นายกฯ ชี้ไม่เหมาะสม ‘พระ’ ใช้โซเชียล ปลุกปั่น ไม่ชัด ธัมมชโย อยู่ในวัดธรรมกาย

นายกรัฐมนตรี ตำหนิ พระเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียสร้างความปลุกปั่นถือว่าไม่เหมาะสม ขอสังคมช่วยกันตรวจสอบ ด้านรองนายกฯ ไม่ชัด ธัมมชโย ยังซุกในวัดพระธรรมกาย 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คเกี่ยวกับการจับกุมพระผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัด ว่า เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องแยกระหว่างเรื่ององค์กรกับเรื่องส่วนบุคคล เพราะทุกองค์กรก็มีคนไม่ดีอยู่

ซึ่งต้องไปสอบสวนหากมีความผิดก็ต้องลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา ส่วนจะมีนัยยะอื่นแอบแฝงหรือไม่ ขอให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบ ซึ่งตนคงไม่รู้ และไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทุกเรื่อง

ส่วนที่โซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การดำเนินคดีกับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัด มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นขออย่าสร้างกระแสให้เกิดความขัดแย้งเกลียดชัง เพราะพุทธศาสนาและพระสงฆ์เป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 นับถืออยู่

ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นเรื่องของการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ขออย่าปลุกกระแสให้สังคมเกิดความสับสนและเกิดความขัดแย้ง ซึ่งขณะนี้มีพระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียถือว่าสมควรหรือไม่ และมีพระบางรูปที่ เรียกร้องอยากจะให้มีการเลือกตั้งถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และใช้หน้าที่ของพระหรือไม่

เพราะพระมีหน้าที่บ่มเพาะและสร้างความปรองดองในสังคมสอนหลักธรรมต่างๆ จึงอยากให้สังคมช่วยกันพิจารณา และที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายหรือไม่ ก็อยู่ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ตนมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย หากเกิดเหตุความวุ่นวายเมื่อใดฝ่ายความมั่นคงก็จะเข้าไปดูแล

ขณะที่ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีภาษีอากร DSI โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จะมีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดดัง อีก 4 วัด ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดนั้น เรื่องนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าของเรื่อง คือสำนักงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปตรวจสอบ ว่า

มีผลกระทบกับคดีหรือไม่ ยอมรับเป็นสิ่งที่ใม่เหมาะสม และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวัง ในเรื่องการให้ข้อมูลของทางราชการ หรือข้อมูลทางคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสอนไปเปิดเผยต่อสาธารณะ

ส่วนการติดตามตัวพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว ตามที่ นายแพทย์ มโน เลาหวนิช ออกมาระบุว่าพระทั้ง2 รูป ยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ที่วัดพระธรรมกกายแล้ว จึงต้อร้องขอทางเจ้าหน้าที่เข้าไปตรงจสอบอีกครั้ง

ชาวเน็ตชื่นชม ฝรั่งเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นที่เกาะพีพี

โลกออนไลน์ต่างชื่นชม หลังพบชาวต่างชาติช่วยกันเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นที่เกาะพีพี 

เฟซบุ๊ก กระบี่นิวส์ กระบี่ ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอชาวต่างชาติ 2 คน ช่วยกันเก็บขยะช่วงน้ำขึ้น ที่เกาะพีพี จ.กระบี่ โดยช่วงต้นคลิปจะเห็นชายชาวต่างชาติคนหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาเก็บขยะบริเวณชายหาด และต่อมาเพื่อนของเขาก็ได้เข้ามาช่วย

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างชื่นชมการทำความดีของชาวต่างชาติทั้ง 2 ท่าน อีกทั้งยังแสดงความเห็นไปในลักษณะเดียวกันว่า ทางที่ดีเราไม่ควรทิ้งขยะไม่เป็นที่เช่นนี้ ไม่ว่าจะที่ทะเลหรือที่ไหนๆ  เพราะมันส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ที่ต้องอาศัยอยู่ในทะเล ทำให้ชายหาดสกปรก และยังทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ซึ่งกรณีที่เป็นถุงพลาสติกหรือพลาสติกนั้น ก็อาจจะมีสัตว์ทะเลกินเข้าไป เพราะพวกมันเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร เช่นเต่าทะเล อาจจะคิดว่าถุงพลาสติกเป็นแมงกะพรุน ถ้ามันกินเข้าไปถุงพลาสติกก็อาจจะไปติดค้างอยู่ในระบบย่อยอาหารของเต่าทะเล เท่ากับว่าเราฆ่าพวกมันทางอ้อม

ตั้งข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมฯ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปมโพสต์จ่อจับพระ

ตั้งข้อหาผิดพรบ.คอมฯ จนท.DSI แพร่ข่าวค้นวัดเพิ่ม ผบก.กองปราบโยนให้ถาม ผบ.ตร.ตามตัวอดีตพระพรหมเมธี

หลังสอบปากคำนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นานกว่า 3 ชั่วโมง ในกรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด

พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากรณ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า หลังสอบปากคำ ตำรวจจะดำเนินคดีนายพิสิฐชัย ในความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพียงข้อหาเดียว จากนี้นายพิสิฐชัย จะขอเวลากลับไปทำเอกสารเพื่อประกอบคำให้การกับตำรวจ และจะส่งให้เร็วที่สุด

ด้านนายพิสิฐชัย ยืนยันว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง และเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน โดยอธิบดีดีเอสไอ มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่น เพื่อให้สะดวกกับการตรวจสอบและสามารถกำกับดูแลได้อย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามให้ข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปขอข้อมูลเอกสารการเงินของวัด เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว พันตำรวจโทกรวัชร์ ระบุว่า ไม่ทราบ และขอกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการกับวัดต่างๆ ในความผิดคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 4 และยืนยันว่าการโพสต์ของนายพิสิฐชัย ไม่ทำให้การดำเนินคดีเงินทอนวัดยากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์ของนายพิสิฐชัยกับตำรวจที่ทำคดี ในเรื่องนี้อยู่ในสำนวนคดี ไม่สามารถเปิดเผยได้

จากการตรวจสอบไปยังกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการสอบสวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัดทั้ง 4 ส่วนวัดทั้ง 4 แห่งนั้น ได้รับงบอุดหนุนงบอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรมหรือไม่นั้น ต้องสอบถามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

สำหรับความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่ขณะนี้ขอยื่นลี้ภัยที่เยอรมันนี พลตำรวจตรีไมตรี ระบุว่า ต้องไปสอบถามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขอบคุณ จส.100