‘กลุ่มตอลิบัน’ ในปากีสถานประกาศแต่งตั้งผู้นำคนใหม่

กลุ่มตอลิบันในปากีสถานประกาศแต่งตั้งนายมัฟติ นูร์ วาลี เมห์ซุด เป็นผู้นำกลุ่มคนใหม่

กลุ่มตอลิบันในปากีสถานประกาศแต่งตั้งนายมัฟติ นูร์ วาลี เมห์ซุด เป็นผู้นำกลุ่ม “เตห์รีก-อี-ตอลิบัน ปากีสถาน” หรือ TTP คนใหม่ หลังจากโฆษกของกลุ่ม TTP ออกแถลงการณ์ยืนยันเป็นครั้งแรกถึงข่าวการเสียชีวิตของนายเมาลานา ฟาซลุลเลาะฮ์ ผู้นำกลุ่มคนก่อน ในระหว่างสหรัฐฯ ใช้โดรนปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน และยังแต่งตั้งนายมัฟติ มาซาฮิม เป็นรองผู้นำกลุ่ม TTP

สำหรับนายเมห์ซุด วัย 40 ปี เป็นนักวิชาการอิสลาม ซึ่งเป็นที่เคารพ และยังเป็นนักรบ ซึ่งเคยเดินทางไปกรุงคาบูลเพื่อร่วมรบ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีอัฟกานิสถานหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 แต่ต้องเสียใจเมื่อเห็นการล่มสลายของกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ นายเมห์ซุด ซึ่งสังกัดชนเผ่าเมห์ซุด ซึ่งมีความป่าเถื่อนในเขตวาซิริสถานใต้ เคยศึกษาอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาหลายแห่งตามเมืองต่างๆ ของปากีสถาน ทั้งยังเป็นเจ้าของงานหนังสือ ซึ่งเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารนางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เมื่อเดือนธันวาคม 2550

ปากีสถานและอัฟกานิสถานต่างกล่าวหาระหว่างกันว่า ให้ที่พักพิงแก่ผู้นำกลุ่มตอลิบันของแต่ละฝ่าย โดยภายหลังการเสียชีวิตของนายฟาซลุลเลาะฮ์ ผู้นำกลุ่มตอลิบันในปากีสถาน ซึ่งเชื่อว่า เป็นผู้สั่งการสังหาร น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิด้านการศึกษาของสตรีและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดโลกเมื่อปี 2555

แต่ น.ส.มาลาลารอดชีวิตมาได้เมื่อปี 2555 กองทัพปากีสถานก็ได้เรียกการเสียชีวิตของนายฟาซลุลเลาะฮ์ว่า เป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะนายฟาซลุลเลาะฮ์เดินทางไปหลบซ่อนตัวอยู่ในอัฟกานิสถานเมื่อปี 2552 การเสียชีวิตของนายฟาซลุลเลาะฮ์จึงสร้างความโล่งใจให้แก่ครอบครัวปากีสถานหลายสิบครอบครัว ซึ่งตกเป็นเหยื่อของกลุ่ม TTP รวมถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งสำคัญที่โรงเรียนในเมืองเปชะวาร์เมื่อเดือนธันวาคม 2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน นอกจากนี้ นายฟาซลุลเลาะฮ์ยังมีความเชื่อมโยงกับความพยายามลอบวางระเบิดรถยนต์ในย่านไทมส์สแควร์ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อปี 2553 ด้วย

ขอบคุณ จส.100

ญาติ ‘น้องเมย์’ เหยื่อฆ่าหั่นศพ 14 ชิ้น เรียกร้องโทษประหารถึงสาสม

ญาติ “น้องเมย์” เหยื่อฆ่าหั่นศพ เรียกร้องโทษประหารชีวิต รับไม่ได้หลานถูกฆ่าโหด

บรรยากาศที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ครอบครัวของนางสาวลักขณา กำลังเก่ง หรือ น้องเมย์ สาวเคราะห์ร้ายที่ถูก นายธนกฤต ประกอบ หรือ วุธ อดีตแฟนหนุ่มฆ่าหั่นศพ 14 ชิ้น ทิ้งข้างทางป่านย่านมีนบุรี เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา เดินทางมายัง สน.มีนบุรี หลังตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ นายสมคิด จะมัง อายุ 59 ปี ลุงของน้องเมย์ เผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยมีครอบครัว และมีลูก 2 คน ก่อนจะเลิกรากันไป จากนั้นผู้ตายก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จึงได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางครอบครัวรับรู้ว่าคบหากัน ประมาณ 1-2 ปีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุนิสัยใจคอเป็นอย่างไร กระทั่งทางตำรวจได้โทรศัพท์มาหาญาติที่ จ.นครสวรรค์ จึงทราบว่าหลานสาวเสียชีวิต และเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

นอกจากนี้ ลุงน้องเมย์ ยังยืนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษประหาร ถือเป็นเรื่องที่เสียใจที่สุดแล้ว แต่ยิ่งมารู้ว่าโดนหั่นศพด้วยก็ยิ่งรับไม่ได้ สภาพจิตใจของครอบครัว ไม่มีใครรับได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอฝากให้เรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในโทษประหาร เพราะหากไม่ประหารชีวิต คนก็จะไม่เกรงกลัวกฎหมายและอาจจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก

ฝ่ายปกครองคลองหลวง จับโจ๋ขายกัญชาให้กลุ่มนักศึกษา

ฝ่ายปกครองคลองหลวงล่อซื้อกัญชา ขยายผลทั้งคืนจับโจ๋ขายกัญชาให้กลุ่มนักศึกษา

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายบุญเลิศ เนตร์ขำ ปลัดอำเภอคลองหลวง ว่าที่ร้อยตรี พิชญะ เพียราช ปลัดอำเภอคลองหลวง เจ้าหน้าที่ทหาร ปตอ.2 พัน4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 15 นาย ได้ร่วมกันล่อซื้อกัญชาจาก นางพรทิพย์ บุญแถม อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 64 หมู่ 8 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ผู้ขับขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างซอยเทพประทาน

และสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง เงินล่อซื้อ 200 บาท เงินสด 820 บาท และกัญชา 25 ห่อเล็ก น้ำหนัก 70 กรัม โดยแจ้งข้อหา ว่าจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

จากนั้นขยายผลทำการจับกุม นายทองสุข จักสุวงษ์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 189 หมู่ 1 ต.คำน้ำสร้าง อ.กุดชุม จ.ยโสธร ผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง วินซอยเทพประทาน พร้อมด้วยของกลาง เงินสดจำนวน 2,100 บาท และกัญชา 25 ห่อเล็ก น้ำหนัก 83 กรัม โดยแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมให้การว่า จะมีผู้เป็นเจ้าของนำกัญชามาวางไว้ตามจุดต่างๆจากนั้นตนเองจะเป็นผู้จำหน่ายโดยรับมา100บาท จำหน่ายแพ็คละ120บาท

เวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้ทำการขยายผล จับกุมนายอิทธิพล หรือท็อป หุ้มแพร อายุ 31 ปี โดยจับกุมได้ที่หอพักไม่มีชื่อ เลขที่ 50/1 หมู่ 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมกัญชาอัดแท่ง 1,134 กรัมซุกซ่อนอยู่ภายในตู้เก็บของภายในห้อง ก่อนแจ้ง ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

นายบุญเลิศ เนตร์ขำ ปลัดอำเภอคลองหลวง กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวง ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินซอยเทพประทาน. ซอยคลองหลวง 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีพฤติกรรมในการลักลอบขายกัญชาและที่ผ่านมาก็เคยจับกุมมาแล้วหลายครั้ง จึงได้สนธิกำลังและเข้าทำการจับกุมตัวพร้อมขยายผลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป