เตือนภัย! คนใจไม่แข็งต้องอ่าน สาวถูกหลอกสูญเสียเงินเพราะความมีน้ำใจ

อุทาหรณ์! สาวถูกมิจฉาชีพหลอกยืมเงิน ผู้เสียหายเผย มิจฉาชีพอ้างสารพัดจนรู้สึกไว้ใจ 

สมาชิกเฟซบุ๊ก Daneal Alwan โพสต์เรื่องราวเตือนภัยเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้อื่น โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า พี่สาวของเขาถูกมิจฉาชีพหลอกยืมเงิน ขณะที่เธอกำลังนั่งรอรถตู้ที่ บ.ข.ส หาดใหญ่ เพื่อกลับบ้านจาก อ.หาดใหญ่ ไป อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เธออยู่คนเดียว ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว

แต่ระหว่างที่รอคิวขึ้นรถตู้ ได้มีหญิงแต่งกายปกปิดอย่างมิดชิด เหมือนกับหญิงชาวมุสลิมทั่วไป อายุประมาณ 38-45 ปี มาชวนคุย อ้างว่าเป็นคน อ.สุไหงโก-ลก รู้จักพ่อแม่ของเธอด้วย ทำให้เธอรู้สึกไว้ใจมิจฉาชีพ

จากนั้นมิจฉาชีพก็ทำการรบเร้าเธอให้กลับรถยนต์ส่วนตัวด้วยกัน และอ้างว่าตอนนี้รถของเขาอยู่อีกที่หนึ่ง เธอถูกรบเร้าจนเธอตอบตกลงว่าจะกลับด้วยและไปทำการคืนตั๋วที่ซื้อมาแล้ว

ต่อมาก็ทำการกุเรื่องว่าต้องไปเอาของที่สั่งไว้ แต่เงินอยู่บนรถจึงขอยืมเงินเธอก่อน ของที่สั่งซื้อนั้นมีราคา 4,000 บาท เธอไม่เอะใจอะไรเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องกลับบ้านด้วยกันอยู่แล้ว แต่จากหลังเธอให้เงินไปมิจฉาชีพก็ไปเอาของและหายตัวไป ทำให้เธอรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก

ข้อความทั้งหมดที่ทางผู้โพสต์ระบุมีดังนี้ …

คือวันก่อนพี่สาวของผมจะกลับบ้านจาก หาดใหญ่ จะไป สุไหงโก-ลก (ตัวคนเดียว) ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว และ รอที่คิวรถตู้สุไหงโกลก( บ.ข.ส หาดใหญ่ )

ระหว่างนั่งรอนั้นก็ มีผู้หญิงแต่งกาย ปกปิดอย่างมิดชิด เหมือนกับหญิงชาวมุสลิมทั่วไป อายุประมาณ 38-45 ปี เป็นคนที่ร่าเริง กระฉับกระเฉง มีวิสัยทัศน์ที่ดี เข้ามานั่งคุยกับพี่สาวผม คุยเรื่องศาสนา คุยสนิทกันมาก เพราะเขาบอกว่าเป็นคนโกลกเช่นกัน รู้จักพ่อแม่ของผมด้วย แล้วเขาก็ชวนพี่สาวผมกลับบ้านที่สุไหงโก-ลก กับเขา

เพราะว่าเขามากับรถยนต์ส่วนตัว แต่ตอนนี้รถของเขาอยู่อีกที่หนึ่ง พี่สาวผมไม่อยากกลับ เเต่เขาก็ยังขอร้อง เพราะเขาเหงาอยู่คนเดียว ระหว่างทางไปโกลกก็ไกลอยู่ ถ้ามีคนคุยด้วยก็คงจะดีกว่า พี่สาวเลยตอบตกลง และได้ไปคืนตั๋วรถตู้ที่ซื้อมาแล้ว แล้วเดินไปกับผู้หญิงคนนั้น

ผู้คนหญิงนั้นบอกพี่สาวผมว่า จะไปเอาของแต่ตอนนี้เงินของเขาอยู่บนรถยนต์ส่วนตัวของเขา ซึ่งของที่สั่งซื้อนั้นมีราคา 4,000 บาท ขอยืมเงินพี่สาวผมก่อน เดี่ยวไปให้บนรถ เพราะยังไงๆก็กลับด้วยกันแล้ว พี่สาวผมก็ไม่เอะใจอะไร เพราะเห็นเป็นคนบ้านเดียวกัน อายุเขาก็มากเเล้วคงไม่หลอกกันหรอก

ตอนนั้นในตัวพี่สาวผมมีเงินอยู่ 2,000 กว่าบาท และ พี่สาวก็โทรหาผม เพื่อที่จะให้ผมโอนเงินไปอีก 2,000 บาท ผมก็ไม่เอะใจอะไร เพราะช่วงนี้พี่สาวผมทำธุรกิจอยู่ ผมเลยโอนเข้าไปในบัญชีของพี่สาวผมเลย พี่สาวผมก็ถอนเงินออกมา แล้วให้เงินเขาไป และก็ขึ้นรถตุ๊กๆ ไปพร้อมกับหญิงคนนั้น

ระหว่างทางก็คุยกันปกติแบบวัยรุ่นกับคนแก่ และได้ไปที่ตลาดกิมหยง เพื่อที่จะไปเอาของที่เขาสั่ง ระหว่างนั้นเขาให้พี่สาวผมนั่งรอบนรถตุ๊กๆ ก่อน เดี่ยวเขามา พี่สาวผมก็โอเค หญิงคนนั้นก็รีบๆ เดินไปเอาของ และพี่สาวผมก็นั่งรอบนรถ

ผ่านไปหลายนาที พี่สาวผมก็เริ่มกลัว เริ่มสงสัย ทำไมยังไม่กลับ หรือว่าจะโดนหลอก ขนลุกทั้งตัวเลยตอนนั้น และก็ลุกลงจากรถไปหาผู้หญิงคนนั้น และแล้วก็ไม่เจอ ทันใดนั้นพี่สาวผมก็รู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก แต่มันสายไปแล้ว ด้วยความกลัว เพราะเป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียว น้ำตาก็ไหลออก ร้องไห้เลย รีบวิ่งไปหาตำรวจ ในขณะที่ร้องไห้อย่างหนัก คนในระแวกนั้นก็ต่างจ้องมองมาที่พี่สาวผม ทุกคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

และตำรวจก็บอกว่าหญิงคนนี้ เป็นสิบแปดมงกุฎ ทำเเบบนี้มาบ่อยครั้งแล้ว ชอบหลอกชาวมุสลิม อ้างตัวว่าเป็นคนดี เคร่งครัดเรื่องศาสนา และหลอกเอาเงินแล้วหนีไป เรื่องเป็นอุทาหรณ์ เป็นบทเรียน ไปไหนคนเดียวระมัดระวังกันด้วยนะครับ คนสมัยนี้ไว้ใจกันไม่ได้ อย่าดูที่การแต่งตัวและคำพูดอย่างเดียว แก่แล้วยังชั่วมีเยอะเเยะ เรื่องเงินอย่าไว้ใจใครเด็ดขาด จะเป็นคนดีแต่ต้องฉลาดด้วย อย่าคิดใน่แง่บวกตลอดเวลาคิดแง่ลบบ้างก็ได้ ใครพบเห็นผู้หญิงต้องสงสัยเเถวหาดใหญ่ก็แจ้งมาด้วยนะ อยากให้เอาคนแบบนี้ออกจากสังคมไทยเราเร็วๆ
ขอบคุณที่อ่านจนจบ ช่วยแชร์เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยน่ะครับ

แปลก!! อุโบสถจตุรทิศประดับด้วยกระจกเงานับล้านชิ้น

อุโบสถ วัดสันกลาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ประดับด้วย กระจกเงาสีต่างๆนับล้านชิ้น ซึ่งเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา

วันที่ 12 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูความแปลกของอุโบสถ วัดสันกลาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งเป็นวัดที่มีอุโบสถเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรทิศ ที่ ประดับด้วย กระจกเงาสีต่างๆนับล้านชิ้น ไว้ในภายในและภายนอกอุโบสถ ซึ่งเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา

จากการเข้าไปชมภายในพระอุโบสถ พบว่ามีการประดับด้วยกระจกเงาสีขาวและสีต่างๆ ที่ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดแปะติดกันเป็นแนว เมื่อมองดูจากเงาสะท้อนจะเป็นรูปภาพสามมิติ รอบทิศ และเมื่อเปิดแสงไฟส่องภายในจะพบว่ามีการสะท้อนของแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับไปทั่วอุโบสถ ทำให้ดูแล้วมีความสวยงามวิจิตรตระการตาอย่างมาก ทำให้ผู้คนทั่วไป ทั่งในและต่างจังหวัด ตลอดจนชาวต่างชาติ พากันมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก

นายสุพิศ สมศรี อายุ 63 ปี มัคทายก วัดสันกลาง กล่าวว่า อุโบสถวัดสันกลาง หลังนี้ ทางพระครูธรรมรัตนจารีย์ อดีตเจ้าอาวาส ได้ริเริ่มสร้าง โดยมีแม่ชีคําปุ๋ย ชัยวงศ์ ศิษยานุศิษย์ และคณะศรัทธาในอำเภอดอกคำใต้ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างเมื่อปี 2533 ที่ผ่านมา โดยการจำลองอุโบสถมาจากวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ซึ่งมีความสวยงามและแปลกเพราะอุบโบสถประดับด้วยกระจกเงา และเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรทิศ จึงได้นำมาสร้างไว้ ณ วัดสันกลาง ต.ดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยาแห่งนี้

โดยขนาดของอุโบสถมีความกว้างประมาณ 24 เมตร และสูง 24 เมตร ภายในอุโบสถ จะประดับไปด้วยกระจกเงาใส และกระจกสี ต่างๆ ซึ่งทางคณะศรัทธา ช่วยกันทำติดตกระจกทั้งหมด โดยมิได้ไปจ้างช่างแต่อย่างใด หลังจากติดแล้วจะดูภาพสะท้อนของกระจกที่ติดตามผนังอุโบสถออกมาเป็นภาพ 3 มิติ และการติดกระจกใช้เวลาร่วม 2 ปี ทำให้ภายในอุโบสถดูสวยงาม เป็น 3 มิติแปลกตา สวยงามระยิบระยับตระการตาอย่างมาก

พศ.แจงขอดูบัญชีวัดทั่วประเทศ ไม่เกี่ยวคดีเงินทอนวัด หวังหาพระไม่จับเงิน

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชี้แจง กรณีหนังสือขอข้อมูลการเงินและบัญชีวัดทั่วประเทศ ไม่เกี่ยวกับทุจริตเงินทอน เพียงแค่หาวัดตัวอย่าง ที่พระไม่ “จับเงิน” เท่านั้น

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. แถลงภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม โดยชี้แจงกรณี พศ.มีหนังสือขอข้อมูลวัดเกี่ยวกับการจัดการเงินและบัญชีวัดทั่วประเทศ เมื่อ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้เกี่ยวกับกรณีทุจริตเงินทอนวัด แต่เป็นการขอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเงินวัด โดยมีหลักการคือ พระภิกษุต้องไม่ถือเงิน และไม่รับของที่สามารถแลกเปลี่ยน-ซื้อขาย เช่น เช็ค, บัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต ซึ่งต้องปฏิบัติได้จริง เพื่อนำไปเป็นตัวอย่างแก่วัดอื่นต่อไป

ส่วนสาเหตุที่ไม่ขอความเห็นเรื่องนี้จากที่ประชุม มส. เพราะไม่ใช่การออกระเบียบที่มีผลบังคับต่อสงฆ์ แต่เป็นการขอตัวอย่างวัดที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้นนายณรงค์ ระบุอีกว่า ที่ประชุม มส.มีมติรับทราบการแต่งตั้ง พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) เจ้าคณะภาค 12 ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ หลังจากที่ประชุม มส.ถอดถอนอดีตพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) ออกจากกรรมการมหาเถรสมาคม และตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ