รัฐบาลย้ำ!! ยังไม่อนุมัติบำเหน็จ 2 ขั้นให้เจ้าหน้าที่ คสช. ชี้สื่อเสนอข่าวคลาดเคลื่อน

รัฐบาลย้ำ!! ยังไม่อนุมัติบำเหน็จ 2 ขั้นให้แก่เจ้าหน้าที่ คสช. ชี้สื่อบางสำนักนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อน พร้อมระบุเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานทุ่มเทเสียสละ สมควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

วันนี้ (16 มิถุนายน 2561) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว ครม.อนุมัติหลักการให้โควตาบำเหน็จประจำปี (2 ขั้น) นอกเหนือโควตาปกติกับเจ้าหน้าที่ คสช.จำนวน 600 คน ว่า ที่ประชุม ครม.ครั้งที่ผ่านมาเพียงแค่รับทราบข้อเสนอของ คสช. เท่านั้น โดยได้ให้ฝ่ายความมั่นคงและ คสช. กลับไปพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาให้บำเหน็จแก่ผู้ปฏิบัติงานใน คสช.ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่ง จึงยังไม่ได้อนุมัติให้ดำเนินการตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

มีสื่อมวลชนเพียงไม่กี่สำนักที่นำเสนอข่าวนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ราวกับต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า การเสนอขอรับบำเหน็จประจำปีเป็นการเสนอตามวงรอบปกติ โดยคสช. มีเจ้าหน้าที่ของรัฐจากส่วนราชการต่าง ๆ และบุคคลทั่วไปร่วมปฎิบัติงานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเป็นไปตามโยบายที่รัฐบาลกำหนด

ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานสำคัญหลายด้าน ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การจัดระเบียบสังคม การรับเรื่องร้องทุกข์ช่วยเหลือประชาชนร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ รวมทั้งการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เช่น ปัญหาไอยูยู ค้ามนุษย์ และการทุจริตคอร์รัปชัน

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้ปฎิบัติหน้าที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ และต้องรับผิดชอบภาระงานหลายหน้าที่มากขึ้นนอกเหนือจากงานประจำ ก็ควรให้บำเหน็จตอบแทนบ้างตามความเหมาะสม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ และมีผลงานที่เด่นชัด แต่จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ของงบประมาณ มีรายละเอียดหลักเกณฑ์ที่รัดกุม ตลอดจน ใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นักกีฬาเมืองแพร่มาแข่งเปตองอยุธยา ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 เลิกแข่งกลับบ้านทันที

ดวงเฮง! นักกีฬาเมืองแพร่มาแข่งเปตองอยุธยา ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เผยเลิกแข่งและจะเดินทางกลับบ้านทันที

เมื่อเวลา 17.00น. วันที่ 16 มิ.ย. นายธีรพงษ์ กาซ้อง อายุ 33ปี ชาว จ.แพร่ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ. เสนีย์ พาชอบ รอง.สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมนำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 มิ.ย 2561 หมายเลข 223 131 จำนวน 2 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 มาเพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายธีรพงษ์ กล่าวว่าตนเอง เป็นชาวจังหวัดแพร่ เป็นนักกีฬาเปตองของจังหวัดแพร่เดินทางมาแข่งขันเปตองในรายการ “AYUTTHAYA OPEN CHAMPIONSHIPS 2018” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน โดยมีนักกีฬาเปตองจากสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ประชาชน และเยาวชนจากทั่วประเทศ ส่งทีมเข้าแข่งขันในครั้งนี้กว่า 700 ทีม

ในระหว่างที่พักการแข่งขันได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ซื้อไว้ที่จังหวัดแพร่จำนวน 2 ใบขึ้นมาตรวจรางวัล จากนั้นพบว่าถูกรางวัลที่ 1 รู้สึกดีใจมาก จึงเลิกการแข่งขันเดินทางเข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งก่อนหน้าที่จะเดินทางมาแข่งขันเปตองที่พระนครศรีอยุธยาได้ฝันเห็นเลข 121 แล้วมีคนมาขายลอตเตอรี่ แต่ตนไม่ได้ซื้อเลข 121 เพราะชอบเลข 131 จึงซื้อจำนวน 4 ใบ แบ่งให้หัวหน้า 2 ใบ

จากนั้นได้เดินทางมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาถึงวันที่ 15 ได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดและโบราณสถานที่สำคัญเพื่อขอให้แข่งขันเปตองได้รับชัยชนะ ซึ่งไม่คิดว่าจะถูกรางวัลที่ 1 โดยหลังจากลงบันทึกประจำวันแล้ว จะเดินทางกลับจังหวัดแพร่ทันทีไม่ทำการแข่งขันต่อถึงแม้ทีมของตนเองซึ่งเป็นประเภททีมชายคู่จะผ่านเข้ารอบลึกแล้วก็ตาม

นายกฯ ส่งกลอนบทใหม่ ‘ประชารัฐ ไทยนิยม’ วอนคนไทยคิดถึงส่วนรวม

นายกฯ ส่งกลอนบทใหม่ “ประชารัฐ ไทยนิยม” วอนคนไทยคิดถึงส่วนรวม ร่วมปฏิรูปบ้านเมือง นำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

วันนี้ (16 มิถุนายน 2561) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประพันธ์บทกลอนชุดใหม่ถ่ายทอดความรู้สึกจากใจไปสู่พี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และพัฒนาประเทศทุกด้านเพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ความสำเร็จทั้งหลายนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดความเข้าใจและร่วมแรงร่วมใจของทุกคน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ปัญหาทั้งหมดกำลังได้รับการแก้ไข ทั้งการกระจายรายได้ การบริหารจัดการภาครัฐ การกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และอีกหลายปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องปฏิรูปทั้งหมด และจำเป็นต้องใช้เวลา ที่สำคัญ คือ ประชาชนทุกระดับจะต้องรู้จักพัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้ และปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น