แพทย์ชี้ ใช้น้ำมนต์รักษาโรคผิวหนัง เสี่ยงติดเชื้อ – อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ชี้ “ใช้น้ำมนต์รักษาโรคผิวหนัง เสี่ยงติดเชื้อ” ทำให้การรักษามีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อความผ่านสื่อเรื่องการใช้น้ำมนต์รักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังอย่างต่อเนื่อง กรมการแพทย์จึงขอให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพื่อป้องกันความเชื่อที่ว่าการใช้น้ำมนต์สามารถรักษาโรคผิวหนังให้หายได้

เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าการรักษาโรคผิวหนัง ต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากเมื่อผิวหนังเกิดโรคต่าง ๆ ขึ้น เช่น งูสวัด แผลน้ำร้อนลวก หรือการอักเสบอื่น ๆ ผิวหนังบริเวณนั้น ๆ มักมีการปริแยก ซึ่งเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย การใช้ยาเพื่อการรักษายังต้องมีการฆ่าเชื้อและการจัดเก็บแบบปลอดเชื้ออย่างดีก่อนนำมาใช้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำเติม ดังนั้น การใช้น้ำมนต์ ซึ่งไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาด และใช้ปากอมพ่นใส่ตรงจุดที่มีรอยปริแยกของผิวหนัง จึงเป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มเติม

ภาพประกอบข่าว

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติผิวหนังของมนุษย์สามารถป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ทางผิวหนังได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บจนผิวหนังเกิดรอยปริแยกขึ้น ไม่ว่าจากการเกา การกระทบกระทั่งจนเกิดรอยถลอก หรือน้ำร้อนลวกเป็นแผลพุพอง การป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายบริเวณนั้นจะสูญเสียไป

ดังนั้นการใช้น้ำมนต์เป่าไปยังจุดที่เป็นโรคงูสวัด และแผลน้ำร้อนลวกจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคเพิ่มเติมสูง โรคงูสวัด เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ผู้ป่วยมักจะเป็นในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ความเสี่ยงในการติดเชื้ออื่นเพิ่มเติมจึงมีได้ง่าย เช่นเดียวกับแผลจากน้ำร้อนลวก ผิวหนังมีอาการบาดเจ็บเป็นแผล การใช้สิ่งที่ไม่สะอาดสัมผัสแผลโดยตรง อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ จนเข้าสู่กระแสโลหิตเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย

จึงขอแนะนำว่าการรักษาโรคทางด้านผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาตามแนวทางและขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ผิวหนังของผู้ป่วยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ฮาแต่ได้สาระ เปิดข้อความแฉ แก๊งรับทำวุฒิฯปลอม อ้างทำงานได้จริงโดยไม่ต้องเรียน

เปิดข้อความแฉ แก๊งรับทำวุฒิการศึกษาปลอม อ้างทำงานได้จริงโดยไม่ต้องเรียน

วันนี้ (1 มิ.ย. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษืวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ โคตรห้าว V.4 ได้มีการเปิดเผยภาพบทสนทนาระหว่างสาวคนหนึ่งกับแก๊งรับทำวุฒิการศึกษาปลอม โดยภาพได้เผยให้เห็นว่ามีสาวคนหนึ่งต้องการได้วุฒิการศึกษาเพื่อเอาไปสมัครสอบเป็นข้าราชการ จากนั้นเธอได้ติดต่อไปยังกลุ่มคนที่ประกาศทำวุฒิการศึกษาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อสอบถามว่ามีขั้นตอนอย่างไร และมีการเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการดำเนินการ

ก่อนที่จะทราบต่อมาว่าการทำวุฒิการศึกษาปลอมแต่ละครั้งเสียเงินแค่ 7,000 บาท แถมผู้รับทำยังอวดอ้างว่ามีการสถาบันการศึกษารับรองอย่างถูกต้อง  เพราะมีคนในสถาบันช่วยเหลือ  จากนั้นทั้งคู่ก็มีการพูดคุยกันอย่างออกรส จนฝ่ายที่รับทำทนไม่ไหวถามกลับว่าจะเอาหรือไม่เอา เนื่องจากมีการต่อรองราคาแต่ฝ่ายผู้ซื้อไม่ยอมโอนเงินให้สักที

จนในที่สุดฝ่ายผู้ว่าจ้างที่อยากได้วุฒิการศึกษาปลอมจะเฉลยว่าไม่อยากได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะมันไม่ใช่ของจริง เนื่องจากไม่ได้มีการลงทะเบียนเรียนจริง ไปนั่งเรียนจริง และอีกอย่างบริษัทไม่ใช่ควาย ที่จะรับควายเข้าทำงาน มีแต่ควายเท่านั้นที่รับทำวุฒิการศึกษาปลอม ทำให้ฝ่ายรับทำบล็อกหนีไปทันที

ทั้งนี้เมื่อภาพข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในความกล้าของผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวออกมาแฉ เพราะต่างก็บอกว่ากว่าจะเรียนจบออกมาต้องหมดค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่คนพวกนี้กลับหากินกันง่ายๆ ด้วยการกระทำแบบนี้  ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้หมดไป ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจริงจัง กวาดล้างคนกลุ่มนี้ให้หมดไปในสังคม และได้ไม่ต้องมีคนตกเป็นเหยื่อในการเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้อีก  อาทิ

ไอ้พวกเวร กูเรียนแทบตาย หมดเป็นหลายแสน พวกมึงซื้อกันแค่7พัน ในเวลาแค่คืนเดียว

ค่าเรียนเป็นล้าน ไหนจะค่าเหล้า ค่ากิน ไอ้แม่เย็ด 4ปีนะมึง ไม่นับตาโหลๆตอนส่งวิจัยอีก

ไม่เข้าใจมันน่าภูมิใจตรงไหน เรียนก้ไม่เรียนจริงแล้วจะเอาสมองส่วนไหนไปทำงาน

ต้องโทษสังคมไทย วัดคนที่วุฒิการศึกษา เป็นต้น

สำหรับข้อความสนทนาแฉสามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่ โคตรห้าว V.4 รับรองว่าสนุกสุดฮาแถมได้สาระชัวร์

โค้ชมวยไต้หวัน ฆ่าหั่นศพ-กินเครื่องในแฟนสาว แค้นถูกหลอกว่ายังซิง

คดีสะเทือนขวัญ โค้ชมวยไต้หวันฆ่าหั่นศพหญิงสาวที่นัดพบกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ หลังโกรธแค้นที่ฝ่ายหญิงหลอกลวงว่าเป็นสาวบริสุทธิ์

สำนักข่าวต่างประเทศ ‘เมโทร’ รายงานข่าวคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีฆ่าหั่นศพ ฮวง ยี-มินหญิง วัย 27 ปี รายหนึ่ง แยกชิ้นส่วนใส่ถุงพลาสติกซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีนักมวยคนหนึ่ง นัดพบกับผู้ตายผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดังอย่าง “Tinder” และเกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การฆาตกรรมขึ้น

มีการสืบสาวไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ที่แสดงให้เห็นภาพสุดท้ายของฮวง ยี-มิน เหยื่อสาวขณะเดินตาม แกรี่ ชู ชายหนุ่มวัย 28 ปี ขึ้นไปยังอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด และแยกชิ้นส่วนร่างกายใส่ถุงขยะกว่า 7 ใบ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นห้องพักของ ชู แต่ไม่พบหลักฐานหรือศพของเหยื่อ จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกตัวในบริเวณที่พักอาศัยที่พบภาพสุดท้ายของ ชู ก่อนพบว่าเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เวลาประมาณตี 1 ชู ได้ลงมาจากห้องพร้อมถุงพลาสติกจำนวนมากมาโยนทิ้งบริเวณสวนดอกไม้

ทั้งนี้ฆาตกรหนุ่มได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ไม่เคยทำร้ายหรือกักขัง ยี-มิน เลย และเป็นเธอเองที่กลับมาหาเขา แม้เขาจะพยายามเลิกกับเธอก็ตาม ส่วนแรงจูงใจในการก่อฆาตกรรม ชู บอกว่า เขาพบกับเหยื่อผ่านแอพฯ Tinder เธอโกหกว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ตนรู้สึกเสียใจเมื่อรู้ว่าเธอโกหกเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายอีกคนหนึ่งก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบชิ้นส่วนของเหยื่อกระจายอยู่ตามสวนดอกไม้ และยังพบศพของ ชู ที่แขวนคอฆ่าตัวตายอยู่บริเวณต้นไม้ในเขตชินจวง พร้อมทิ้งกระดาษที่มีข้อความไว้ว่า “เธอโกหกผม”

ที่มา  www.taiwannews.com.tw