พบศพนิรนามห่อมัดด้วยผ้าใบทิ้งป่าหญ้า ย่านบางบัวทอง

พบศพผู้เสียชีวิตถูกทิ้งในป่ากก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ตำรวจยังไม่ระบุชี้ชัดว่าถูกฆาตกรรมอำพรางศพหรือไม่

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 20 ก.ค.61 ร.ต.ท.อภิชัย ไชนสุภาพ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตถูกทิ้ง ที่ริมถนนซอยไม่มีชื่อด้านหลังโรงงานกาแฟสำเร็จรูป หมู่ 5 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นป่ากก พบศพอยู่ด้านหลังกองขยะ ห่อด้วยผ้าใบสีฟ้า ผูกปมมัดไว้ 2 ปม สภาพศพแห้งจนหนังติดโครงกระดูก ถูกทิ้งแช่ในน้ำครื่งตัว คนงานโรงงานกระเบื้องเป็นผู้พบศพ สภาพศพหลังจากน้ำขึ้นมาตรวจสอบพบว่าข้างศพมีผ้าห่มลายสุนัข สีฟ้าพันร่างอยู่ ศีรษะผมหลุดออกหมด เป็นผมสีดำ ลักษณะเป็นเส้นยาว ตามลำตัวมีหนังหุ้มกระดูกบางส่วน ตัวท่อนบนไม่สวเสื้อ ท่อนล่างสวมกางเกงบ็อกเซอร์ลายสก็อตสีเทา สูงประมาณ 155 ซม.ลักษณะฟันเก มือเท้าเล็ก สะโพกกลม เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน คาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ตอนต้น ตามร่างกายไม่พบกระดูกแตกหัก

ในที่เกิดเหตุมีสองหนุ่มสาวที่ทำงานที่ ต.ลำโพ เดินมาดูเพราะคาดว่าเพื่อนหายไปเป็นเดือนไม่ติดต่อมา ให้รูปพรรณว่าเป็นชาย ขาซ้ายดามเหล็ก แต่จากการตรวจสอบตำหนิไม่ตรงตามที่แจ้งคนหายไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบส่าเป็นการฆาตกรรมอำพรางศพหรือไม่ จากนั้นได้ส่งร่างให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตร แต่ต้องใช้เวลาเนื่องจากสภาพศพไม่สามารถระบุได้ว่าหญิงหรือชาย หากผู้ใดสงสัยว่าเป็นญาติที่หายไปที่มีลักษณะตามที่บ่งบอก สามารถติดต่อได้ที่ สภ.บางกรวย

รองผบ.ตร. บุกจับเจ้าของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ราชบุรี

รองผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกจับกุมคนจีนเจ้าของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ ใน จ.ราชบุรี หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิด

วันนี้ (20 ก.ค. 61) พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นำทีมพร้อม นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมกรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจสอบบริษัทมิราเคิล เลเธอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 9 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงงานที่ลักลอบเปิดกิจการขยะอันตราย

โดยสืบทราบว่ามีการเปิดกิจการโรงงานนำเข้าและคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งโรงงานมีพื้นที่ขนาดใหญ่ กว่า 70 ไร่ และมีต้นไม้สูงและป่าบดบังทัศนียภาพ พบมีขยะพลาสติกมัดใส่ถุงบิ๊กแบ๊กวางกองอยู่หน้าทางเข้าและภายใน นอกจากนี้ยังพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรมที่คัดแยกชิ้นส่วนต่างๆภายในโรงงาน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา เปิดเผยว่า ที่เข้ามาตรวจค้นครั้งนี้ก็เพราะว่า ทางเจ้าหน้าที่อุสาหกรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมฝ่ายปกครองได้เข้ามาตรวจเเล้ว ( เมื่อ 22 มิ.ย. 61) แต่สืบสาบมาว่าโนรงงานแห่งนี้ ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้นำชุมชนก็ได้แจ้งข้อมูลไปทางศูนย์กลาง ว่าโรงงานแห่งนี้หลังจากถูกจับกุมแล้วยังแอบเปิดทำงานอยู่

วันนี้ทางกระทรวงอุสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาตรวจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรวจค้นแล้วพบขยะอิเล็กทรอนิคอยู่เติมพื้นที่ และเป็นขยะอันตราย ขณะเดียวกันตรวจพบแรงงานต่างด่าว ซึ่งเป็นชาวจีน 16 และแรงงานต่างด่าวสัญชาติอื่นอีกจำนวนหนึ่ง สันนิฐานว่าบางส่วนลักลอบปีนรั้วออกทางป่าด้านหลังของโรงงาน โดยสามารถจับกุมตัวผู้จัดการโรงงานคนจีนเอาไว้ได้ แต่เนื่องจากไม่มีใครสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เบื้องต้นจึงได้พยายามตรวจสอบว่าเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตามได้ทำการคุมตัวคนงานเอาไว้เพื่อตรวจสอบว่าได้เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ และจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 4 ข้อหาด้วยกันคือ 1.นำเข้าหรือมีไว้ในความครอบซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ.2535 มาตร 23 วรรค1

ข้อหาที่ 2 ตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่3โดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่มีการติดตั้งเครื่องจักรหลอมพลาสติกหลายเครื่องภายในอาคาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 12 ข้อหาที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมโดยทำการปล่อยของเสียทิ้งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 8(5) ข้อหาที่ 4 ฝ่าฝืนประกอบกิจการระหว่างที่มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 55 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน2แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะทำการอายัดของกลางทั้งหมดไว้

นักท่องเทียวชาวต่างชาติชื่นชม! สาวเมียนมา เก็บเงินแสนบาทได้คืน

นักท่องเทียวชาวต่างชาติชื่นชม! สาวเมียนมา เก็บเงินแสนบาทได้ในโรงแรม หลังทำตกไว้คืน

วันนี้(20 ก.ค.) พ.ต.ท.ปัญญา นิรัตน์มานนท์ รอง ผกก.สภ.เกาะสมุย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายธนพนธ์ อุทัยวรรณพร ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอาร์คบาร์บีชรีสอร์ท ตั้งอยู่บนหาดเฉวง ม.2 ต.บ่อผุด ว่ามีพนักงานทำความสะอาดหญิงชาวเมียนมาไปพบกล่องพลาสติกสีเขียว ภายในมีเงินสดสกุลออสเตรเลียจำนวนมาก ซึ่งนำมามอบไว้ที่แผนกต้อนรับของโรงแรม เพื่อให้ตามหาเจ้าของเงินสดดังกล่าว

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมพบว่า เจ้าของเงินที่พบเป็นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักภายในโรงแรม แล้ววางลืมไว้ จึงจะติดต่อตามตัว พร้อมขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยมาเป็นพยานในการส่งมอบคืนเจ้าของ

ต่อมา ทางโรงแรมจึงตรวจสอบสิ่งของภายในกล่อง พบว่ามีเงินสดสกุลเงินต่างประเทศจำนวน 11,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 280,000 บาท จากนั้นจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่จุดดังกล่าวก็พบว่าเป็นของลูกค้าของโรงแรมที่ลืมไว้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ให้รับทราบและช่วยมาเป็นพยานในการส่งมอบคืนเจ้าของ

นายอเล็กซานเดอร์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้กระเป๋าและเงินสดกลับคืนมาครบจำนวน เมื่อคืน ที่ผ่านมาตนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมาหนัก และไม่ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้ แต่คิดไปว่าอาจถูกคนร้ายขโมยไป แต่เมื่อรู้ความจริงก็รู้สึกประทับใจในความดีของหญิงสาวชาวเมียนมา และทางโรงแรมดังกล่าว และจากกำหนดเดิมตนจะต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมในวันที่ 20 ก.ค.นี้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจจะขอพักอยู่ต่อไปอีก 5 วัน

จากนั้นนายธนพนธ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรม จึงได้ให้นายอเล็กซานเดอร์ ตรวจสอบทรัพย์สินภายในก็พบว่าเงินสดทั้งหมดอยู่ครบ จึงได้ให้น.ส.สุรี เป็นผู้ส่งมอบคืนเจ้าของ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นพยาน พร้อมกันนี้นายอเล็กซานเดอร์จึงได้มอบเงินสด 100 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย ให้กับน.ส.สุรี เพื่อเป็นสินน้ำใจในการทำความดีในครั้งนี้