ย้าย ‘สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์’ เข้ารักษาตัวที่กรุงเทพฯ

ย้าย ‘สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์’ เข้ารักษาตัวที่กรุงเทพฯ หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

วันนี้ (18 มิ.ย. 61) สำนักข่าวซินหัวรายงานความคืบหน้าและพระอาการล่าสุดของ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประธานพรรคฟุนซินเปก พระเชษฐาต่างพระมารดาใน พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา หลังวานนี้ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในจังหวัดพระสีหนุ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะถูกนำส่งมารักษาพระอาการที่โรงพยาบาลในกรุงพนมเปญ ส่วนนางอู๊ก พัลลา พระชายา ได้เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ นายยิม ซาวี เลขาธิการพรรคฟุนซินเปก เปิดเผยว่า เจ้ารณฤทธิ์ ทรงมีพระสติดีและสามารถสนทนาได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามพระองค์กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ กระดูกน่องด้านซ้ายหัก โดยพระองค์ได้เสด็จไปรักษาพระอาการและตรวจร่างกายเพิ่มเติมที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพ จส.100

กรมราชทัณฑ์ ฉีดยาพิษประหารชีวิตนักโทษฆ่าชิงทรัพย์ ในรอบ 9 ปี

กรมราชทัณฑ์ ฉีดยาพิษประหารชีวิตนักโทษฆ่าชิงทรัพย์ ในรอบ 9 ปี

พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 18 มิ.ย.) เวลา 15.00 – 18.00น.กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชายธีรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 ที่จังหวัดตรัง นักโทษเด็ดขาดดังกล่าวได้ทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน

คือ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษายืนเป็นผลให้คดีถึงที่สุด การบังคับโทษประหารชีวิตครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 9ปี หลังจากการประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552

การประหารชีวิตเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 นับแต่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546 ซึ่งเปลี่ยนวิธีการบังคับโทษประหารชีวิตจากการยิงเสียให้ตายเป็นการฉีดสารพิษ

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 ถึงปัจจุบันมีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว จำนวน 325 ราย โดยแยกเป็น การใช้อาวุธปืนยิงจำนวน 319 ราย (ยิงรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546) และ การฉีดยาสารพิษ จำนวน 6 ราย (ฉีดสารพิษครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552) การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษทางอาญาที่หนักที่สุดตามกฎหมายไทย ซึ่งมีโทษ 5 อย่าง คือ ปรับ ริบทรัพย์สิน กักขัง จำคุก และประหารชีวิต

แม้หลายประเทศได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้วก็ตามแต่ก็มีอีกหลายประเทศที่ยังคงมีโทษประหารชีวิตอยู่เช่นเดียวกับประเทศไทย อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา และจีนซึ่งเน้นการปกป้องสังคมและพลเมืองส่วนใหญ่ให้พ้นจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมมากกว่าเน้นสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ หวังว่าการประหารชีวิตในครั้งนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือกระทำผิดกฎหมายได้ยั้งคิดถึงบทลงโทษนี้

ขอบคุณข้อมูล จส.100

จ่อเอาผิดคนกุข่าว! ตำรวจจับพระผู้ใหญ่เข้าค่ายทหาร

จ่อเอาผิดคนปล่อยข่าวลือ ตำรวจจับมหาเถระสมาคมและเจ้าคณะจังหวัด เข้าค่ายทหาร

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามปฎิเสธข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดีย ที่อ้างตัวเป็นสำนักข่าวชินบัญชร ระบุว่า จะมีการจับกุมพระมหาเถระสมาคมทุกรูป และควบคุมตัวเจ้าคณะจังหวัดไว้ที่ค่ายทหารทุกจังหวัด และประกาศใช้มาตรา 44 ให้พระสงฆ์และสามเณร งดออกจากวัดตั้งแต่เวลา 0900 น. ถึง 0500 น. ของอีกวันในช่วงสิ้นเดือน กรกฎาคม นี้ ก่อนงานเข้าพรรษา จนกว่าจะมีการปฏิรูปสงฆ์แล้วเสร็จ และให้ลี้ภัยไปใน 11 ประเทศที่มีสนธิสัญญา

แฟ้มภาพ

พร้อมกับระบุว่า ตำรวจเตรียมที่จะเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในฐานความผิดนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์กับกลุ่มคนหรือเพจเฟซบุ๊กที่สร้างข่าวลือในลักษณะนี้ โดยประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ตรวจสอบต้นทางการสร้างข่าวลือและแชร์เนื้อหาที่มีลักษณะปลุกปั่นสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและสังคม โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการดำเนินการในลักษณะนี้แน่นอนจึงอยากให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข้อความดังกล่าว