ตั้งกรรมการตรวจสอบ โกงราคาขนมโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังถูกเจ้าของร้านขนมที่ส่งให้กับโรงเรียน ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ราคาขนมที่ส่งกับราคาในเอกสารของโรงเรียน ไม่ตรงกัน

จากกรณี นายวสันต์ และ นางประภัสรา ใจเอื้อย สองสามีภรรยา นำบิลซึ่งเป็นหลักฐานที่ถูกระบุว่า มีการจัดซื้อขนมที่ไม่โปร่งใส ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่ได้รับงบประมาณจัดซื้ออาหารจากรัฐบาล ในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มาแสดงกับผู้สื่อข่าว

หลังจากส่งขนมให้กับโรงเรียนราคาชิ้นละ 3 – 4 บาท วันละกว่า 2,000 ชิ้น แต่ปรากฎว่า มีครูคนหนึ่งซึ่งทำหน้าฝ่ายจัดซื้อ นำเอกสารมาให้ลงชื่อ โดยในเอกสารระบุราคาค่าขนมชิ้นละ 5 บาท ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ล่าสุด นายวีระ ทวีสุข ผู้อำนวยการศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอรายงานผลที่เกิดขึ้น

ด้านผู้จัดการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย จึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจภูธรอู่ทอง พร้อมเตรียมเชิญตัว นายวสันต์ เข้ามาชี้แจงเรื่องนี้

นักวิชาการแนะรื้อระบบ แก้กลโกงอาหารกลางวันเด็ก

นักวิชาการโภชนาการ แนะรื้อระบบการจัดซื้ออาหารกลางวันเด็ก เพื่อแก้กลโกงค่าอาหาร

นายสง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลกินขนมจีนเปล่าคลุกน้ำปลา ว่า คุณภาพอาหารกลางวันที่ดีคือต้องมีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ มีผักทุกมื้อ มีไข่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ฟอง มีตับหรือเลือดสัตว์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

พร้อมผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ที่เหลือเป็นขนมที่หวานน้อย ส่วนการจะทำอาหารมื้อกลางวันให้มีคุณภาพ ต้องเริ่มจากการอบรมครู และแม่ครัว เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการทำอาหาร

ทั้งนี้ ปัจจุบันหน่วยงานท้องถิ่นได้จัดงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้กับเด็ก 20 บาทต่อคนต่อวัน แต่การจัดการยังไม่ดี โรงเรียนที่มีเด็ก 500 คนขึ้นไป ก็จะได้เงินค่าอาหารกลางวันมาก จึงต้องใช้วิธีการประมูลตามระเบียบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แต่ปรากฏว่า พอประมูลแล้วก็ได้ผู้ชนะราคาถูกที่สุดประมาณ 13 บาท คุณภาพอาหารจึงไม่ดี

ขณะที่เงินส่วนต่างอีก 7 บาท ก็หายไปไม่มีใครระบุได้ ดังนั้น จึงอยากให้มีการแก้ระบบใหม่ โดยกำหนดคุณภาพอาหารอย่างชัดเจน รวมถึงใช้โปรแกรมสำเร็จรูปกำหนดเมนูอาหารที่ทางสพฐ.ทำไว้ เนื่องจากโปรแกรมจะระบุราคาของวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร จึงไม่สามารถทุจริตได้

นักวิชาการโภชนาการ ระบุด้วยว่า หากเด็กกินอาหารกลางวันไม่มีคุณภาพ จะทำให้เกิดผลกระทบ 2 ทาง คือผลการเรียนที่ตกลง การพัฒนาสติปัญญาและเซลสมองด้อยลง รวมถึงการเจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ตัวเตี้ย ผอมหรืออ้วนเกินไป และภาวะโภชนาการที่บกพร่อง

ฉาววงการศึกษา! ทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน “น้ำลดตอผุด” ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอ

กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน

หากเปรียบเทียบกรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ถูกแฉไม่เว้นแต่ละวัน เป็นดั่งสุภาษิต “น้ำลดตอผุด” ในยุคโซเชียลมีเดีย แบ่งบาน ก็คงไม่ผิดนัก เพราะยิ่งขุด ก็ยิ่งเจอแทบทุกพื้นที่

ไล่เรียงมาตั้งแต่กรณี ฉาวโฉ่ของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โกงงบประมาณอาหารกลางวัน เหลือให้นักเรียนชั้นอนุบาล ทานแค่เส้นขนมจีนคลุกน้ำปลา หรือน้ำซุปวิญญาณเนื้อสัตว์

ไม่ต่างจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่แฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” แฉภาพปริมาณอาหารกลางวัน อันน้อยนิดของเด็กนักเรียน ไม่สมกับงบประมาณที่ได้ปีละเกือบ 2 แสนบาท

จนมาถึงกรณีของโรงเรียนในอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่วัตถุดิบทำอาหารกลางวัน ล่องหนหายไปหลายรายการ รวมหลายสิบกิโลกรัม

เมื่อสาวลึกลงไป จะพบพฤติกรรมทุจริตตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบจากตลาดในราคาปกติ แต่ขอเบิกจ่ายเกินราคา หรือจัดส่งไม่ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ แต่ลงนามเบิกค่าวัตถุดิบครบเต็มจำนวน

อย่างไรก็ตาม เมื่อ “ต้อตอ” ถูกแฉ กลับมีการลงโทษแค่ย้ายออกนอกพื้นที่ หรือเด้งเข้ากรุสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดนั้นๆ และตั้งคณะกรรมการสอบ แต่กลับไม่มีการเอาผิดทางอาญา หรือให้ชดใช้ค่าเสีย ก่อนลงเอยด้วยเรื่องเงียบหาย

ขณะที่ล่าสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้คลอด 3 มาตรการ เพื่อแก้ปัญหาโกงอาหารกลางวันเด็ก ได้แก่ ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ตั้งคณะทำงานออกสุ่มตรวจ ขอความร่วมมือผู้ปกครอง ดูแลเรื่องเมนูอาหาร โดยให้ทางโรงเรียนทำเมนูล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก

มาตรการทั้งหมดนี้ อาจช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเบื้องต้น แต่หากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ยังไม่มีจิตสำนึกในเรื่องทุจริต ก็ยากที่จะแก้ปัญหาได้ในระยะยาว และเด็กๆ ก็คงต้องรับกรรมต่อไป