หวั่นคลื่นความร้อนญี่ปุ่น กระทบจัดโอลิมปิก 2020

สภาพอากาศร้อนจัดได้สร้างความกังวลต่อการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นในขณะนี้ ได้สร้างความกังวลถึงการรับมือกับอากาศร้อนของกรุงโตเกียว ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิก 2020



ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดในญี่ปุ่นแล้วถึง 14 คน และกว่า 9 พันคนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการลมแดด

วานนี้ จังหวัดกิฟุ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่ติดทะเล สามารถวัดอุณหภูมิที่เมืองไทจิมิได้ 40.7 องศาฯ และที่เมืองชิมันโตะ จังหวัดโคชิ อุณหภูมิอยู่ที่ 41 องศาฯ ซึ่งนับว่าร้อนที่สุดในประเทศ // กรมอุตินิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ออกคำเตือนว่าให้ประชาชนระมัดระวัง “ความร้อนอันตราย” โดยประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง ส่วนเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการต้องดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ และอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการการกีฬาของญี่ปุ่น หรือ เจเอสซี กล่าวว่า วิธีในการรับมือกับอากาศร้อนถือเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจในลำดับแรกสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางฤดูร้อน

สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว เพื่อใช้รองรับกีฬาโอลิมปิก 2020 เจเอสซี เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการสนามกีฬาที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 6 หมื่น 8 พันคน คืบหน้าไป 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยมีกำหนดเสร็จสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 และจะถูกใช้ในการจัดพิธีเปิดในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 รวมถึงการแข่งขันกรีฑา และพิธีปิด

ส่วนการออกแบบนั้น คานรับน้ำหนักหลังคาภายในสนามกีฬาจะทำจากไม้ที่ได้มาจาก 47 จังหวัดของญี่ปุ่น และมันยังได้รับการออกแบบให้ระบายอากาศได้ดี เพื่อช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเย็นสบายอยู่เสมอ และยังจะมีการติดตั้งพัดลมไอน้ำอีกด้วย

โครงการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกแห่งใหม่นี้มูลค่า 1 แสน 5 หมื่นล้านเยน หรือกว่า 4 หมื่น 4 พัน 300 ล้านบาท

เตรียมจัดงานเชิดชูเกียรติ ทีมช่วยชีวิตหมูป่า 25 ก.ค.นี้

ชาวร้อยเอ็ดเดินหน้าก่อสร้างพิพิธภัณฑ์และรูปปั้น นาวาตรีสมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล บริเวณห้วยกุดแคน ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดงานเชิดชูหมอภาคย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ปฎิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะเคเดมี

หน่วยงานราชการในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประชุมหารือกำหนดวัน จัดพิธีต้อนรับและเชิดชูเกียรติ พันโทนายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ กำลังพล อาสาสมัครหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่เดินทางไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี และโค้ช 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้จะมีการมอบโล่ห์ยกย่องการทำความดีให้กับ พันโทนายแพทย์ภาคย์ รวมถึงอาสาสมัครทั้งหมด ซึ่งเป็นบุคคลในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เข้าไปร่วมปฏิบัติภารกิจกู้ภัยถ้ำหลวง

โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และจะมีกิจกรรมไว้อาลัยแด่ นาวาตรี สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม อดีตหน่วยซีลนอกราชการ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยในถ้ำหลวง เพื่อเป็นการเชิดชูและเป็นตัวอย่างในการทำความดีเพื่อสังคม

ด้านจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์และรูปปั้น นาวาตรีสมาน บริเวณห้วยกุดแคน หน้าวัดหนองคู ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน ประมาณ 2 ไร่ เพื่อให้ประชาชนได้มาศึกษาชีวประวัติ และความเสียสละที่สามารถยึดถือเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต

โดยการออกแบบรูปปั้น นาวาตรีสมาน จะเป็นไปตามความต้องการของครอบครัว เบื้องต้นมอบหมายมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาสารคาม เป็นผู้ออกแบบรูปปั้นก่อนจะนำไปหล่อ โดยมีครอบครัวและชาวจังหวัดร้อยเอ็ดเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว

สำหรับงบประมาณที่จะนำมาก่อสร้างสร้างพิพิธภัณฑ์และจัดทำรูปปั้น เบื้องต้นได้รวบรวมเงินบริจาค จากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ประมาณ 7 แสนบาท และจะเปิดรับบริจาคประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด และจากทั่วประเทศ เพื่อมาใช้ในการดำเนินงานกิจกรรมครั้งนี้

ผู้เชี่ยวชาญแนะ ทีมหมูป่า ควรได้รับการดูแลจิตใจจากบุคคลที่คุ้นเคย

กรมสุขภาพจิต เผยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ แนะทีมสุขภาพจิตในพื้นที่ ผู้ปกครอง พระ ครู เฝ้าระวังสัญญานเตือนทางใจทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการติดตามดูแลสภาวะสุขภาพจิตของทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนภายหลังกลับไปอยู่บ้านว่า กรมสุขภาพจิตได้วางแผนการติดตามดูแลเด็กและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประชุมร่วมกับทีมเอ็มแคทและทีมสุขภาพจิตของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และศาสตราจารย์แพทย์หญิงรีเบคคา ไซย์ เชอริฟ ( Prof.Rebecca Syed Sheriff) ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตเด็กของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องผลกระทบของเด็กที่ประสบภาวะวิกฤติและการบาดเจ็บ

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำว่า เด็กและโค้ช ทั้ง13 คน ควรได้รับการดูแลจิตใจจากบุคคลที่คุ้นเคย เช่นครอบครัว เพื่อน ครู หรือพระ หรือผู้ที่ทีมหมูป่ามักไปปรึกษา ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มแข็งทางจิตใจของทีมหมูป่าให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เด็กๆ ไม่ควรถูกกดดันให้เล่าประสบการณ์การติดถ้ำ

ในช่วงนี้เด็กและโค้ชอาจมีความรู้สึกตื่นกลัว ซึ่งไม่ใช่อาการผิดปกติที่รุนแรง การปลอบโยนจะช่วยให้เด็กดีขึ้น ประการสำคัญเด็กควรได้รับการปกป้อง ไม่ให้ต้องเผชิญกับสื่อหรือหน่วยงานใดๆ นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลที่คุ้นเคยที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ควรลดเวลาไม่ให้เด็กดูทีวีหรืออินเตอร์เน็ตหรือการดูสื่อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากเกินไป เพื่อลดการรับตัวกระตุ้นที่ทำให้ย้อนระลึกประสบการณ์ติดถ้ำ

ช่วงพักฟื้นนี้มีข้อแนะนำคนใกล้ชิดเด็กๆ และโค้ช ได้แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครองและครู ให้สังเกตสัญญาณเตือนของอาการผิดปกติทางจิตใจ ได้แก่ ซึมเศร้า แยกตัวเอง ฝันร้าย นอนไม่หลับ แยกตัว หงุดหงิดง่าย เหล่านี้เป็นอาการที่อาจพบได้ในผู้ประสบเหตุการณ์วิกฤติ ซึ่งต้องได้รับการประเมินและการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กอย่างละเอียดต่อไป

ทางด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า บทบาทหน้าที่หลักในการติดตามดูแลเด็กและโค้ชหลังออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จะเป็นของทีมสุขภาพจิตจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นผู้คุ้นเคยและใกล้ชิดกับครอบครัวทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ได้ดูแลตั้งแต่ระยะเฝ้ารอที่ปากถ้ำหลวง ส่วนทีมของกรมสุขภาพจิต ประกอบด้วยโรงพยาบาลสวนปรุง สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์และศูนย์สุขภาพจิตที่1 จ.เชียงใหม่จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านวิชาการและการช่วยเหลือที่เกินขีดความสามารถของทีมสุขภาพจิตจังหวัดเชียงราย

ซึ่งที่ผ่านมา ได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญในเรื่องการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสำหรับการประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพจิตของเด็กและโค้ชจากครอบครัว ครู และคนอื่นๆ เช่น ความเจ็บป่วยทางจิตใจที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ประวัติการพัฒนาการ ประวัติบาดแผลทางจิตใจ ประวัติครอบครัว รวมทั้งการให้ความรู้กับคนใกล้ชิดของเด็กๆ และโค้ช คือพ่อแม่-ผู้ปกครอง พระ ครู ให้มีความรู้ด้านสุขภาพจิตเบื้องต้น โดยเฉพาะสัญญาณเตือนถึงอาการและพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ อย่างไรก็ตามในการติดตามเฝ้าระวังนี้ ทางกรมสุขภาพจิตก็มีเครื่องมือช่วยประเมินสภาพจิตใจที่มีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมสุขภาพจิตจังหวัดเชียงรายตลอดเวลา