รมว.ต่างประเทศ ปัดตอบปม ‘อดีตพระพรหมเมธี’ ลี้ภัยเยอรมัน โยนตำรวจตาม

รมว.ต่างประเทศ ไม่พูด “อดีตพระพรหมเมธี” ได้ลี้ภัยแบบใดในเยอรมัน ยังคอยติดตามอยู่ และให้รอตำรวจมีข้อมูลชัดเจนก่อน

วันนี้(10 มิ.ย.) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกรณีกระบวนการติดตามตัว อดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ซึ่งพัวพันคดีเงินทอนวัด หลังหลบหนีออกจากประเทศไทย และยื่นขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมัน จะเป็นการขอลี้ภัยในลักษณะแบบใดนั้น ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ว่าอดีตพระพรหมเมธีได้รับการลี้ภัยในลักษณะรูปแบบใดที่เยอรมัน

โดยกระบวนการตรวจสอบไปยังสถานทูตไทยในประเทศเยอรมัน ยังคงประสานงานพุดคุยกับทางเยอรมันอยู่ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศคอยติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดความชัดเจน เนื่องจากกระบวนการทุกอย่าง ต้องรอความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการประสานงานกับทางตำรวจสากล รวมทั้ง รอความชัดเจนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเข้ามาในส่วนของขั้นตอนกระทรวงการต่างประเทศ

อุตุฯ ชี้ทั่วไทยยังฝนฟ้าคะนอง เหนืออีสานตอ.กลางใต้ ตกหนัก

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และ ใต้ มีฝนตกหนัก ขณะ กทม. เมฆมาก ฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 10 เตือนภาคเหนือ อีสาน กลาง ภาคตะวันออก และใต้ตอนบน ระวังฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2561 เรื่อง”ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2561)” ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 10-11 มิถุนายน 2561

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กระบะพุ่งชนเสาไฟข้างศูนย์ราชการฯ พังยับ เสาหักล้มขวางถนน

หนุ่มวัย 24 ปี เหยียบกระบะพุ่งชนเสาไฟข้างศูนย์ราชการฯ พังยับ เสาหักล้มขวางถนน อ้างถูกปาดหน้าถนนลื่น

วันที่ 9 มิ.ย. ช่วงค่ำที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของกรมทางหลวง บริเวณถนนหน้าศูนย์สื่อสารกรมการปกครองเขต 2 ภายในศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ จนเสาไฟส่องสว่างล้มขวางกลางถนน ส่วนรถยนต์กระบะด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน จอดคาอยู่บนเกาะกลางถนน

สอบสวนนายณัฐวัฒน์ ก้อนแก้ว อายุ 24 ปี คนขับรถ ทราบว่า ขับรถมาจากแยกคลองชลประทาน มาตามถนนเพื่อจะกลับที่พัก ขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาและมีรถยนต์เก๋งเปลี่ยนเลนปาดหน้า จากเลนซ้ายเข้าขวากะทันหัน ทำให้ตกใจหักหลบและเบรกไม่ทัน ประกอบกับถนนลื่น ทำให้พุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และปีนอยู่บนเกาะกลางถนน และทำให้เพื่อนสาวที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้เปิดไฟสัญญาณและช่วยกันยกเสาไฟส่องสว่างไปไว้ข้างทาง เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมเตือนผู้ใช้รถให้เพิ่มความระมัดระวังในช่วงถนนเปียกลื่น เพราะเกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ