สั่งปิด! สะพานมอญ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำพัดพาท่อนไม้ไผ่มาติดที่เสา

สั่งปิด! สะพานมอญ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำพัดพาท่อนไม้ไผ่มาติดที่เสา หวั่นพังลงมา

นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี เผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ว่า ภาพรวมในพื้นที่ฝนยังตกอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประสบกับอุทกภัยหนัก บางจุดน้ำท่วมสูงในระดับ 2 เมตร บ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเดือดร้อนกว่า 400 ครัวเรือน ต้องมีการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ไปอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ ต.ไล่โว่ เพื่อประชุมหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ บริเวณสะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ น้ำได้พัดพาท่อนไม้ไผ่มาติดอยู่ที่เสาสะพานจำนวนมาก หลังฝนตกหนัก ซึ่งขณะนี้สภาพของสะพานมอญยังแข็งแรงอยู่ แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงได้มีการประกาศปิดการใช้และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องแล้ว

ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ปมครูพละข่มขืนนักเรียนอยู่ระหว่างทำเรื่อง ลั่นไล่ออกจากราชการแน่นอน

ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ปมครูพละข่มขืนนักเรียนอยู่ระหว่างทำเรื่อง ลั่นไล่ออกจากราชการแน่นอน รับว่าระบบการตรวจสอบลงโทษของกทม.กับหน่วยงานอื่นๆไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องทำไปตามขั้นตอน

วันนี้(21 ก.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตรวจสอบพบว่าครูคนดังกล่าวเคยกระทำอนาจารเด็กมาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว และมาก่อเหตุซ้ำอีก ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่กทม.ก็อยู่ระหว่างทำเรื่อง โดยกำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ และแม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา แต่ยืนยันว่า กทม.จะสั่งไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน ไม่สามารถให้อยู่ต่อได้ รับว่าระบบการตรวจสอบลงโทษของกทม.กับหน่วยงานอื่นๆไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องทำไปตามขั้นตอน

ทั้งนี้ ได้ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีได้ขอให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือพื้นที่เกิดเหตุพิจารณาสำนวนคดีให้ดี ทั้งนี้ มองว่า ครูในสังกัดกทม.ที่มีกว่า 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นครูที่ดี และทุกคนผ่านการตรวจร่างกายและสุขภาพจิตมาก่อนเเล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้นอาจเพราะมีปัญหาสุขภาพจิตภายหลังเข้ามาเป็นครูแล้วหรือไม่ แต่ยืนยันว่ากทม.พยายามผลักดันระบบการศึกษาให้ดีที่สุด

ประกาศ ‘พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน’ ฉบับที่ 1

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ‘พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน’ ฉบับที่ 1

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุด ใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง โดยพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ทั้งนี้ ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561