บตท. แนะเลือกดอกเบี้ยบ้านคงที่ระยะยาว ลดความเสี่ยงช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น

บตท. แนะประชาชนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อบ้าน เลือก ดอกเบี้ยบ้าน คงที่ระยะยาว ลดความเสี่ยงช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ “บตท.” รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 12 -13 มิ.ย. ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า เฟดจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการแข่งขันตลาดสินเชื่อบ้านในบ้านเราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะสถาบันการเงินหลายแห่งต้องการมาร์จิ้นจากการปล่อยสินเชื่อบ้านที่มีความเสี่ยงต่ำและมีหลักประกันเพื่อทดแทนรายได้ค่าธรรมเนียม ประกอบกับจีดีพีในไตรมาสแรกขยายตัวร้อยละ 4.2 ซึ่งจะส่งผลให้แบงก์พาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น กูรูหลายท่านคาดว่าจะมีสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

และเมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยย่อมสูงขึ้น และส่งผลกระทบกับผู้กู้สินเชื่อบ้าน หรือผู้ที่กำลังจะเลือกหาซื้อบ้าน ซึ่งจะทำให้มีภาระจะต้องผ่อนชำระค่างวดบ้านมากขึ้นด้วย

ดังนั้นหากประชาชนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อบ้าน หรือเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยบ้านในช่วงนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่จะสูงขึ้นในอนาคต ขอแนะนำให้เลือก “อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว” เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง เพราะนั่นหมายถึงเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่างวดผ่อนบ้านจะสูงขึ้น

ในฐานะที่ บตท. เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ที่มีหน้าที่ส่งเสริมให้มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวในตลาดสินเชื่อบ้าน เพื่อช่วยคนกู้บ้าน ป้องกันความเสี่ยงช่วงดอกเบี้ยบ้านที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น เป็นการวางแผนการเงินของตัวเองและเงินในกระเป๋าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเวลาค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ย่อมมีผลกระทบกับกำลังซื้อและเงินออมของเราย่อมลดลงตามไปด้วย

ซึ่งจะส่งผลต่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ไม่มีความสุข กับภาระค่าใช้จ่ายที่เราไม่ได้คิดวางแผนล่วงหน้า “สินเชื่อบ้านที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว” จึงเป็นทางออกสำหรับผู้กู้สินเชื่อบ้าน สามารถวางแผนการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ปัจจุบัน บตท. ใช้จุดแข็งจากการทำ Securitization เพื่อพัฒนาตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี เพื่อเป็นทางเลือกเสนอให้กับลูกค้า บตท. โดยสามารถเลือกได้ตามความต้องการและความพร้อมของลูกค้า เช่น ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี และ 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 4.27%

สำหรับคงที่ 10 ปี เฉลี่ย 5% (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 7.12%) ซึ่งในอนาคต บตท. มีแผนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่มีระยะเวลายาวมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า รวมถึงพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนตามพันธกิจ

‘เชื่อร่างทรง’ โง่-จน-เจ็บ?

 นักกิจกรรมบำบัดและจิตสังคม แนะผู้ที่จะเชื่อหรือใช้บริการร่างทรงให้พิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าและความมีประสิทธิผล ป้องกันถูกหลอก ความสูญเสียเงินทอง จนทำเจ็บใจ

ผศ.ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง นักกิจกรรมบำบัดและจิตสังคม มองร่างทรงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่ไม่ปฏิเสธว่ามีจริงหรือไม่ แต่เชื่อจะเป็นพลังงาน โดยแนะให้ผู้ที่จะเชื่อหรือใช้บริการร่างทรงให้พิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าและความมีประสิทธิผล

ร่างทรง

ส่วนผู้ที่คิดว่าตนเองเป็นร่างทรงหรือไม่แน่ใจว่าเป็นภาวะทางจิตให้ตรวจสอบตัวเอง เมื่อ 1.หากไม่สบายใจเมื่อไม่เป็นจุดสนใจจากผู้อื่น 2.แต่งตัวและแสดงออกเป็นทีสนใจ 3. มีอารมณ์แสดงออกมากเกิดไป 4.เริ่มอ่อนไหวต่อคำวิจารณืผู้อื่น 5.มักตำหนิผู้อื่นว่าไม่ดีล้มเหลว

ปู่คออี้-พวกได้เฮ ! ศาลสั่งกรมอุทยานฯ ชดใช้คดีรื้อ-เผาบ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 มิ.ย. 2561) ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ให้แก่นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวกรวม 6 คน (ชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าดำเนินการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้อยู่อาศัยของนายโคอิ กับพวก

ปู่คออี้, กรมอุทยานแห่งชาติ

โดยศาลเห็นว่า การเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6  เป็นการทำให้สูญเสียปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลพินิจไม่ใช้มาตรการที่มีความรุนแรงดังกล่าวได้แต่กลับไม่ทำ จึงถือเป็นพฤติการณ์ที่มีความร้ายแรงกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิในการดำรงชีวิตและสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้นศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเป็นให้กรมอุทยานฯ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1  เป็นเงิน 51,407 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเงิน 51,032 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 3 เป็นเงิน 51,407 ผู้ฟ้องคดีที่ 4 เป็นเงิน 45,302 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นเงิน 50,807 บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 6 เป็นเงิน 51,032 บาท

หากผู้ฟ้องคดีรายใดได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินกรณีนี้ไปแล้วให้หักออกจากค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษานี้ ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น