จับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ตระเวนกระชากสร้อยหาเงินเที่ยว – เสพยา

ตำรวจร่วมกันแถลงข่าว จับกุมวินจักรยานยนต์รับจ้างผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ นำเงินไปเสพยาเสพติด 

วันนี้ 15 มิ.ย. 61 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ สว.สส. ร.ต.อ.ณธกร จันทร์รอด รอง สว.สส. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายหิรัญ หรือเอ นาคสมบูรณ์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ โดยมี น.ส.เจน (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 30 ปี เป็นผู้เสียหาย

พ.ต.อ.อภิชัย ผกก. สภ.เมืองพัทยา เผยว่า การจับกุมสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง ของผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณกลางซอยบัวขาว พัทยากลาง หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด

โดยขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายไทย สวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้าง เบอร์ 3 ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า สปาร์ค สีแดง ป้ายทะเบียนสีเหลือง ได้ขับประกบข้างผู้เสียหาย ซึ่งซ้อนท้ายมากับแฟนหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก่อนเอื้อมมือเข้ามากระชากสร้อยคอทองคำแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาตำรวจได้สืบทราบว่าคนร้าย ได้พักอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอย 6 เขามะกอก จึงดักเฝ้าซุ่มโปร่งอยู่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องหากำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าบ้านพัก จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง หลังเกิดเหตุนั้นได้นำสร้อยทองไปขายต่อให้กับร้านทอง ย่านพัทยาใต้ ก่อนจะนำเงินมาเสพยาเสพติดและเที่ยวเตร่

จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ต้องหา พบว่าเคยถูกจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง หลังจากพ้นโทษครั้งล่าสุดก็ได้หันมาทำอาชีพสุจริตวิ่งจักรยายนต์รับจ้าง ย่านเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ แต่ก็ไม่นานหวนกลับคืนวงการเก่า ก่อนจะวางแผนลงมือก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เพื่อนำเงินไปเสพยาเสพติดดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ป.ป.ส. แถลงผลกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้า 9 แสนเม็ด ไอซ์ 300 กก.

ป.ป.ส. แถลงผลกวาดล้างยาเสพติด ยึดของกลาง ยาบ้า 9 แสนเม็ด และไอซ์ 300 กก.

วันนี้ (15 มิ.ย. 61 ) ที่ สำนักงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูรภาค 5, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผู้บังคับการ กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.วิริยะ ศรีบัวชุม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี รอง ผบ.กกล.ผาเมือง, พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุบิน ผู้อำนวยการกอง 2 และ น.อ.พงษ์วุฒิ เอี่ยมละออ ผู้อำนวยการกอง 12 ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. อาคาร 2 ชั้น 4 สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการสกัดกั้นและกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด จากชายแดน จ.เชียงใหม่ ต่อเนื่อง จ.พระนครศรีอยุธยา กรณีจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ยึดของกลาง ยาบ้า 9,000,000 เม็ด และไอซ์ 300 กิโลกรัม

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2553 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้จับกุม นายโอภาส ละมูลมั่ง และ ร.ต.ต.บุญเชิด พุทธยงค์ (อดีตข้าราชการตำรวจ) ของกลางยาบ้า จำนวน 158,000 เม็ด เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี ขยายผลออกหมายจับนายภณัฐกิตต์ โสภณภูมิปัญญา ผู้จัดหายาเสพติด ซึ่งในขณะนั้นได้ตรวจยึดรถยนต์ มูลค่า 200,000 บาทจากนโยบายของรัฐบาลในการกวาดล้างยาเสพติด

สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวบรวมและติดตามบุคคลที่มีหมายจับในคดียาเสพติด ต่อมาในวันที่ 11 มิถุนายน 2561 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สืบสวนทราบว่านายภณัฐกิตต์ โสภณภูมิปัญญา หลบหนีอยู่บ้านเลขที่ 214 บ้านหนองผึ้ง หมู่ที่ 18 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จึงเข้าทำการจับกุม พร้อมกับยึดอายัดทรัพย์สิน 12 รายการ มูลค่า 10 ล้านบาท

จากการสอบสวนทราบว่า นายภณัฐกิตต์ โสภณภูมิปัญญา อยู่ระหว่างจัดหาผู้ลำเลียงยาเสพติดให้กับผู้จัดหาในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ลำเลียงยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชายแดนบ้านป่าบงงาม เพื่อเตรียมนำส่งให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติดพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน 2561 สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองกำลังผาเมือง จึงเข้าตรวจยึดยาบ้า 9,000,000 เม็ด และไอซ์ 300 กิโลกรัม ได้ที่ชายแดนบ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กระทั่งเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่มารับยาเสพติด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 5 คน ผู้ต้องหาที่ 1 นายปริญญา ส่งโสภา อายุ 24 ปี ที่อยู่ 102/1224 ม.3 ต.กระแซง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่ 2 นายอรรถพล ลือพญา อายุ 20 ปี ที่อยู่ 38/17 ม.11 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ผู้ต้องหาที่ 3 นายเอกพล พรรณจันทร์แม้น อายุ 31 ปี ที่อยู่ 95/8 ม.4 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่ 4 น.ส.สุมาลี ศรีบุรินทร์ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 128 ม.4 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ผู้ต้องหาที่ 5 นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่อยู่ 42 ม.3 ต.บางพลี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

กรุงปารีส สร้างกำแพงนิรภัยรอบหอไอเฟล

กรุงปารีส สร้างกำแพงนิรภัยรอบหอไอเฟล หลังฝรั่งเศสเผชิญเหตุก่อการร้ายหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

กรุงปารีสก่อสร้างกำแพงนิรภัยความสูง 3 เมตร ล้อมรอบหอไอเฟล เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว หลังจากเกิดเหตุก่อการร้ายหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำแพงรอบหอไอเฟล 2 ด้าน จะเป็นกระจกนิรภัยกันกระสุนที่มีความหนา 6.5 เซนติเมตร ซึ่งกำแพงกระจกนี้จะไม่ทำลายทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำเซน ส่วนด้านที่ติดกับสวนจะทำเป็นรั้วโลหะ

นอกจากนี้ บริเวณรอบหอไอเฟลที่ติดกับถนนหลัก จะมีการติดตั้งเสาเตี้ยๆ ไว้ป้องกันการโจมตีบริเวณดังกล่าวจากรถบรรทุก ขณะที่บริเวณโดยรอบทั้งหมด รวมถึงพื้นที่สวนรอบๆ จะต้องมีการปรับแต่งใหม่ทั้งหมด โดยทั้งหมดนี้ต้องเสร็จสิ้นก่อนวันบัสตีย์ หรือวันชาติฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคม โดยตามธรรมเนียมจะมีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่ บริเวณหอไอเฟล

นอกจากการสร้างกำแพงนิรภัยและปรับภูมิทัศน์แล้ว จะมีการขยายการให้บริการระบบจองตั๋วออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดเวลาในการเข้าคิวเพื่อเยี่ยมชมหอไอเฟล โครงการนี้ใช้งบประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,127 ล้านบาท และจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน

ทั้งนี้ หอไอเฟล สัญลักษณ์กรุงปารีส ที่มีความสูง 324 เมตร เป็นสถานที่ซึ่งต้องจ่ายเงินเข้าชมที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก ราว 7 ล้านคนต่อปี โดยที่ 75 เปอร์เซนต์เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ // ที่ผ่านมา หอไอเฟลเป็นจุดอ่อนไหวต่อความปลอดภัยและเคยมีการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่บ่อยครั้ง