ดีเอสไอ คาด 30 วัน รู้ผลสอบ ‘พิสิฐชัย’ โพสต์เฟซบุ๊กจับพระ

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งสอบวินัย ‘พิสิฐชัย” โพสต์เฟซบุ๊กจับพระ ในคดีเงินทอนวัด คาดรู้ผลภายใน 30 วัน

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งกรรมการสอบสวนสวนความผิดทางวินัยนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ ที่โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการดำเนินการกับพระในคดีเงินทอนวัดว่า จากการสอบถามเหตุจูงใจในการโพสต์ข้อความ นายพิสิฐชัยอ้างว่า ต้องการให้ศาสนาดีขึ้น โดยเป็นการนำข้อมูลจากสื่อทั่วไปผสมกับจินตนาการส่วนตัว ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยแล้ว โดยเริ่มจากความผิดทางวินัยที่ไม่ร้ายแรง และกำชับให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ หากผลการดำเนินคดีอาญาชี้ว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ก็จะดำเนินการให้สอดคล้องกับผลการสอบสวน ส่วนการดำเนินคดีอาญา ได้ส่งตัวนายพิสิฐชัยให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีอาญา ซึ่งในระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีดีเอสไอได้สั่งให้นายพิสิฐชัยหยุดปฎิบัติหน้าที่ และให้พ้นจากกองคดีภาษีอากรมาประจำสำนักผู้เชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการโพสต์ข้อความจะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่ดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวน ซึ่งการโพสต์ข้อความอาจสร้างความสับสนให้ประชาชน

แบบนี้ก็ได้เหรอ!! ตร.ทางหลวง แจกเลขบัญชีให้แทนใบสั่ง

สุดงง! เจอตำรวจทางหลวงแจ้งขอหา แต่กลับยื่นแผ่นกระดาษจดเลขบัญชีมาให้ ถามกลับแล้วใครเป็นคนออกใบเสร็จ

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก Red Skull Phatthalung ได้โพสต์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแจ้งข้อกล่าวหา แต่แทนที่จะเป็นใบสั่งกลับยื่นแผ่นกระดาษพร้อมมีการจดเลขบัญชีให้ จึงเกิดข้อสงสัยในการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง

ทั้งนี้ทางเพจดังกล่าวระบุด้วยว่า เคยเห็นแต่ตำรวจเขียนข้อหาใส่กระดาษแล้วให้คนที่ทำผิดไปรับใบสั่งตัวจริง และเสียค่าปรับที่โรงพัก แต่การให้เลขบัญชีนี่คืออะไร แล้วใครจะออกใบเสร็จให้ ขณะที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายระบุว่าควรฟังหูไว้หูดีกว่า เพราะอาจจะซ้ำรอยกรณีที่มีการยืมเงินสดจ่ายค่าใบสั่ง

ขอบคุณ Red Skull Phatthalung

โอปอล์ – หมอโอ๊ค ร่วมแถลงหลังจนท.ค้นโกดังสินค้า ที่นำภาพไปแอบอ้าง

โอปอล์ – หมอโอ๊ค ร่วมแถลงข่าวหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นโกดัง หลอกขายของไม่มีคุณภาพ และแอบอ้างนำภาพคนมีชื่อเสียงไปตัดต่อ ทำการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

วันนี้ (15 มิ.ย. 61) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าหลายรายการ หลังจากมีการแอบอ้างดารา , แพทย์ , บุคคลผู้มีชื่อเสียง โดยการนำภาพไปตัดต่อแล้วโฆษณาในสื่อโซเชียลมีเดีย จนทำให้มีประชาชนหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว ซึ่งไม่มีมาตรฐาน และไม่มีคุณภาพตามที่อ้าง ยกตัวอย่างกรณี คุณโอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล และ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ถูกนำภาพและชื่อไปใช้ในการแอบอ้างขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเฟซบุ๊กหลอกขายสินค้าไม่ได้คุณภาพจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก โดยแอบอ้างนำภาพของนายแพทย์ พิธีกร ดารานักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียงด้านต่างๆ ในสังคม ไปตัดต่อหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และสั่งซื้อสินค้าที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง จนเกิดเป็นความเสียหายทางด้านทรัพย์สิน

โดยสินค้านั้นมีมากมายหลายรูปแบบ เช่น เสาอากาศโทรทัศน์ รับสัญาณได้ 5,000 ช่อง , แผ่นแปะหน้าอก หรือ แผ่นแปะหน้าท้อง ที่สามารถลดความอ้วนได้ เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนใช้สติไตร่ตรองตรวจสอบข้อมูลสินค้าให้ละเอียดรอบคอบ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาและราคาที่ถูกจนล่อตาล่อใจ

อย่างไรก็ตาม หากตกเป็นเหยื่อ ควรเก็บหลักฐานการพูดคุยติดต่อ การโอนเงินทุกครั้ง ชื่อบัญชีธนาคาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิด และสามารถแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุได้ทันที