‘เหล่าซืออายะ’ ติวเตอร์สุดน่ารัก มากระซิบ รวยฟ้าผ่าด้วยทักษะ ‘ภาษาจีน’

หากว่าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังคิดอยากจะเรียนภาษาที่ 3 เพื่อพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการเรียน การทำงาน รวมไปถึงการประกอบธุรกิจ ที่แน่นอนว่าไทย ประเทศที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวแสนเรืองรอง ดังนั้นการเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มเติมนั้น ย่อมหมายถึงการเพิ่มโอกาสที่มากขึ้นอีกด้วย

เป็นอีกครั้งที่ คอลัมน์ M-Trilingual ได้มีโอกาสถ่ายทอดข้อมูลสื่อกลาง ให้ข้อมูลแนะนำทุกเรื่องราวในการเรียนภาษาที่ 3 ซึ่งครั้งนี้ถึงทีมาพูดถึงการเรียน ‘ภาษาจีน’ ซึ่งถือได้ว่า เป็นภาษาที่มีคนพูดได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และนั่นหมายถึงความได้เปรียบมากมาย หากว่าเราเป็น Trilingual (คนที่พูดได้ 3 ภาษา) ที่สามารถพูดภาษาจีนได้นั่นเอง

เหล่าซืออายะ
น.ส.อาภาศิริ รติเมธากุล หรือ เหล่าซืออายะ

และ Trilingual ที่มีความสามารถด้วยภาษาจีนในวันนี้ คือ ‘เหล่าซืออายะ’ หรือ น.ส.อาภาศิริ รติเมธากุลวัย 26 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นคณะศึกษาศาสตร์ การสอนภาษาจีนในฐานะภาษาต่างประเทศ และได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซีหนาน เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ปัจจุบันเป็นเจ้าของสถาบันกวดวิชา ‘อายะ ไชนีส’ ซึ่งตั้งอยู่ที่พญาไทพลาซ่า โดยเธอมีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กจำนวนกว่า 77,000 คน จากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น และพูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว น่าดึงดูดใจ

‘จริงๆการเรียนภาษาจีนให้มีประสิทธิภาพจะต้องเริ่มต้นจากความชอบซึ่งจะช่วยผลักดันให้เราประสบความสำเร็จในการเรียนภาษานั้น ๆ รวมถึงต้องพูดทุกวันและใช้สม่ำเสมอซึ่งจะช่วยให้ทักษะสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด เหล่าซืออายะ เผย’

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราซื้ออายะเปิดเผยว่าสำหรับตนมองว่าภาษาจีนนั้นง่ายกว่าภาษาอังกฤษเพราะภาษาจีนมีความใกล้เคียงกับภาษาไทยเพียงแต่ต้องจำคำศัพท์ให้ได้ซึ่งทักษะการจำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเรียนภาษาจีน

เหล่าซืออายะ เผยต่อไปว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจเรียนภาษาจีนมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นเด็กในระดับมัธยมจะได้รับอิทธิพลจากสื่อ อาทิเช่น ซีรี่ย์ หนัง ละคร บางก็ชื่นชอบในตัวดาราศิลปินที่ประเทศจีน แต่หากเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อยคือช่วงวัยในระดับมหาวิทยาลัยเด็กก็จะมุ่งเน้นในเรื่องของการเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้ต่อยอด แต่หากเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาและอยู่ในวัยทำงานจะมาเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปเพื่อต่อยอดเพิ่มเงินเดือนอัพตำแหน่งและเพิ่มโอกาสที่ดีในหน้าที่การงานต่อไป

สำหรับในเรื่องของการติดต่อค้าขายกับประเทศจีนผู้ที่พูดภาษาจีนได้นั้นจะได้เปรียบมาก เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ และประชากรจีนมีมากมายมหาศาลซึ่งนับได้ว่ามีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก หากว่าสามารถพูดภาษาจีนได้ก็จะสามารถสื่อสารได้ทั่วโลก ทั้งนี้จีนมุ่งเน้นนโยบายการเปิดตลาด มีอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการค้า

หากพูดภาษาจีนได้ก็จะมีชัยไปครึ่งนึงแล้วในด้านการทำการค้าซึ่งในธุรกิจเหล่านี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้แก่นักลงทุน รวมถึงธุรกิจต่างๆมีความต้องการแรงงานภาษาจีนมาก รวมถึงการท่องเที่ยวไทยที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจีนมีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลมาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

ส่วนอาชีพที่ทำเงินให้แก่ผู้ที่มีความสามารถด้านภาษาจีน คือการติดต่อค้าขายกับชาวจีน ซึ่งหากเจาะตลาดตรงจุด ก็จะสร้างเม็ดเงินมากมายมหาศาลแบบก้าวกระโดด โดยเหล่าซืออายะ กระซิบบอกเคล็ดลับการทำธุรกิจให้ตรงใจชาวจีน คือจะต้องใช้ใจแลกใจ และอาศัยความจริงใจรวมถึงไม่ควรมองชาวจีนในเชิงลบตั้งแต่เริ่มแรก

เหล่าซืออายะ
น.ส.อาภาศิริ รติเมธากุล หรือ เหล่าซืออายะ

ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ ที่มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคนซึ่งถือว่ามีประชากรมากที่สุดในโลก มีการคาดการณ์จากนักวิชาการมากมาย ระบุว่า ว่าจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นขั้วมหาอำนาจอันดับ 1 คู่กับรัสเซีย ซึ่งอาจจะมีอำนาจบนเวทีโลกมากกว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นขั้วมหาอำนาจเก่า ที่ขณะนี้นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีท่าทีโดดเดี่ยวตัวเองออกจากประชาคมโลก ทำให้ลดทอนอำนาจลงไปจากอดีตมาก

เมื่อพูดถึงในด้านเศรษฐกิจจีนที่เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จีนมีความโดดเด่นในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจจีนกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการผลิต การบริโภค การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ เศรษฐกิจจีนสามารถเติบโตและขยายตัวเติบโต ขยายใหญ่ขั้นเรื่อย ๆ

เศรษฐกิจ GDP เป็นอันดับ 2 ของโลกได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 30  ปีจีนมีแนวทางแบบสังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์แบบจีน” (Socialism with Chinese Characteristics) ที่มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจให้จีนเป็นศูนย์กลางของโลก

นอกจากนี้ผู้ประกอบการในจีน ยังแห่กันเข้ามาเปิดกิจการในประเทศไทยมากมาย ทว่าบริษัทเหล่านั้นย่อมมองหาผู้ที่สามารถสื่อสารภาษาจีนเข้ามาทำงาน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าของธุรกิจชาวต่างชาติได้มากกว่าลูกจ้างที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้

     -รัฐบาลไทยดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคให้เป็น “เส้นทางสายไหมยุคใหม่”ที่จะเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทางรางของไทยสู่การค้ากับ 64 ประเทศ ทำให้ไทยและจีน อาจมีการเชื่อมโยงกันในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

     -พลเอกประยุทธ์ เล็งเห็นว่าไทยและจีนมีความร่วมมือกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ภายใต้ความสัมพันธ์อันดีมานาน โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงนี้จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและโครงข่ายคมนาคม One Belt One Road ของรัฐบาลจีน อันจะสนับสนุน ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน

     -ส่วนในด้านสังคม โดยทั่วไปแล้วชาวจีนมักพูดแต่ภาษาของตนเองเท่านั้น บ้างก็คาดหวังว่าคนส่วนใหญ่ในโลกจะพูดภาษาจีนได้ เพราะในโลกส่วนส่วนประชากรจีนมากที่สุด ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย บ่อยครั้งอาจประสบปัญหาเรื่องการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย มากกว่านั้น

ประเทศไทยยังเป็นประเทศจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของชาวจีน จะเห็นได้ง่าย ๆ ว่า เจ้าหน้าที่ตามท่าอากาศยาน หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง จะมีพนักงานที่สามารถพูดภาษาจีนประจำการอยู่ตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงพนักงานขายตามร้านขายของในสนามบินส่วนใหญ่ จะสามารถพูดภาษาจีนได้

     -แม้ภาษาจีน จะเป็นภาษาที่ถูกขนานนามว่าเป็นภาษาที่ยากมากที่สุดภาษาหนึ่งในโลก แต่ทุกวันนี้มีช่องทางในการเรียนภาษาจีนมากมาย เช่นการเรียนผ่านออนไลน์ และทุกวันนี้ภาษาจีนเป็นที่แพร่หลายมากในประเทศไทย ทั้งหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับมัธยมปลาย ไปจนถึงระดับปริญญาเอกในสถาบันการศึกษาทั่ว ๆ ไป และยังมีหลักสูตรระยะสั้น ไปจนถึงโรงเรียนสอนภาษาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นตัวเลือกมากมายให้แก่ผู้ที่สนใจพัฒนาตัวเอง

มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตร ‘ภาษาจีน’ ในระดับปริญญาตรี

-คณะศิลปศาสตรบัณฑิต หลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
-คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
-คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม
-คณะศิลปศาสตร์ ม.หัวเฉียว
-คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีนมหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ
-คณะศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยบูรพา
-คณะศิลปศาสตร สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
-คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
-คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยราชมงคลรัตนโกสินทร์
-คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
-คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้สิ่งที่ผู้สนใจเรียนภาษาจีนต้องฝึกฝนคือการหัดเขียนตัวหนังสือภาษาจีน รวมถึงการฟังเพลงภาษาจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษาะการเรียนภาษาจีนให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนยังมีส่วนช่วยให้การเรียนภาษาจีนประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกด้วย แต่แม้จะตั้งใจแค่ไหน ถ้าหากขาดการฝึกฝน ความต่อเนื่อง และความสม่ำเสมอ การเรียนภาษาใหม่ ๆ ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังได้ เพราะฉนั้นเมื่อเรียนแล้วได้นำไปใช้ หรือไปอยู่ในสถานที่ที่มีโอกาสได้ฝึกฝนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

กล่าวได้ว่า การเรียนรู้ภาษาไม่ใช่การเรียนองค์ความรู้ใหม่ หากแต่เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงองค์ความรู้ที่มากขึ้น การเรียนภาษาเปรียบเสมือนการเปิดโลกทัศน์ใหม่ และเพิ่มโอกาสในด้านต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย จะเห็นได้ว่า สถานศึกษาต่าง ๆ ได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนภาษาที่ 3 ลงไป เพื่อปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือว่ามาถูกทางในการวางรากฐานความแข็งแกร่งของแรงงานไทยในอนาคตอีกด้วย

นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อร่างทรง หนุนจัดระเบียบ

“นิด้าโพล” ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อร่างทรง แต่เห็นด้วยต้องมีการจัดระเบียบ แนะปลูกฝังให้มีวิจารณญานเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความเชื่อเรื่องร่างทรง ของคนไทย ในยุค 4.0 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20–21มิ.ย. ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษา ทั่วประเทศ 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.64 ไม่เชื่อเพราะ ศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องร่างทรง เป็นการจินตนาการ งมงาย หลอกลวงไร้สาระ และไม่สามารถพิสูจน์ ขณะร้อยละ 23.60 เชื่อ เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น และจะได้ระวังตัว ไม่ประมาท ส่วน ร้อยละ 1.76 ไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ ร้อยละ 60.88 เห็นด้วย ต่อกระแสเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบร่างทรง เพราะ จะได้เป็นระเบียบ เป็นที่ยอมรับและถูกกฎหมาย รองลงมา ร้อยละ 36.56 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะไร้สาระไม่มีประโยชน์ อีกทั้ง ร้อยละ 77 ยังเห็นด้วยกับการ ออกกฎหมายเอาผิดกับร่างทรงที่เรียกรับเงินเพราะจะช่วยลดการหลอกลวง ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกหลอกลวง แต่ ร้อยละ 21.52ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ร้แยละ 60.08 ระบุ ควรปลูกฝังให้ประชาชนมีวิจารณญาณเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ร้อยละ 33.04 ระบุ ออกกฎหมายข้อบังคับในการควบคุมร่างทรงมีบทลงโทษแก่ผู้ที่กระทำผิด และ ร้อยละ 25.28 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมตรวจสอบพิสูจน์

ผงะ! พบชิ้นส่วนสาวถูกฆ่าหั่นศพยัดถุงดำ ทิ้งพงหญ้า ซ.สามวา 27 มีนบุรี

ผงะ! พบชิ้นส่วนมนุษย์ใส่ถุงดำ ถูกทิ้งในพงหญ้า ซ.สามวา 27 มีนบุรี คาดเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30-40 ปี  ไม่มั่นใจเป็นคนไทยหรือไม่ 

วันนี้(23 มิ.ย.) พบศีรษะมนุษย์ ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้สะพายสีดำ และมีผ้าขนหนูห่อไว้อีก 1 ชั้น ภายในซอยสามวา ซอย 3 พื้นที่มีนบุรี คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน  มูลนิธิร่มไทร รายงานว่า จุดที่ประชาชนแจ้งว่าพบเข้าซอยไปประมาณ 4-5 กม. คนแถวนั้นเดินผ่านทางและได้กลิ่น จึงเรียกกู้ภัยไปตรวจสอบเมื่อกู้ภัยเข้าไปตรวจสอบบริเวณพงหญ้าข้างทาง พบศีรษะมนุษย์ ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีแดง ใส่อยู่ในกระเป๋าเป้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง เพราะมีผมยาวสีทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ได้เดินทางตรวจสอบ

ต่อมามูลนิธิร่มไทร รายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 01.37 น. ว่าจากการตรวจสอบเป็นศรีษะผู้หญิง ลักษณะถูกของแข็งตีมีบาดแผลถูกของมีคมแต่คมไม่มาก และพบเสื้อชั้นในและเสื้อในกระเป๋าเป้ด้วย ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 05.06 น.ว่าเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนที่เหลือใส่ในถุงดำและถุงปุ๋ยอีกประมาณ 4 ถุง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถุงดำถุงที่ 1 พบขาท่อนล่าง ช่วงหัวเข่า-เท้า 2 ข้าง ใส่ไว้ในกล่องกระดาษรูปทรงกระบอก ถุงดำถุงที่ 2 พบแขนท่อนบน ที่เหลือ 1 ข้าง และแขนท่อนล่าง ข้อมือ-ศอก 1 ข้าง เป็นข้างซ้าย ส่วนอวัยวะที่ยังไม่พบเป็นแขนท่อนล่างขวา เจ้าหน้าที่ได้ส่งชิ้นส่วนทั้งหมดให้นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ จุดที่พบเป็นพื้นที่เป็นป่ากก รกร้าง มีหญ้าสูง 3 เมตร ห่างจากกำแพงบ้านคน 100 เมตร ถนนสวนกัน 2 ช่องทาง ช่วงเช้า-เย็น การจราจรติดขัดมาก มีโรงเรียนหลายโรงเรียน และมีชุมชนจำนวนมาก ตรงข้ามจุดพบศพ เป็นโรงงานผลิตที่นอนยี่ห้อดาร์ลิ่ง ลักษณะศพ ดูตามเค้าหน้าคาดว่าอายุประมาณ 30-40 ปี สูงไม่เกิน 160 ซม. น้ำหนัก 60 กก. ไม่มั่นใจเป็นคนไทยหรือไม่ คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4 วัน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าในกระเป๋าเป้ มีผ้าขนหนูสีแดงลายตุ๊กตาหมีห่อศีรษะผู้เสียชีวิต มีร่องรอยการถูกทำร้ายที่หน้าผาก 1 จุด และมีร่องรอยตรงไรผมอีก 1 จุด นอกจากนี้ ยังพบเสื้อยืดสีแดง 1 ตัวเป็นลายรูปนกยี่ห้อฮาร่า และมีแจ๊คเก็ตมีฮู้ดสีแดงยี่ห้อเดียวกัน นอกจากนี้ ยังพบแว่นตา เครื่องสำอาง ยาทาเล็บ อยู่ในกระเป๋าเป้ และยังพบหีบห่อ และกระสอบที่ภายในพบชิ้นส่วนต่างๆอยู่ในนั้นด้วย เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนไทย หรือ ต่างด้าว และยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มไหนที่ก่อเหตุ

Cr.มูลนิธิร่มไทร