปลวเพลิง

5. นายประสิทธิ์ สารบัญ
พนักงานขับรถบริษัทซันกิควอลิตีเโปรดัคส์ จ.สมุทรปราการผู้ชายที่อุ้มเด็ก

6. นายอุดมเดช ประเสริฐชัยโชคดี
เข้าไปช่วยดึงแม่เด็กและถ่ายวีดีทัศน์

7. นางสาวจรัชญา ขอบกิ่ง
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

และ 8. นายวิจิตร สืบสาย
พนักงานโรงงานโคราชโอโต้ ผลิตสายไฟรถยนต์ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้หลังจากมอบโล่ประกาศเกียรติ นายกฯ ได้กล่าวกับทั้ง 8 คน ว่า  ได้ติดตามข่าว เห็นทุกคนทำความดี โดยไม่ได้ได้คำนึงถึงตนเอง ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจที่จะช่วยคนอื่นแม้รู้ว่ามีอันตราย และโชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นความร่วมมือของทุกคนในลักษณะนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่นิ่งดูดาย และพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีอุบัติเหตุ หรือช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุกคนต้องมีน้ำใจให้แก่กัน สังคมก็จะดีขึ้น

ดังนั้นให้ทุกคนทำดี ทำได้ และทำทันที และเห็นว่าการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นวัฒนธรรมในสังคมไทยที่ชอบช่วยเหลือกัน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนช่วยกันและดูแลกันตลอดไป เป็นการทำความดี ให้สังคม และถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 ซึ่งจะมีวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.นี้

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ขอตอบกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำมัชฌิมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินสายดูดอดีต ส.ส.โดยเฉพาะอดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนการช่วยเหลือชาวสวนสับปะรดนางแลที่ขณะนี้ราคาตกต่ำเหลือเพียงโลละ 1 บาท นั้น  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยของพล.อ.ประวิตร ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟชบุ๊กเป็นห่วงราคาสับปะรดตกต่ำในช่วงนี้ว่า “กระทรวงฯเกษตรเขากำลังดำเนินการอยู่”