บรรทุกหกล้อสุดกร่างขับหวาดเสียว ผู้ใช้รถจี้ตำรวจ-ขนส่งจัดการ

คลิปบรรทุกหกล้อสุดกร่างคับถนนขับหวาดเสียว ผู้ใช้รถจี้ตำรวจ-ขนส่งจัดการ

ผู้ใช้รถคันหนึ่งเผยภาพเหตุการณ์ที่บันทึกจากกล้องหน้ารถ ขณะขับรถอยู่บนถนนหางดง – สะเมิง ในเขต ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นพฤติกรรมการขับรถของรถบรรทุกดินหกล้อ ที่ขับฝ่าฝืนกฎหมายจราจรและยังขับอย่างหวาดเสียว เสี่ยงต่ออันตรายต่อเพื่อนร่วมถนน โดยขณะขับรถมีรถบรรทุกดินหกล้อสีน้ำเงิน ป้ายทะเบียนรถมองแทบไม่เห็นตัวเลข เร่งแซงขึ้นไปข้างหน้า จากนั้นได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อให้รถคันที่ติดกล้องแซงขึ้นไป ทั้งที่เป็นเส้นทึบห้ามแซงและเป็นทางโค้งอันตราย

แค่นั้นยังไม่พอ รถหกล้อคันนี้ และ หกล้อคันสีขาวที่ขับอยู่ด้านหน้าอีกคันหนึ่ง ยังแสดงพฤติกรรมขับส่ายไปมาซ้ายขวาอย่างคึกคะนอง โดยไม่สนใจรถที่ตามหลังหรือสวนทางมา เป็นที่น่าหวาดเสียวและเสี่ยงอันตายต่อผู้ใช้รถ โดยเฉพาะรถจักรยานที่ปั่นสวนทางมาก แถมยังมีเร่งเครื่องพ่นควันดำโชว์ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าไปในบ่อดินแห่งหนึ่ง

เจ้าของคลิปภาพ ขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเอาผิดรถหกล้อทั้งสองคันเพื่อไม่ให้ทำแบบนี้อีกและขอให้เจ้าหน้าที่หามาตรการกวดขัน เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวสำคัญ แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักปั่นจักรยานอีกเส้นทางหนึ่งด้วย

แจ้งจับ ‘ร่างทรงท้าวเมืองสุรินทร์’ ลวงทรัพย์สินเหยื่อกว่า 10 ล้านบาท

แจ้งจับ “ร่างทรงท้าวเมืองสุรินทร์” ลวงทรัพย์สินเหยื่อกว่า 10 ล้านบาท

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้เสียหายกว่า 20 คน เข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปราม ให้เอาผิดกับ นายต่อศักดิ์ พักวัด บุคคลที่อ้างว่าเป็นร่างทรงท้าวเมืองสุรินทร์ หลังหลอกลวงเรียกเอาทรัพย์สิน ความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

จากการตรวจสอบ ทราบว่า นายต่อศักดิ์ มีสำนักทรงในกรุงเทพฯ และจะย้ายทุกๆ 4 เดือน ใช้กลอุบายเรียกเงินและทรัพย์สิน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ บางรายนายต่อศักดิ์ จะอ้างความน่าเชื่อถือที่เคยเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน หลอกว่า สามารถทำให้กู้เงินรีไฟแนนซ์บ้านพักได้ในราคาสูงถึง 2 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีเหยื่อหลงเชื่อไปกู้เงินนอกระบบ มาทยอยส่งให้เป็นเงิน 600,000 บาท สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการให้ได้ และถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่นายต่อศักดิ์ ได้ประกันตัวออกมาก่อเหตุอีก เบื้องต้นพบมีหมายจับข้อหาฉ้อโกงถึง 3 คดี

งามหน้า! งานพลุนานาชาติพัทยา ตั้งบูธจำหน่ายแอลกอฮอล์โจ่งครึ่ม

งานพลุนานาชาติพัทยา ตั้งบูธจำหน่ายแอลกอฮอล์บนทางเท้าสาธารณะ ติดป้ายโฆษณาเกลื่อนเมือง ตำรวจจับผู้ค้าดำเนินคดี

มีรายงานว่าในระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ เมืองพัทยาได้กำหนดจัดกิจกรรม “เทศกาลงานพลุนานา ชาติ” (Pattaya International Fireworks Festival 2018) ริมชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังกิจกรรมดังกล่าวห่างหายไปนานกว่า 2 ปีเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ โดยการกลับมาจัดงานอีกครั้งได้สร้างปรากฏการณ์ทางด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากมีกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ขณะที่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาที่มีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พบว่าการแสดงพลุในค่ำคืนแรกเป็นการแสดงจากประเทศบราซิล อิตาลี สวีเดน และอังกฤษ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวพัทยา จ.ชลบุรี ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับกิจกรรมดังกล่าวก่อนหน้านี้เมืองพัทยาออกมาระบุ ห้ามติดตั้งป้ายตลอดแนวชายหาดว่ากิจกรรมดังกล่าวห้ามจำหน่ายสินค้าทุกชนิด โดยมีการออกข่าวประชาสัมพันธ์ตามสื่อว่าจะไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด จะมีเพียงการลงบูธให้กับสปอนเซอร์ของงานบางส่วนเท่านั้น แต่ปรากฏว่าจากการลงพื้นที่เฝ้าเข้าตรวจสอบบริเวณหน้างานพบว่าตลอดแนวชายหาดจากพัทยากลางไปยังโซนพัทยาใต้ พบว่าบูธเหล่านี้เต็มไปด้วยจุดจำหน่ายแอลกอฮอล์แบรนด์ยี่ห้อดังซึ่งตั้งอยู่บนทางเท้าสาธารณะ

โดยมีการจัดพนักงานออกมาจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ พร้อมจัดกิจกรรมการละเล่น อย่างสาวน้อยตกน้ำกันอย่างโจ๋งครึ่มโดยมีการระบุข้อความในป้ายโฆษราว่าจัดทำเพื่อหารายได้สมทบทุนการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.บางละมุง ขณะที่ตลอดแนวริมถนนสาธารณะ รวมถึงป้ายบนเวทีการจัดงาน มีการติดตั้งธงสัญลักษณ์และป้ายโฆษณาสินค้าแอลกอฮอล์รายนี้เป็นจำนวนหลายจุด กระทั่งมีกระแสในโลกโซเชียลว่าการดำเนินการดังกล่าวถูกต้องหรือไม่และใครเป็นผู้อนุญาต โดยมีประชาชนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่พร้อมทำการคุมตัวผู้ประ กอบการซึ่งเป็นตัวแทนมาดำเนินคดีจำนวน 5 รายพร้อมของกลาง โดยกล่าวหาว่าจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางเท้าตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2521 โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ

ขณะที่ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎ หมายและหากในคืนวันที่ 9 มิถุนายนซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการจัดงานยังมีการกระทำดังกล่าวอยู่ทางเจ้าหน้าที่ก็คงต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดิม ขณะที่เมืองพัทยาซึ่งเป็นเจ้าภาพการจัดงานมีการสอบถามผ่านทางไลน์กลุ่มประชาสัมพันธ์ของเมืองพัทยาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่พบว่ายังไม่มีใครออกมาชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด