คืบหน้า ฮ.ตก ดับ 4 ที่ขอนแก่น ยันเป็นของทีมข่าวช่อง 7

ตรวจสอบที่เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่ขอนแก่น เสียชีวิต 4 ราย เป็นของทีมข่าวช่อง 7

วันนี้(18 ก.ค.) ความคืบหน้าเหตุเฮลิคอปเตอร์ แบบยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355NP หมายเลขทะเบียน XS-PNG ซึ่งประสบอุบัติเหตุตก บริเวณทุ่งนา บ.หูลิง ม.2 ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น หลังขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายอลงกต กล่าวว่า ยังคงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ เนื่องจากพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 3 ราย โดย 1 ราย อยู่ในห้องคนขับ อีก 2 ราย ตกห่างจากห้องเครื่อง โดยทั้งหมดถูกเพลิงไหม้จำสภาพไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้กันพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเหตุ โดยต้องแยกออกเป็นการกู้ซากและสืบสวนเหตุที่เป็นหน้าที่ของกรมท่าอากาศยาน ที่ต้องรอหน่วยสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเดินทางมาจาก กรุงเทพฯ และจะลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเย็นของวันนี้(18 ก.ค.2561) โดยขั้นตอนดังกล่าวนั้นเป็นต้องรอข้อสรุปจากกรมท่าอากาศยาน และสำนักงานการบินพลเรือนนั้นดำเนินการ ส่วนการชันสูตรพลิกศพนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี เผยว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์ บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ

จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่าได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร วรรณา กัปตัน , พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน , นายสมเนา น้อยสกลุ ผู้โดยสาร และนายรณกิจ เพชรนิล ผู้โดยสาร และจากการตรวจสอบพบว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเป็นอากาศยานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าว และรายการต่างๆ ของทางสถานีฯ โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไปจนกระทั่งมาทราบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ ทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว โดยทุกคนอยู่ในอาการเศร้าสลด และยังคงรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการออกปฏิบัติหน้าที่งานข่าวในความรับผิดชอบ

ด้านนายสุรศักดิ์ วัฒนาอุดมชัย นายอำเภอชนบท จ.ขอนแก่น เผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ หลังจากที่ได้กู้ซาก ซึ่งศพดังกล่าวได้ถูกเฮลิคอปเตอร์ทับ ทำให้ในตอนแรก จึงระบุว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิต 3 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวตทั้งหมด 4 ศพ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น ได้ลงพื้นที่เก็บรายละเอียดแล้ว ส่วนการชันสูตรพลิกศพนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

หนุ่มโดนแทงบนรถเมล์เปิดใจ ถูกถาม ‘มึงดึงหน้าเหรอ’ ก่อนแทงซ้ำ

เปิดใจหนุ่มถูกแทงบนรถเมล์สาย 134 ถูกคนร้ายเข้ามาหาเรื่องด้วยการถาม มึงดึงหน้าเหรอ ก่อนแทงใส่ไม่ยั้ง

จากเหตุการณ์ชายวัยรุ่นคนหนึ่งแต่งชุดนักศึกษา เดินตรงเข้ามาหาชายคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังสุดบนรถเมล์โดยสาร กาอนจะมีปากเสียงกัน และชายวัยรุ่นเปิดเสื้อโชว์ปืนซึ่งเหน็บอยู่ที่เอว แล้วตรงเข้าชกชายที่นั่งอยู่ จนเกิดการชุลมุนท่ามกลางผู้โดยสารคนอื่นที่อยู่กันเต็มคันรถตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ตีกันบนรถเมล์, เด็กช่าง, ข่าวสดวันนี้

วันนี้ (18 ก.ค. 2561) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้รับการเปิดเผยว่า ตนยืนยัน ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หรือมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และไม่ใช่เรื่องระหว่างสถาบัน เนื่องจากตัวเองเรียนจบมาประมาณ 6 ปีแล้ว ปัจจุบันทำงานรับเหมาก่อสร้าง

ส่วนสาเหตุเชื่อว่าคู่กรณีซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นใส่ชุดนักศึกษาประมาณ 9-10 คน น่าจะลงมือเพราะคึกคะนอง หรือเกิดเขม่นเขา ขณะขึ้นรถประจำทางป้ายเดียวกัน หรืออาจจะเข้าใจผิด จึงเดินเข้ามาหาเรื่อง เพราะก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดก็ยืนมองหน้าตนเองสลับกับหันไปมองเพื่อนๆ เพื่อส่งสัญญาณกันตลอดเวลา

จากนั้นพอสบจังหวะเหมาะผู้ก่อเหตุ ได้เดินเข้ามาหาที่เบาะหลัง ก่อนถามว่า “เห้ย มึงดึงหน้าใส่กูหรอ” ตนจึงตอบว่า “ดึงหน้าอะไร” จากนั้นก็เกิดเหตุชุลมุนขึ้นปรากฏในคลิป ทั้งแทงและยิง แต่ปืนยิงไม่ออก โดยไม่ฟังเสียงห้ามปราม เมื่อรู้ตัวว่ายิงไม่ได้ ทั้งหมดจึงรีบวิ่งหนีลงรถเมล์ไป พอเหตุการณ์สงบตนจึงให้รถเมล์ช่วยพาไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาแผล

สำหรับเรื่องคดีนั้น หากอาการดีขึ้นจะเข้าไปให้ปากคำกับตำรวจอย่างแน่นอน เพราะจำหน้าทุกคนได้แม่น และอยากเจอตัว