สาวทำทีมาดูทอง ก่อนสวมบทเป็นโจรจี้ชิงทองหนัก 5 บาท หลบหนี

สาวทำทีมาขอดูทอง ก่อนจะควักอาวุธปืนจี้ชิงทองน้ำหนักรวท 5 รวม หลบหนีไปอย่างลอยนวล

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในขณะที่ ร.ต.อ.อนัน เหมือนเพชร พนักงานสอบสวนเวร สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรประจำวันอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุว่าได้รับสัญญาณเตือนภัยขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านทองธีรภัณฑ์ 4 หมู่ที่ 6 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุคนร้ายเป็นหญิงใช้อาวุธปืนจี้พนักร้านชิงทองจากร้านไป 5 บาท ขอความข่วยเหลือข่วยติดตามคนร้ายด้วย

หลังจากได้รับแจ้งแล้วรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ ได้เดินทางออกไปทำการตรวจสอบ พบเจ้าของร้าน และพนักงานของร้าน รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจ โดย น.ส.พิทยา พนักงานของร้าน ได้ให้การว่า ตนเป็นผู้ช่วยจำหน่ายทองรูปพรรณอยู่หน้าร้าน ในขณะเกิดเหตุได้มีหญิงสาว อายุประมาณ 30 ปี สวมกางเกงวอร์ม สวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีดำ-ชมพู สวมหน้ากากอนามัยปิดหน้าได้เข้ามาในร้าน

หญิงคนดังกล่าวเข้ามาแจ้งความจำนงค์ว่าต้องการซื้อสร้อยข้อมือ หนัก 1 บาท จากนั้นได้ทำการเลือกสร้อยข้อมือ 2 บาท อีกจำนวน 4 เส้น ต่อมาได้ทำการตกลงว่า เลือกสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท พร้อมกับคว้ากระเป๋า คล้ายกับจะเอาตังค์มาจ่าย แต่เป็นการเอาอาวุธคว้าเอาอาวุธออกมาจี้ที่เอวและชิงทองจำนวน 5 บาท เป็นสร้อยข้อมือ จำนวน 3 เส้น โดยใช้เวลาเลือกทองอยู่ราวๆ 15 นาที

น.ส.พิทยา เล่าว่า ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมาก เพราะคนร้ายชักเอาอาวุธปืนออกมาจากกระเป๋าที่สะพายอยู่ เอามาจี้ตน จากนั้นได้หันปากกระบอกปืนไปที่เจ๊เจ้าของร้าน พร้อมกับบอกให้เจ๊ส่งทองหนัก 2 บาทให้ จำนวน 2 เส้น และคนร้ายได้หยิบเอาสร้อย 1 บาทที่ได้เตรียมเอาไว้ให้คนร้าย และบอกว่าเอาเงินไปด้วย

แต่เจ๊เจ้าของร้านบอกว่าเพิ่งเอาเงินเข้าธนาคาร ไม่มีเงินสดเลย ก่อนจะบอกให้คนร้ายรีบหนีไป เพราะตำรวจกำลังมา ทำให้คนร้ายวิ่งหนีขึ้นรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยมีผู้หญิงอีกคนรออยู่ในรถและพาหลบหนีไป

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านทอง พบว่าคนร้ายมีท่าทีที่ใจเย็นมาก รอจนกระทั่งลูกค้าออกไปจากร้านหมดก่อนจึงได้ก่อเหต อีกทั้งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองหาน เพิ่งออกจากร้านทองเพียงแค่ไม่กี่นาที

พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก. สภ.หนองหาน ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามเจ้าของร้าน พร้อมให้เจ้าหน้าที่วิทยาการเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย พร้อมกำชับชุดสืบสวนติดตามจับกุม โดย ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง เพื่อจะได้ทราบใบหน้าที่ชัดเจนของคนร้ายตามเส้นทางหลบหนี คนร้ายมาด้วยกันเป็นหญิง 2 คน

ขอบคุณ บิ๊กเกรียน

ภาพนี้ต้องจารึก โดนัลด์ ทรัมป์ – คิม จองอึน จับมือทักทาย ก่อนประชุมซัมมิตร่วมกัน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จับมือทักทายผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการทักทายกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะประชุมซัมมิตร่วมกัน

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายคิม จอง อึน  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้พบหน้ากันแล้วครั้งแรก ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมซัมมิตร่วมกับคณะตัวแทนจากทั้ง 2 ประเทศ

โดยทันทีที่ผมหน้ากัน ผู้นำทั้ง 2 ประเทศก็เดินเข้าไปจับมือเพื่อทักทายกันทีนที โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้มส่งยิ้มให้แก่กัน จากนั้นได้มีถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งถือว่าเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่ผู้นำของ 2 ประเทศได้พบหน้ากัน

สำหรับการประชุมครั้งนี้ นายทรัมป์จะหารือกับนายคิมตัวต่อตัว โดยมีเพียงล่ามฝ่ายละคน 1 คนอยู่ในห้องประชุมที่โรงแรมคาเปลลา ในเวลา 09.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นจะเป็นการหารือแบบทวิภาคีเต็มคณะในเวลา 10.00 น. ซึ่งความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

โดนัลด์ ทรัมป์, คิมจองอึน, เกาหลีเหนือ, ข่าวสดวันนี้

ผู้การชัยนาท สั่งเข้มปราบพนันช่วงบอลโลกใช้สายตรวจโซเชียลหาเบาะแส

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท สั่งการให้ทั้ง14โรงพักตั้งศูนย์ปฏิบะติการป้องกันและปราบปรามการพนัน ในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก

วันที่ 12 มิถุนายน 2561พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ทั้ง14โรงพักพร้อมด้วยกองกำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัด ตั้งศูนย์ปฏิบะติการป้องกันและปราบปรามการพนัน ในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า

โดยให้จัดทำกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เข้าข่ายเจ้ามือรับแทงพนัน เพื่อจับตาพฤติกรรม รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนถึงพิษภัยของการพนันที่ทำให้เสียทรัพย์สิน และอาจจะถูกทำร้ายจากการทวงหนี้

ที่ผ่านมา จ.ชัยนาท ถือว่าเป็นจังหวัดเล็ก ที่ปัญหาการพนันฟุตบอลมีให้พบน้อย แต่ในมหกรรมฟุตบอลโลกที่ 4 ปีจะมี 1 ครั้งนั้น ทางตำรวจเองจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามที่เข้มข้นกว่าปกติ ซึ่งทุกโรงพักจะมีฝ่าย”ไอที” หรือ “สายตรวจโซเชียล” ที่จะทำหน้าที่สืบหาเบาะแสการเล่นพนันฟุตบอลโลกซึ่งในปัจจุบัน รูปแบบของการเล่นพนันเปลี่ยนไป โดยจะมีความเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลเป็นหลักในการเล่นพนัน

ดังนั้นตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทจึงเน้นที่จะใช้สายตรวจโซเชียลในการหาเบาะแสเพื่อป้องปรามการเล่นพนันเอาทรัพย์สินในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก ซึ่งประชาชนที่มีเบาะแสผู้เล่นหรือรับพนันก็สามรรถแจ้งเบาะแสได้ทั้งทาเฟศบุ๊คของตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท หรือสายด่วน191ได้ตลอดเวลา โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปิดไว้เป็นความลับ