‘มหาธีร์’ เล็งฟื้นโครงการรถยนต์แห่งชาติ หลังเคยดัน ‘โปรตอน’

‘มหาธีร์’ เล็งฟื้นโครงการรถยนต์แห่งชาติ หลังเคยดัน ‘โปรตอน’ แม้ว่าจะเคยสร้างปัญหามาแล้วในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งเมื่อหลายปีก่อน

นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย มหาธีร์ โมฮัมหมัด เสนอความเป็นไปได้ที่จะดำเนินโครงการรถยนต์แห่งชาติครั้งใหม่ หลังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของจีน เข้ามาถือหุ้นใหญ่ของ “โปรตอน” นายมหาธีร์ กล่าวระหว่างการประชุม “ฟิวเจอร์ ออฟ เอเชีย” ครั้งที่ 24 ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ว่า บริษัทรถยนต์แห่งชาติจะต้องมีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของ และบริษัทเดิมที่ขายหุ้นให้แก่บริษัทจีน จะไม่นับเป็นบริษัทรถยนต์แห่งชาติ

โดยในการให้สัมภาษณ์กับวารสาร “นิกเกอิ เอเชียน รีวิว” ผู้นำมาเลเซียเสริมว่า แนวคิดการรื้อฟื้นโครงการรถยนต์แห่งชาติ อาจจะขอความช่วยเหลือจากหุ้นส่วนในเอเชีย ที่รวมถึงไทย ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ เราเชื่อว่ามีศักยภาพในการผลิตรถยนต์คุณภาพดี โดยบริษัทแห่งใหม่จะสามารถเข้าสู่ตลาดโลกด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสียระดับยูโร 5 และยูโร 6

มาเลเซียเริ่มผลิตรถโปรตอนในปี 2526 ตามแผนการเป็นประเทศอุตสาหกรรมเมื่อครั้งนายมหาธีร์เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2524-2546 แต่โครงการดังกล่าวก็ประสบปัญหา ทำให้บริษัทลงทุนของรัฐต้องขายหุ้นให้แก่ผู้จัดจำหน่ายและส่งออกรถยนต์ในประเทศเมื่อปี 2555

ต่อมารัฐบาลนายนาจิบ ราซัก อนุมัติแผนช่วยเหลือมูลค่า 384 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 หมื่น 2 พัน 314 ล้านบาท ในปี 2559 กระทั่งต้องแปรรูปกิจการเป็นของเอกชนและให้ “จีลี่” ผู้ผลิตรถรายใหญ่ของจีนเข้าถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 49.9 เมื่อปีก่อน

นอกจากนี้ นายมหาธีร์ยังส่งสัญญาณว่า อาจจะบริหารประเทศนานกว่า 2 ปีตามที่เคยลั่นวาจาไว้ โดยระบุว่า เขาจะรับใช้ประชาชนเป็นเวลา 2 ปี หรือนานกว่านั้น หากประชาชนต้องการเขาก็จะทำตามนั้น

‘หุ้นไทย’ แกว่งตัวไซด์เวย์ จับตาประชุมสุดยอดผู้นำ ทรัมป์-คิม

‘หุ้นไทย’ แกว่งตัวไซด์เวย์พักฐานต่อเนื่อง จับตาประชุมสุดยอดผู้นำ ทรัมป์-คิม หากโดยรวมออกมาผ่อนคลาย มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับขึ้นได้ในระยะถัดไป

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (12 มิ.ย.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่า SET Index ยังคงอยู่ในช่วงแกว่งตัว Sideways พักฐานต่อเนื่อง โดยวันนี้ตลาดจับตาดูการพบกันของโดนัลด์ทรัมป์และคิม จอง อึนเป็นครั้งแรก แม้คาดว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรที่ชัดเจนในการพูดคุยเพียงครั้งเดียว

ขณะที่ตลอดช่วงที่เหลือของสัปดาห์ต้องติดตามการประชุม FED ECB และ BoJ ว่าจะดำเนินนโยบายการเงินต่อจากนี้อย่างไร หากโทนโดยรวมออกมาค่อนข้างผ่อนคลาย เราคาดว่ามีโอกาสที่ดัชนีจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ในระยะถัดไปหลังผ่านพ้นช่วงพักฐาน ซึ่งยังชอบกลุ่ม Domestic Play มากกว่า Global Play

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะเก็งกำไรหุ้น Domestic และ Laggard//Accumulate on Dip ขณะที่หุ้นเด่นเดือนมิ.ย. BGRIM, GLOBAL, MTC, PCSGH, TVO

เตรียมลงโทษวินัยร้ายแรง ผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่

ผลสอบอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ พบความผิด 5 เรื่อง เตรียมพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง คาดรู้ผลใน 2 – 3 วัน

นายจักรินทร์ อภิสมัย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 สุราษฎร์ธานี นำสำนวนการสอบสวน และเอกสารการทุจริตโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงข้อร้องเรียนผู้ปกครอง 10 ข้อ เข้ามอบให้ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หลังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปผลการสอบสวน พบการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน และข้อร้องเรียนผู้ปกครอง มีมูลความจริง

ทางด้านนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า แม้คณะกรรมการจะสรุปผลข้อเท็จจริงออกมาแล้ว แต่ส่วนของศึกษาธิการจังหวัด ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอีก 2 – 3 วัน และขณะนี้ยังไม่มีการสั่งพักงาน หรือให้ออกแต่อย่างใด สำหรับข้อร้องเรียนจำนวน 10 ข้อ ที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

โดยสรุปออกมา มีมูลความจริง 6 ข้อ เป็นความผิดวินัยร้ายแรง 5 เรื่อง ได้แก่ กรณีทุจริตอาหารกลางวัน, ระบบไฟฟ้า, ปาล์มน้ำมันโรงเรียน, การขายน้ำอัดลมในโรงเรียน และถนนคอนกรีตหน้าอาคารใหม่ / ส่วนไม่ร้ายแรง มี 1 เรื่อง คือการก่อสร้างอาคารที่เปลี่ยนวัสดุบางรายการโดยไม่ชี้แจง

ขณะเดียวกัน วานนี้ นายสมเชาว์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้เดินทางไปสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 สุราษฎร์ธานี เพื่อยื่นใบลากิจต่ออีก 5 วัน

และหลังจากมีข่าวเรื่องคุณภาพอาหารกลางวันของนักเรียนที่ไม่ถูกหลักโภชนาการออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งไปยังศึกษาธิการจังหวัดทุกแห่ง ให้ศึกษานิเทศก์ตรวจสอบ ติดตามเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนในจังหวัด ด้วยการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองโภชนาการของนักเรียน พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการ ติดตามการดำเนินการอาหารกลางวัน โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ และรายงานให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการทราบ ภายในวันที่ 29 มิถุนายนนี้