กองทัพเรือแต่งตั้ง ‘แพนเค้ก เขมนิจ’ เป็นโฆษกพิเศษกองทัพเรือ

กองทัพเรือเผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง ‘แพนเค้ก เขมนิจ’ เป็นโฆษกพิเศษกองทัพเรือ พร้อมรับผิดชอบงาน 4 ข้อหลักๆ

วันนี้ (20 ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ค กองทัพเรือ Royal Thai Navy ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุ เรื่อง กองทัพเรือแต่งตั้ง นางสาวเขมนิจ จามิกรณ์ เป็นโฆษกพิเศษกองทัพเรือ มีความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ คือ 1.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารกองทัพเรือ ตามที่คณะโฆษกกองทัพเรือมอบหมาย ,2.ร่วมเป็นพิธีกร และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ตามที่คณะโฆษกกองทัพเรือมอบหมาย 3.ให้ข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติการข่าวสารของกองทัพเรือ และ 4.ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะโฆษกกองทัพเรือมอบหมาย

ขอบคุณ กองทัพเรือ Royal Thai Navy

ทต.ท่าศาลา มอบโล่ให้ ‘สุรทิน’ นายกสมาคมน้ำบาดาลฯ หนึ่งในฮีโร่ถ้ำหลวง

ทต.ท่าศาลา มอบโล่-ใบประกาศเกียรติคุณให้ สุรทิน -นายกสมาคมน้ำบาดาฯ หนึ่งในฮีโร่ถ้ำหลวง

นายสุรทิน ชัยชมภู นายกสมาคมน้ำบาดาลแห่งประเทศไทย หนึ่งในฮีโร่ถ้ำหลวง นั่งรถม้าแห่เข้ามาภายในบริเวณจัดงานโครงการชุมชนก้าวไกลใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่เทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้น โดยมีนักเรียนโรงเรียนเกษียณวัย ของเทศบาลตำบลท่าศาลา และชาวบ้านจำวนมาก ถือดอกกุหลาบ พวงมาลัย และป้าย ตั้งแถวรอต้อนรับหนึ่งในฮีโร่ถ้ำหลวง ซึ่งนายสุรทิน ได้กล่าวกับผู้มารอต้อนรับว่า กำลังใจชิ้นนี้ถือเป็นสิ่งมีค่า แต่ยังน้อยกว่า 13 ชีวิต ที่เป็นของขวัญให้กับทุกคนทั้งประเทศที่เฝ้ารอ

โดยเทศบาลตำบลท่าศาลาได้จัดพิธีมอบโล่ พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ และภาพนายสุรทินใส่กรอบขนาดใหญ่พร้อมขอความ “จะเจาะจนกว่าจะสำเร็จ โดยขอค่าแรงเป็นเด็ก 13 คน ผมจะทำงานของผมจนกว่าจะสำเร็จ อย่าไปกลัวว่าถ้ำจะพัง ถ้าถ้ำพังผมจะรับผิดชอบเอง ดีจะได้ไม่มีใครเข้าไปติดอีก เมียผมบอกว่า ถ้าช่วยเด็กไม่ได้ ไม่ต้องกลับบ้าน” ให้แก่นายสุรทิน

ซึ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่า 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงใหม่ นานกว่า 10 วัน จนภารกิจสำเร็จลุล่วง สามารถช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตให้ออกจากถ้ำหลวงมาได้อย่างปลอดภัย โดยมีนายมันส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้มอบ

ทั้งนี้นายสุรทิน ชัยชมภู มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทางเทศบาลตำบลท่าศาลา จึงได้จัดทำโล่ และใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อตอบแทนคุณงามความดี จนสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองรวมทั้งชาวชุมชนท่าศาลา และชาวเชียงใหม่

นายสุรทิน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจไม่คาดคิดว่าจะได้รับแรงใจจากหลายหน่วยงาน แต่ความรู้สึกดีใจในวันนี้ยังไม่เทียบเท่ากับที่ได้ช่วยเหลือเด็กๆทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้ ตอนที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ คิดอย่างเดียวว่าจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กๆออกมาให้เร็วที่สุด และเมื่อภาระกิจลุล่วงก็รู้สึกโล่งใจ และดีใจอย่างบอกไม่ถูก

นอกจากนี้อยากจะขอบคุณทุกแรงใจ ที่ส่งกำลังใจและสิ่งของไปมอบให้ ทั้งเสบียง และของสิ่งต่างๆ ท้ายที่สุดทุกหน่วยงานรวมทั้งตนเอง ก็สามารถนำของขวัญ คือเด็กและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงได้ สมกับที่ทุกคนเฝ้ารอและร่วมลุ้น

ส่วนที่เด็กๆทีมหมูป่าจะบวชช่วงสิ้นเดือนนี้ นายสุรทิน กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปร่วมงานเพื่อแสดงความยินดี และพบหน้ากับเด็กๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กจะบวชที่วัดใด

อลังการ!! อุโมงค์ยักษ์เชื่อมสองเขื่อนใน จ.เชียงใหม่

อลังการอุโมงค์ยักษ์เชื่อมสองเขื่อน รัฐมนตรีเกษตรเร่งรัดก่อสร้างหลังพบล่าช้ากว่ากำหนด

วันนี้ (20 ก.ค.61) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง – แม่งัด บริเวณอุโมงค์ส่งน้ำเข้าออกหมายเลข 2 บ้านทับเดื่อ ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการนี้มีขึ้นเพื่อผันน้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง ไปเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในลุ่มน้ำปิงอย่างยั่งยืน

นายกฤษฎา เปิดเผยว่า อุโมงค์ผันน้ำเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 มีกำหนดแล้วเสร็จในปี พศ. 2564 แต่ขณะนี้มีความล่าช้าในการก่อสร้าง ซึ่งตามสัญญาต้องคืบหน้าร้อยละ 53 แต่ขณะนี้พบปัญหา สามารถก่อสร้างได้เพียงร้อยละ 23 เท่านั้น ซึ่งกำลังตรวจสอบสาเหตุความล่าช้าว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคและการศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ หรือ การประสานงานระหว่างหน่วยงานพร้อมกันนี้จะตั้งคณะกรรมการทำงานติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างขึ้นอีกชุดเพื่อรายงานปัญหาเพื่อให้การก่อสร้างเสร็จตามกำหนดสัญญา

ส่วนปัญหาการก่อสร้างอุโมงค์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ขณะนี้เรื่องอยู่ในระหว่างคณะอนุกรรมการของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช คาดว่าน่าจะสรุปผลได้ก่อนที่การก่อสร้างอุโมงค์จะไปถึงจุดนั้น

อย่างไรก็ตามจะพยายามเร่งดำเนินการให้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จตามเวลา เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้น้ำ ซึ่งถ้าหากโครงการนี้แล้วเสร็จจะเป็นโมเดลนำไปต่อยอดพัฒนาก่อสร้างในพื้นที่อื่นได้

ขณะที่ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน มั่นใจว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทั้ง 2 ระยะ คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนด ในปี 2564 จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา ได้เฉลี่ยปีละประมาณ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และ รักษาระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการใช้น้ำในช่วงฤดูฝนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ประมาณ 175,000 ไร่ ส่วนในช่วงฤดูแล้ง เพิ่มจาก 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่