3 รุ่นพี่โหด รับทำร้ายจริง เพราะต้องการสั่งสอนที่คุมน้องปี 1 ไม่ดี

คุมฝากขัง 3 รุ่นพี่รับน้องโหด ยอมรับทำร้ายน้องจริง เหตุต้องการสั่งสอนเรื่องที่ปกครองน้องปี 1 ไม่ดี

จากกรณีที่แม่ของ นายปวริศ รังสิต หรือ เปา อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่ปี 3 รับน้องโหด ทำร้ายร่างกายจนม้ามแตก เพราะคุมรุ่นน้องไม่อยู่ จนต้องเข้าผ่าตัดรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามอบตัวทั้ง 3 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (21 ก.ค. 61) มีรายงานว่า พ.ต.อ.ศาสตรา อ่อนรัศมี ผู้กำกับการ สน. ทุ่งมหาเมฆ เผยหลังจากสอบปากคำแล้ว ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า ทำร้ายร่างกายน้องเพราะต้องการสั่งสอนในเรื่องที่ปกครองน้องปี 1 ไม่ดี ตามระบบโซตัส ไม่ใช่เป็นการรับน้องตามประเพณี และได้ก่อเหตุนอกรั้วมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าก่อนก่อเหตุไม่ได้ดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา และไม่มียาเสพติด โดยได้ก่อเหตุเพียง 3 คนเท่านั้น ซึ่งทางตำรวจจะทำการขยายผลต่อไปว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้เคยก่อเหตุอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ หลังจากนี้ต้องรอผู้เสียหายมีอาการดีขึ้น ทางตำรวจจะสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว หลังจากนี้จะอยู่ในดุลยพินิจของศาล ว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

แจ้ง 5 ข้อหา หนุ่มหัวร้อน ใช้มีดฟันรถคู่กรณีกลางถนน

แจ้ง 5 ข้อหา หนุ่มหัวร้อน ใช้มีดฟันรถคู่กรณีกลางถนน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอหนุ่มขับรถยนต์เก๋งคัมรี แสดงพฤติกรรม ขับปาด เบียดเข้าเลนใน และยังถือมีดลงมาข่มขู่คู่กรณีกลางถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด (21 ก.ค. 61) มีรายงานว่า พ.ต.อ. ศาสตรา อ่อนรัศมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เผยว่า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนตามที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง เนื่องจากในช่วงดังกล่าวตนเองได้ออกมาจากปั๊มน้ำมัน พอมาถึงทางร่วมที่ใกล้กับทางแยกจึงพยายามขอทางเข้าไปในเลน แต่ทางผู้เสียหายไม่ยอมให้เข้า ตัวเองกลัวจะผิดกฎจราจรก็เลยเกิดความโมโห ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงได้ก่อเหตุตามคลิปที่มีการเผยแพร่ออกไป

ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าเพิ่งซื้อมาติดไว้ในรถเท่านั้น ไม่ได้มีการเตรียมไว้ก่อเหตุหรือทำร้ายใคร โดยการเข้ามอบตัวในครั้งนี้ตำรวจได้พยายามประสานกดดันและออกหมายเรียกเพื่อให้เข้ามามอบตัว

เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 5 ข้อหา นายสิทธิพร อายุ 42 ปี หนุ่มหัวร้อนตามคลิป ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ , ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว , พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร อีก 2 ข้อหา จอดรถในที่ห้ามจอด เปลี่ยนช่องทางกระทันหัน ซึ่งตำรวจนัดรายงานตัวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 21 ก.ค. นี้

โพลชี้ ผู้บริหารหนุน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มองมีประโยชน์

ซูเปอร์โพลผู้บริหารองค์กรหนุนยุทธศาสตร์ชาติ มองมีประโยชน์ อยากมีส่วนร่วมกำหนด 20ปีข้างหน้า อยากได้คนเก่งเทคโนโลยีสื่อสารแก้ปัญหาได้ทำงาน

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPERPOLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ผู้บริหารองค์กร คิดอย่างไร ต่องานและทักษะ ของคนไทยในอนาคต 20 ปีข้างหน้า จากกรณีศึกษาตัวอย่างผู้บริหารองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,098 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-19 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 67.4 ระบ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีประโยชน์ ในขณะที่ 23.1 ไม่มีประโยชน์ และ ร้อยละ 9.5 ไม่มีความเห็น โดยที่ ร้อยละ 65.2 ต้องการมีส่วนร่วมออกแบบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในขณะที่ ร้อยละ 34.8 ไม่ต้องการ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเกณฑ์การรับคนเข้าทำงานใน 20 ปีข้างหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.5 อยากได้คนเก่งเทคโนโลยีสื่อสาร ,ร้อยละ 71.8 แก้ปัญหาได้ ตรงโจทย์ กระชับ ชัดเจน ,ร้อยละ 70.3 คิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ เก่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความกลัว ของมนุษย์เงินเดือน พบว่า 45.4 ก่อนได้งาน กลัวงาน ขณะที่ ร้อยละ 62.0 ระบุ หลังได้งาน กลัวคน และ ร้อยล 24.8 กลัวตกงาน