ชาวเน็ตถล่ม FB มือฆ่าหั่นศพสาว หลังโพสต์แบบไม่สะทกสะท้าน

ชาวเน็ตถล่มเฟซบุ๊ก ‘ไอ้วุธ’ อดีตแฟนหนุ่มมือฆ่าหั่นศพสาวผมแดง หลังโพสต์ข้อความแบบไม่สะทกสะท้านหลังก่อเหตุ

จากกรณีฆ่าหั่นศพสาวผมแดง ซึ่งมีการพบชิ้นส่วนอวัยวะร่างกายในพื้นที่มีนบุรี กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าตำรวจ สน.มีนบุรี ได้จับกุมตัวนายธนกฤษ หรือวุธ ประกอบ ซึ่งเป็นอดีตแฟนของผู้เสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : รวบแล้ว!! มือฆ่าหั่นศพสาวที่แท้ฝีมือแฟนหนุ่ม คาดปมหึงหวง)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีการนำเสนอข่าวสาวถูกฆ่าหั่นศพ นายธนกฤษ หรือวุธ ยังโพสต์เฟซบุ๊กตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงข่าวฆ่าหั่นศพสาวผมแดง โดยระบุไว้ว่า “ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว๊าา เดวยิงกัน เดวฆ่ากัน หั่นคนหยั่งกะหั่นหมู หั่นวัว” อย่างไรก็ตามภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวุธได้ ชาวเน็ตก็เข้าไปถล่มเฟซบุ๊กของมือฆาตกรรมที่โพสต์แบบไม่สะทกสะท้าน แม้ตนเองจะเป็นผู้สังหารก็ตาม

นิด้าโพล เผยปชช.หนุนโทษประหาร มองคดีฆ่าข่มขืนควรโดนสุด

นิด้าโพล เผยปรชาชนหนุนโทษประหาร เชื่อทำอาชญากรรมลดลง พร้อมมองคดีฆ่าข่มขืนควรโดนสุด

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21 – 22 มิถุนายน 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับโทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบทลงโทษที่ผู้กระทำความผิดในคดีร้ายแรงควรได้รับ ระหว่าง “โทษจำคุกตลอดชีวิต” หรือ“โทษประหารชีวิต” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.50 ระบุว่า โทษประหารชีวิต ร้อยละ 18.86 ระบุว่า โทษจำคุกตลอดชีวิต และร้อยละ0.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อ “บทลงโทษประหารชีวิต” จะมีผลทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์หรือน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.29 ระบุว่า ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นเพราะ แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเด็ดขาด ทำให้ประชาชนมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิดอีก ขณะที่ร้อยละ 12.07 ระบุว่า ไม่ได้ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะ กระบวนการยุติธรรมไม่มีความโปร่งใส มีช่องโหว่ทางกฎหมายและการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และร้อยละ 2.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ “โทษประหารชีวิต” จะทำให้คดีอาชญากรรมลดลงหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 79.05 ระบุว่า จะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง รองลงมา ร้อยละ 15.83 ระบุว่า จะทำให้คดีอาชญากรรมเท่าเดิม ร้อยละ 2.88 ระบุว่าจะทำให้คดีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น และร้อยละ 2.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ “โทษประหารชีวิต” ว่าควรมีต่อไปหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.49 ระบุว่าควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นบทเรียนเตือนใจให้แก่ผู้กระทำความผิดหรือคิดจะกระทำความผิด

มีความเกรงกลัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสีย และร้อยละ 7.51 ระบุว่า ไม่ควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ ไม่ได้ทำให้คดีอาชญากรรมลดลง ควรให้โอกาสสำหรับผู้ที่กระทำผิด เนื่องจากบางคนอาจจะทำเพราะเหตุบันดาลโทสะ หรือไม่ได้เจตนา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ให้จำคุกตลอดชีวิตน่าจะดีกว่า

ท้ายที่สุด เมื่อถามผู้ที่ตอบว่าควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เกี่ยวกับคดีที่ผู้กระทำผิดสมควรได้รับโทษประหารชีวิตมากที่สุด พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.45 ระบุว่า เป็นคดีฆ่าข่มขืน (ข่มขืนแล้วฆ่าหรือรุมโทรมจนเสียชีวิต) ร้อยละ 23.95 ระบุว่าเป็นผู้ที่กระทำผิดซ้ำในคดีที่ร้ายแรง เช่น ฆ่าคนตาย ข่มขืน ร้อยละ 16.68 ระบุว่า เป็นคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา ร้อยละ 2.42 ระบุว่า

เป็นคดียาเสพติด ร้อยละ 0.95 ระบุว่า เป็นคดีก่อการร้าย ร้อยละ 0.86 ระบุว่า เป็นคดีทุจริตคอร์รัปชัน และร้อยละ 0.69 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

หนุ่มเมาเดินตามรางรถไฟ ก่อนถูกรถไฟทับเสียชีวิต

หนุ่มโรงงานเมาเดินไปตามทางรถไฟเพื่อจะกลับหอพัก ก่อนถูกรถไฟชนเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบริเวณข้างรางรถไฟก่อนถึงสถานีรถไฟเชียงรากน้อย

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 24 มิ.ย ร.ต.อ อิสรพงษ์ มงคลสิน รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟเฉี่ยวชนคนเสียชีวิต บริเวณข้างรางรถไฟก่อนถึงสถานีรถไฟเชียงรากน้อย ประมาณ2กิโลเมตร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย สมาคมอยุธยารวมใจ

พบศพนายชำนาญ ทองนวน อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง เป็นพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อยู่ข้างรางรถไฟสภาพศพแขนขาหัก ศีรษะเปิดมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย

จาการตรวจสอบพบว่าขบวนรถไฟที่ เฉี่ยวชนเป็นรถเร็ว เที่ยวล่อง ขบวนที่ 142 อุบลราชธานี -กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้ากรงเทพ สอบถาม พขร.รถไฟทราบว่าขบวนผ่านถึงที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนรางรถไฟ ได้ส่งสัญญาณเตือน แต่เบรคไม่ทันทำให้รถไฟเฉี่ยวชนแล้วทับร่างจนเสียชีวิต

สอบถามนส.สุจีภรณ์ ทองนวน อายุ27ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ตายได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ที่สถานบันเทิง ใกล้กับตลาดโรงเกลือ ต. เชียงรากน้อย อ. บางปะอิน โดยช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ได้โทรศัพท์คุยกับผู้ตายมีอาการเมาสุรา สอบถามว่าทำไมยังไม่กลับหอพัก ผู้ตายยอกว่ากำลังเดินกลับมาตามรางรถไฟ เพราะหอพักที่ผู้ตายพักอยู่ที่บริเวณตลาดเอกเซ็นเตอร์ ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน อยู่ติดกับรางรถไฟ ระหว่างนั้น ผู้ตาย บอกว่าไม่ไหวแล้วเมาขอนอนก่อน จากนั้นได้วางสายไป จนมาทราบอีกครั้งมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาบอกว่าถูกรถไฟเฉี่ยวชนเสียชีวิตจึงรีบเดินทางมาดู

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นผู้ตายน่าจะเดินลัดเลาะมาตามรถไฟเพื่อกลับหอพักซึ่งมีระยะทางไกลมาก แต่ด้วยความเมาสุรา ระหว่างทางหมดแรง จึงล้มตัวนอนอยู่บนรางรถไฟและถูกขบวนรถไฟทับจนเสียชีวิตซึ่งจะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ. ปทุมธานีเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต