สิงค์โปร์ คึกคัก! รับ ทรัมป์-คิม จองอึน เปิดตัวเบอร์เกอร์สันติภาพโลก

สิงค์โปร์ คึกคัก! รับทรัมป์-คิม ผลิตเหรียญที่ระลึก-เปิดตัวเบอร์เกอร์สันติภาพโลก

บรรดาหน่วยงาน โรงแรม และร้านค้าต่างๆ ในสิงคโปร์ ถือโอกาสในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำเกาหลีเหนือในวันอังคารที่ 12 มิถุนายน นี้ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ โดยกรมธนารักษ์สิงคโปร์ ได้ออกเหรียญกษาปณ์ทั้งเงินและทองคำจำหน่ายเป็นที่ระลึกในโอกาสพิเศษดังกล่าว โดยกำหนดราคาเหรียญทองคำที่เหรียญละ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 24,000 บาท และ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 2,400 บาท สำหรับเหรียญเงิน

ขณะที่ ร้านวอล์ฟ เบอร์เกอร์ ร้านจำหน่ายเบอร์เกอร์ชื่อดังสัญชาติสิงคโปร์ก็ได้นำเสนอเมนูพิเศษแก่ลูกค้า โดยใช้ชื่อว่าเบอร์เกอร์เพื่อสันติภาพโลก เช่นเดียวกับร้านอาหารเม็กซิกันชื่อ ลูชา โลโก ก็แนะนำเมนูใหม่ที่มีการดึงลักษณะเด่นของผู้นำทั้งสอง ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จองโรงแรมแชงกรี-ล่าในสิงคโปร์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่พักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ รายหนึ่งที่ออกประกาศขายสิทธิการจองห้องพักของเขาในสุดสัปดาห์นี้ด้วยราคาสูงกว่าที่จองไว้ถึง 3 เท่า นอกจากนี้ มีสินค้าที่ระลึกประเภทอื่นๆ การขายเสื้อยืดที่ระลึกทางออนไลน์ เป็นต้น

ด้านกองทัพสื่อมวลชน มากกว่า 3,000 คนได้เดินทางเข้าไปปักหลักเตรียมรายงานข่าวการหารือกันครั้งประวัติศาสตร์แล้ว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ปีที่แล้วมีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปในสิงคโปร์กว่า 17.4 ล้านคน คาดว่าปีนี้จำนวนผู้ที่เดินทางเข้าสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นและทำให้การใช้จ่ายเงินแพร่สะพัดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลจากการพบกันระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับผู้นำสหรัฐฯ บริษัทการเงินในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า โดยเฉลี่ย ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์เป็นเวลา 3 วันครึ่งจะใช้จ่ายเงินประมาณ 1,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 36,000 บาท การท่องเที่ยวสิงคโปร์ คาดว่า ยอดใช้จ่ายรวมของนักท่องเที่ยวในปีนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 27,100 – 27,600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 650,000 – 660,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น การท่องเที่ยวสิงคโปร์ เชื่อมั่นว่า นอกจากรายได้จากนักท่องเที่ยวแล้ว การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำเกาหลีเหนือจะสร้างโอกาสในการดึงหน่วยงานและบริษัทต่างชาติเข้าไปจัดการประชุมในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100

เร่งติดตามคนร้ายยิง 4 คนไทยดับ ขณะร่อนทองคำ

ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายยิง 4 คนไทยดับ ขณะร่อนทองคำ บริเวณสวนป่ายางพาราแม่น้ำสายบุรี อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส 

วันนี้(9 มิ.ย.) พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ตำรวจเร่งสืบสวนหาคนร้ายยิงชาวไทยมุสลิมตระกูลบาโด 4 ราย เสียชีวิต บริเวณสวนป่ายางพาราแม่น้ำสายบุรี อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ขณะเข้าไปร่อนหาทองคำ ด้านผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุคิริน ระบุว่า วันนี้จะมีการเรียกพยานมาสอบปากคำ พร้อมตรวจสอบกระสุน และวิถีกระสุน

ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องความมั่นคง เนื่องจากฝั่งตรงกันข้ามเป็นเขตรอยต่อพื้นที่ อำเภอจะแนะ ซึ่งมีสมาชิกแนวร่วมก่อความไม่สงบเคลื่อนไหวอยู่ รวมถึงปมความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์การดูดเศษแร่ทองคำ เพราะกลุ่มผู้เสียชีวิตถือว่าเป็นคนต่างถิ่น ที่อาจเข้ามาแย่งรายได้ของชาวบ้าน

ชื่นชม! โชเฟอร์สองแถวเมืองพัทยาเก็บเงินครึ่งแสน ส่งคืนชาวต่างชาติ

ชื่นชม! โชเฟอร์สองแถวเมืองพัทยาเก็บเงินครึ่งแสน ส่งคืนนักท่องเที่ยวชาวมะกัน

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา นายประวิทย์ มีเพียร อายุ 48 ปี คนขับรถสหกรณ์เดินรถพัทยา เบอร์ 243 นำกระเป๋าซึ่งภายในมีเอกสารสำคัญ และมีเงินสดสกุลไทยและดอลลาร์ รวมเป็นเงินกว่า 50,000 บาทมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ หลังจากพบว่ามีนักท่องเที่ยวลืมทรัพย์สินไว้ในรถตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (9 มิ.ย.) ที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายประวิทย์ มีเพียร อายุ 48 ปี คนขับรถสหกรณ์เดินรถพัทยาได้นำกระเป๋าเอกสาร พร้อมเงินสดที่นักท่องเที่ยวลืมไว้บนรถ มาส่งมอบคืนให้กับ Mr.John Edward Haas อายุ 68 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอเมริกา เจ้าของทรัพย์สินที่ทางเจ้าหน้าที่สามารถประสานงานและติดตามตัวให้เดินทางมารับคืนไปได้ โดยจากการตรวจสอบทรัพย์สินและสิ่งของพบว่าอยู่ครบเช่นเดิม ซึ่งในโอกาสนี้ Mr.John ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และคนขับรถสองแถว พร้อมกับจับมือคนขับรถด้วยความดีใจ โดยมี ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ณ ระนอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา และ นายสุทาบ สุขโขใจ ประธานสหกรณ์เดินรถพัทยา จำกัด และคณะกรรมการสหกรณ์เดินรถร่วมเป็นสักขีพยาน

ด้าน Mr.John กล่าวว่าเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง ล่าสุดจำได้ว่าขึ้นรถไปที่ท่าเรือและเที่ยวต่อโดยไม่รู้ว่าทำทรัพย์สินหล่นหาย จากนั้นก็เดินทางไปที่ กทม.กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมาจึงรีบกลับมาที่พัทยาอีกครั้ง และจะอยู่ต่อไปจนกว่าจะวันที่ 22 มิ.ย.จึงจะเดินทางกลับ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้รู้สึกประทับใจและชื่นชมในน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก