อัยการรับสำนวน ‘สันธนะ’ นัดสั่งคดีก่อน 7 มิ.ย. – เตรียมฟ้อง 6 ผตห. เมจิกสกิน วันนี้

อัยการรับสำนวน “สันธนะ” ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน-ต่อสู้ขัดขวาง จนท. นัดสั่งคดีก่อน 7 มิ.ย. – เตรียมฟ้อง 6 ผตห. เมจิกสกิน วันนี้

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการคดีแขวงดอนเมืองได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ในสำนวนที่กล่าวหา พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เเละต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ คดีนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งสำนวนคดีนี้จะครบผัดฟ้องครั้งที่ 5 ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ซึ่ง นางพจนารถ เหลืองประเสริฐ อัยการพิเศษฝ่ายคดีเเขวงดอนเมือง ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการศาลเเขวงดอนเมืองเเละผู้รับผิดชอบจะเร่งตรวจพิจารณาสำนวน เเละสามารถสั่งคดีได้ทันภายในวันที่ 7 มิถุนายนนี้เเน่นอน

นายประยุทธ กล่าวต่อว่า ทางพนักงานอัยการศาลเเขวงดอนเมืองจะเร่งพิจารณาคดีอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้ได้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าสำนวนนี้อัยการจะพิจารณาทันครบกำหนดผัดฟ้องครั้งสุดท้าย 7 มิถุนายนนี้อย่างเเน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เวลา 10.00 น. คณะพนักงานสอบสวน กองปราบปราม จะนำสำนวนการสอบสวน พร้อมตัวผู้ต้องหา 6 ราย ในคดีเมจิกสกิน มาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีอาญาด้วย

‘วิษณุ’ รับเคยได้ยินการซื้อขายตำแหน่งสงฆ์ แต่ตอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่

รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับเคยได้ยินการซื้อขายตำแหน่งพระสงฆ์ แต่ไม่สามารถตอบว่าจริงหรือไม่ ย้ำไม่หนักใจปมเงินทอนวัด

วานนี้ (31 พ.ค. 61) มีรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ขอตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดจนอาจจะบานปลายหลังจากนี้ สร้างความหนักใจให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือไม่ โดยระบุให้ไปถามนายกรัฐมนตรีเอง และส่วนตัวไม่หนักใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ นายวิษณุ ยอมรับว่า เคยได้ยินมาเยอะเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งทางสงฆ์ และเคยได้ยินหลายเรื่อง ปัจจุบันก็ยังได้ยินอยู่ แต่ไม่รู้ว่า ถูกไม่ถูก จริงไม่จริง ซึ่งเอามาเป็นสาระไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ และหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีพระชั้นที่สูงกว่านี้ เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือถูกจับกุมหรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะมีการจัดระเบียบพุทธพาณิชย์ ซึ่งหากเริ่มต้นดำเนินการแล้วจะชี้แจงรายละเอียดให้รับทราบ ซึ่งส่วนตัวเข้าวัด ไหว้พระปกติ และชอบบทสวดมนต์บทหนึ่ง ที่ว่า นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธเม สะระณัง วะรัง ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธ พระเจ้า พระสงฆ์ พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ของข้าพเจ้า พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าไปยึดอย่างอื่นให้ยึดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยพระสงฆ์ คือ สงฆ์ใดสาวกศาสดา คือสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งหมายถึงพระอรหันต์ แต่ขณะนี้ไม่มีพระอรหันต์ จึงเรียกว่า สมมติสงฆ์ ใช้เรียกพระ ที่บวชในระยะสั้น หรือ 2-3 พรรษา คือการสมมติขึ้นมาแทนพระพุทธเจ้า

ดังนั้นทุกวันนี้ เราไหว้ในสิ่งที่สมมติขึ้นเวลาไหว้พระสงฆ์ ก็ให้คิดว่า เราไหว้สมมติสงฆ์ เวลาไหว้พระพุทธรูป ให้คิดว่า เราไหว้ พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ปูน หรือ ทรายที่นำมาปั้น คิดแบบนี้แล้วจะสบายใจ

ชาวมาเลเซีย ร่วมบริจาคเงินเกือบ 1.8 ล้านดอลลาร์ ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ

ชาวมาเลเซีย ร่วมใจบริจาคเงินเกือบ 1.8 ล้านดอลลาร์ให้กับกองทุนฯ แก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ

เว็บไซต์ข่าวแชนเนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์รายงานอ้าง นายลิ้ม กวน เอง รัฐมนตรีคลังของมาเลเซียว่า ในช่วงเวลาแค่ 24 ชั่วโมง หลังรัฐบาลมาเลเซียแถลงเปิดตัวกองทุนเพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศคือ กองทุนตาบุง ฮาราปัน มาเลเซีย หรือกองทุนแห่งความหวังของมาเลเซีย ก็ได้รับบริจาคเงินจากสาธารณชนในมาเลเซียแล้วกว่า 7 ล้านริงกิต (1.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังของมาเลเซีย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าพลเมืองมาเลเซียมีสำนึกรักชาติสูงมาก เต็มใจจะสละเงินทองเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยกอบกู้ประเทศชาติอันเป็นที่รักของชาวมาเลเซียทุกคน พร้อมทั้งย้ำว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายเงินในกองทุนนี้ทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใสและสามารถติดตามเรื่องตัวเลขยอดเงินบริจาคล่าสุดได้จากเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของกระทรวงการคลังมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้ นายชาซารินา ภักติ นักกิจกรรมและนักศึกษากฎหมายของมาเลเซียได้ริเริ่มโครงการบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออลไลน์ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนฯ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เพื่อระดมเงินบริจาคจากสาธารณชนมาช่วยชำระหนี้สินต่างๆ ของมาเลเซีย ให้ตรงตามความประสงค์ของผู้ร่วมบริจาคเงินต่อไป

ขอบคุณข้อมูล จส.100