เตือนอันตราย “ยาฉีดสลายไขมัน” อย่าหลงเชื่อโฆษณาทางสื่อหรือจากเน็ตไอดอล

อย. ย้ำเตือนสาวๆ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาฉีดสารสลายไขมันหรือการฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) จากสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดียหรือจากทางเน็ตไอดอล เสี่ยงทำให้เกิดการแพ้ขั้นรุนแรง อันตรายถึงตายได้ 

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับข้อมูลว่าพบการโฆษณาชวนเชื่อจากเน็ทไอดอลเชิญชวนสาว ๆ ฉีดสารบางชนิดเพื่อลดไขมัน นั้น อย. มีความห่วงใยคุณผู้หญิง เกรงจะได้รับอันตรายจากการใช้

เนื่องจาก อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น และเทคนิคการสลายไขมันด้วยการฉีดเฉพาะจุด ยังไม่เคยมีการรับรองมาตรฐานหรือมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่รองรับอย่างชัดเจนว่าได้ผลในการสลายไขมันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ยาที่มีการนำมา ใช้ฉีดเพื่อสลายไขมันตามโฆษณาที่เรียกว่าการฉีดเมโสแฟต แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ยากลุ่มสารสเตียรอยด์ ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย หากนำสารสเตียรอยด์มาฉีดเพื่อสลายไขมัน ถือว่านำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดผลข้างเคียง และอันตราย เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้

ส่วนยากลุ่มที่ 2 เป็นยาที่ใช้กันในต่างประเทศ ยังไม่ผ่านการรับรองเพื่อการฉีดจาก อย. ถือเป็นการฉีดที่ไม่ปลอดภัย หากวิธีการฉีดไม่สะอาดพอ ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และอาจเกิดผลร้ายแรงตามมา หรือทำให้ผิวหนังเป็นลูกคลื่นจากการสลายไขมันเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากเวลาฉีดไม่ได้ฉีดเพียงจุดเดียว อาจฉีดเป็นสิบหรือเป็นร้อยจุด ทั้งนี้ การฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย สารที่ฉีดต้องได้รับการรับรองจาก อย. และผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น

เลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการลักลอบนำเข้ามาใช้และนำมาโฆษณาขายและฉีดในราคาถูก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงขอเตือนหญิงสาวที่รักสวยรักงามอย่าหลงเชื่อโฆษณา อวดสรรพคุณที่พบมากทางสื่อออนไลน์หรือจากพรีเซ็นเตอร์หรือเน็ทไอดอลเด็ดขาด ให้ศึกษาถึงผลดีผลเสียก่อน มิฉะนั้น นอกจากเสียเงินทองแล้ว อาจได้ของแถมเป็นรอยตำหนิ

หากรายใดที่ถูกฉีดไปแล้ว และเกิดผลข้างเคียง ขอให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาโดยด่วน ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยและมีหุ่นสวยเพรียว ขอให้เน้นการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร อย่างไรก็ตาม หากพบการโฆษณาฉีดสารสลายไขมันทางสื่อใด ๆ ก็ตาม ขอให้แจ้งร้องเรียนมายัง สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเจ้าหน้าที่จะรีบตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

ออกหมายจับ 5 สีกา ช่วย อดีตพระพรหมเมธี หลบหนีแล้ว

ศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ “สีกาจุ๋ม” คนสนิทอดีตพระพรหมเมธี กับพวกรวม 5 คน ช่วยหลบหนีคดีทุจริตเงินทอนวัด

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (7 มิ.ย. 2561) ศาลจังหวัดนครพนม ได้อนุมัติออกหมายจับบุคคลที่ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี แล้ว จำนวน 5 คน ประกอบด้วย

1.นางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล หรือ สีกาจุ๋ม ซึ่งเป็น สีกาคนสนิทของอดีตพระพรหมเมธี
2.นายพีรวิช ศรีศรัทธา เป็นคนไทยที่คอยให้การช่วยเหลือ

พระพรหมเมธี, คดีเงินทอนวัด, ข่าวสดวันนี้
พระพรหมเมธี

ส่วนอีก 3 คน เป็นชาวลาวที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งตำรวจจะเร่งประสานงานติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีฐานความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดฯ โดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ระบุว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับทางบังคับบัญชาระดับสูง ว่าจะสั่งการอย่างไรต่อไป

อัยการยื่นฟ้อง ‘บรรยิน’ เพิ่มข้อหาร่วมกันฆ่า ‘เสี่ยชูวงษ์’ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

พนักงานอัยการยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เพิ่มในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

วันที่ 7 มิ.ย. 2561 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวถึงความคืบหน้าคดีพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยผู้เสียชีวิตคือนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเหตุเกิดบริเวณริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558

โดย นายประยุทธ กล่าวว่าในวันนี้เวลา 11:03 น. พนักงานอัยการอาญากรุงเทพใต้พระโขนงได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ต่อศาลจังหวัดพระโขนงในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อที่จะเอาหรือเอาไว้เพื่อประโยชน์ อันเกิดจากการที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้ทำไว้ ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1951/2561

โดยในคดีดังกล่าวมีการยืมฟ้องไป ซึ่งขอให้ลงโทษตามกฏหมายอาญามาตรา 288,289 มาตรา 83 แล้วก็ขอให้นับโทษของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญา หมายเลข อ.305/2561 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้ในข้อหาเรื่องปลอมเอกสาร