เจ้าของร้านต่อผม 1.4 แสน ยันแจ้งราคาลูกค้าก่อนทำ ชี้ไม่แพง

เจ้าของร้านต่อผม 1.4 แสน ยันแจ้งราคาลูกค้าก่อนทำ ชี้ไม่แพงใช้วัสดุคุณภาพดี

นางสาวณฐิตา มุขศรี อายุ 36 ปี หรือ จูน เจ้าของร้านต่อผมให้กับลูกค้า มูลค่าสูงถึง 140,000 บาท ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกโซเชียลขณะนี้ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมนายธนิสร ประกอบเสียง หรือ บอย และ นางวันอาสาฬห์ พิทักษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับคนที่เป็นคู่กรณีปมค่าทำผมที่กำลังถกเถียงกันในสังคมว่า แพงไปหรือไม่

โดย นางสาวณฐิตา กล่าวว่า ร้านของตนเป็นร้านเสริมสวยแบบครบวงจร และมีราคาแตกต่างกันไปตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน ขณะที่คนชื่อออยมาต่อผมนั้นได้เข้ามาติดต่อสั่งให้ทางร้านเตรียมต่อผมให้แบบขนนก โดยได้เลือกที่ราคาชั้นละ 4,000 บาท ซึ่งในวันที่มาทำผมคือวันที่ 29 พฤษภาคม

ทั้งนี้ ได้แจ้งก่อนทำให้ลูกค้าทราบแล้วว่าราคาชั้นละ 4,000 บาท ต้องต่อ 24 ชั้น เนื่องจากลูกค้าผมสั้น ทางลูกค้าก็ตกลงและบอกว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาและไม่ได้ซีเรียสขอแค่ทำให้สวยและเนียนเท่านั้น ทางร้านจึงทำให้ แต่ลูกค้าไม่ได้แค่ทำผมเท่านั้นยังมีการทำเล็บ ต่อเล็บเจล ติดเพชรชวารอฟกี้ รวมเป็นเงินทั้งหมด 143,160 บาท ทางร้านลดให้เหลือ 140,000 บาทถ้วน

ซึ่งขณะนั้นทางลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินสดทันที โดยระบุว่า ไม่ได้พกเงินสดมาแต่จะขอโอนให้แทน จากนั้นได้มีการโอนให้เป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท ก่อนจะต่อรองว่าส่วนที่เหลือจะทยอยให้ภายหลัง

ต่อมาลูกค้ากลับไปแจ้งความกับตำรวจว่า ราคาแพงไปและถูกทางร้านกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งตนก็ไปพบตำรวจที่โรงพักและยืนยันว่า ไม่ได้กักขังลูกค้าแต่อย่างใด พร้อมกับงัดภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านเพื่อเป็นหลักฐาน จนเรื่องผ่านไปเกือบ 1 เดือน ลูกค้าได้กลับมาที่ร้านอีกครั้งในวันที่ 15 มิถุนายน และได้เข้ามาทักทายพนักงานที่ร้าน ซึ่งขณะนั้นนางสาวณฐิตา ระบุว่า ตนเองกับแฟนหนุ่มได้ขับรถออกไปพอดี ทางลูกค้าจึงได้ขับรถตามมาและได้ขับรถมาชนท้ายรถของตน จากนั้นแฟนจึงลงไปดูและเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น จนเกิดเป็นคลิปดังกล่าว

ขอบคุณภาพ ณฐิตา มุขศรี

ฝนถล่มกรุง! รอบเย็นทั่วพื้นที่ ทำการจราจรติดขัด

ฝนถล่มกรุง! รอบเย็นทั่วพื้นที่ ทำการจราจรติดขัด

เรดาร์ตรวจอากาศ กรุงเทพมหานคร ตรวจพบกลุ่มฝนจาก จ.นครปฐม และสมุทรสาคร เคลื่อตัวเข้ากรุงเทพมหานคร พื้นที่ฝั่งธนบุรี ต่อเนื่องแนวริมแม่น้ำทั้งสองฝั่ง และฝั่งพระนคร ทยอยเข้าพื้นที่ชั้นใน ที่เขตปทุมวัน วัฒนา สวนหลวง ประเวศ ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรปราการ โดยยังคงเคลื่อนตัวทิศตะวันออก ปริมาณฝนรวมสูงสุดเมื่อเวลา 18:45น. เขตบางบอน 43 มม.

รวบแล้ว 3 ผู้ต้องหา ฆ่าหญิงเปลือยกาย ใช้สายไฟรัดคอ

รวบแล้ว 3 ผู้ต้องหา ฆ่าหญิงเปลือยกาย ใช้สายไฟรัดคอ ทิ้งน้ำย่านปทุม

จากกรณีพบศพ น.ส.มะลิวรรณ อายุ 24 ปี ชาว จ.สกลนคร ถูกฆ่าเปลือยใช้สายไฟรัดคอ แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวซ้ำ จนขาดใจตายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนใช้ผ้าห่มห่อศพรวมกับเสื้อผ้าและทรัพย์สิน นำมาโยนทิ้งบ่อน้ำในป่ารกใกล้ริมถนนสาย 345 หมู่ 1 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเงินสีดำ ซึ่งมีบัตรประชาชนผู้ชายรวมอยู่ด้วย จึงนำไปตรวจสอบเพื่อติดตามหาเบาะแส เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 มิ.ย.

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดปทุมธานีและชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เร่งคลี่คลายคดีจากการสืบประวัติผู้ตายเคยมีประวัติพัวพันกับการเสพยาเสพติดร่วมกับแฟนหนุ่มที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำกรุงเทพฯ ล่าสุดตำรวจตามจับกุมแก๊งคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อนายพีระพัฒน์ หรือโจ พร้อมเพื่อนชาวลาวอีก 2 คน โดยตามจับกุมได้ที่ร้านขายแม็กล้อรถในจ.ปทุมธานี พร้อมรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผฉ 172 อุบลราชธานี ซึ่งใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปเที่ยวในสถานบันเทิง ก่อนเจอกับผู้ตายแล้วชื่นชอบ จึงชักชวนไปร่วมหลับนอนด้วย แต่จังหวะนั้นกลุ่มผู้ต้องหาพยายามจะรุมโทรมผู้ตาย ทำให้ผู้ตายขัดขืน จึงถูกลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหด แล้วนำศพใส่รถกระบะมาทิ้งอำพรางคดีในสภาพเปลือยกาย