อดีตส.ว. ชี้ ราคาน้ำมันในประเทศแพง เพราะเก็บภาษีมากเกินไป

อดีตส.ว. ชี้ ราคาน้ำมันในประเทศแพง เพราะเก็บภาษีมากเกินไป ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น

วันที่ 16 มิ.ย. 2561 นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยภายในงานเสวนา “ปัญหาน้ำมันไทย รัฐจับใครเป็นตัวประกัน” ที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ว่า การที่ราคาน้ำมันในประเทศไทยมีราคาแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านนั้น เนื่องจากมีการเก็บภาษีที่มากเกินไป ทั้งที่ประเทศไทยส่งออกน้ำมันเป็นอันดับที่ 33 ของโลก ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับรายได้ของประชาชน

ทั้งนี้ยังมองว่าอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นตัวที่ทำให้น้ำมันเเพง เนื่องจากรัฐบาลนำเงินจากกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนอุสาหกรรมเอทานอล ขณะเดียวกันรัฐบาลชุดนี้มีความพยายามที่จะบิดการประมูลแหล่งพลังงานบงกชเอราวัณ โดยให้เอกชนถือครองถึง 36 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานมาก

ด้าน นายคริส โปตระนันทน์ ตัวแทนผู้จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ มองว่า การที่ปัจจุบันราคาน้ำมันของประเทศไทยแพงขึ้น สืบเนื่องจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เงินกองทุนน้ำมัน และเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการทำเอทานอล ที่มีการบิดเบือนราคาน้ำมัน รัฐตั้งใจให้คนไทยน้ำมันแพงกว่าปกติ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเอทานอลโดยที่ยังไม่มีแบบแผนการบริหารจัดการที่ชัดเจน ทำให้เป็นภาระของประเทศมากกว่า

ขอบคุณข้อมูล  จส.100

ประชาชน มอง รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตได้สำเร็จ

สวนดุสิตโพล เผย ประชาชนสนใจข่าวโกงอาหารนักเรียน เงินทอนวัด เบี้ยคนจน มองรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตได้สำเร็จ

ข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ข่าวการทุจริต “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้

1.) 5 อันดับ ข่าวการทุจริต ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด

อันดับ 1 อาหารกลางวันเด็กนักเรียน ร้อยละ 42.03

อันดับ 2 เงินทอนวัด ร้อยละ 40.00

อันดับ 3 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ร้อยละ 37.00

อันดับ 4 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ ร้อยละ 21.06

อันดับ 5 การทุจริตต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา ร้อยละ20.68

2.) ประชาชนคิดว่า “สาเหตุการทุจริต” คือ

อันดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว ร้อยละ 68.35

อันดับ ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ร้อยละ 28.42

อันดับ 3 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง ร้อยละ 19.30

อันดับ 4 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิด ๆ ร้อยละ 17.11

อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ ร้อยละ 14.83

3.) ประชาชนคิดว่าควรจะมี “วิธีการป้องกันการทุจริต” คือ

อันดับ 1 ปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ จิตสำนึกที่ดี ร้อยละ 45.79

อันดับ 2 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรง ร้อยละ 38.81

อันดับ 3 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม ร้อยละ 31.21

อันดับ 4 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา ร้อยละ 21.77

อันดับ 5 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก ร้อยละ 13.24

4.) ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่?

อันดับ 1 แก้ไขไม่ได้ ร้อยละ 47.50 เพราะ การทุจริตเกิดขึ้นมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.54 เพราะ ปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯ

อันดับ 3 แก้ไขได้ ร้อยละ 19.96 เพราะ รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ

5.) ประชาชนได้ “บทเรียน” อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้

อันดับ 1 เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก ร้อยละ 51.87

อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง ร้อยละ 33.38

อันดับ 3 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข ร้อยละ 27.07

อันดับ 4 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย ร้อยละ 20.53

อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก ร้อยละ 17.87

รถตู้คณะ ‘ลำไย ไหทองคำ’ ชนท้ายรถการไฟฟ้าพัทลุง เสียชีวิต 1 ราย

รถตู้คณะ ‘ลำไย ไหทองคำ’ ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ของการไฟฟ้าพัทลุง เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย 

วันที่ 17 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุรถยนต์ตู้ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อของสำนักงานการไฟฟ้า ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเหตุเกิดบนถนนสายเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้น หาดใหญ่-พัทลุง ท้องที่ ม.8 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง และเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ รพ.ตะโหมด

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ตู้ส่วนบุคคลสีขาวหมายเลขทะเบียน ฮภ.5117 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุกหกล้อของสำนักงานการไฟฟ้าจังหวัดพัทลุง หมายเลขทะเบียน 80-6989 พัทลุง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บในรถตู้ 4 ราย และรถของการไฟฟ้าอีก 2 ราย รวมเป็น 6 ราย ขณะที่บริเวณภายในรถตู้ตรงข้ามคนขับเจ้าหน้าที่พบมีผู้เสียชีวิต เป็นชายอีก 1 ราย ถูกอัดก็อปปี้ติดกับซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา และนำศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรบาดแผลเพิ่มเติมยังโรงพยาบาลบางแก้ว

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล  กู้ภัยพัทลุง