หนุ่มเดิน 32 กม. ทั้งคืนหวังมาให้ทันทำงาน บอสถูกใจให้รถเป็นรางวัล

พนักงานชาย เดินเท้ากว่า 32 กม. ตลอดคืนเพื่อมาทำงานให้ทัน เจ้านายถูกใจในความมีมานะ มอบรถยนต์ให้เป็นรางวัล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานนายวอลเทอร์ คาร์ ซึ่งได้งานใหม่เป็นพนักงานในบริษัทขนย้ายแห่งหนึ่ง ตัดสินใจเดินเท้าผ่านเมืองเบอร์มิงแฮม ในรัฐอลาบามาระยะทางกว่า 32 กิโลเมตรตลอดทั้งคืนเพื่อมาทำงานให้ทันเวลา

ในวันหนึ่ง ระหว่างที่วอลเทอร์ คาร์เดินเท้าไปทำงาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง พบนายคาร์ ระหว่างทาง และรู้สึกประทับใจในความมีมานะของเขา ก่อนจะพานายคาร์ไปรับประทานอาหารเช้าและพาตัวไปส่งยังที่ทำงานใหม่ หลังจากนั้นเรื่องของวอลเทอร์ คาร์ถูกเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์ และแชร์กันต่อออกไปเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กแห่เข้ามาแสดงความเห็น ชื่นชมต่อความตั้งใจของเขาเป็นจำนวนมาก

ขณะที่เรื่องนี้โด่งดังขึ้นเรื่อย นายลูค มาร์คลิน ประธานบริหารของบริษัทขนย้าย เบลล์ฮอปส์ ขับรถจากรัฐเทนเนสซี เพื่อมาพบกับพนักงานใหม่ของบริษัทที่กลายเป็นคนดัง ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยหลังจากได้พูดคุยกัน นายมาร์คลิน ยื่นกุญแจรถ Ford Escape ปี 2014 ของเขาให้กับนายคาร์ ทำให้ลูกจ้างหนุ่มคนขยันคนนี้ เข้าโผกอดนายมาร์คลินเพื่อขอบคุณ และรับกุญแจรถไป

ทั้งนี้นายคาร์ กำลังจะเรียนจบในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จากมหาวิทยาลัยในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากนั้นเขาหวังว่าจะสมัครเข้าหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ก่อนจะกลับมาที่เบอร์มิงแฮมเพื่อเรียนต่อด้าน กายภาพบำบัด

นอกจากนี้บนโลกโซเชียล ได้เกิดแคมเปญเพื่อระดมเงินให้นายคาร์นำไปซ่อมรถของตัวเองได้ถึงกว่า 8,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.6 แสนบาท

ที่มา globalnews.ca 

อีลอน มัสก์ ขอโทษ นักดำน้ำชาวอังกฤษแล้ว หลังฉุนวิจารณ์เรือดำน้ำจิ๋วช่วยทีมหมูป่า

อีลอน มัสก์ ขอโทษ นักดำน้ำชาวอังกฤษแล้ว หลังทวิตต่อว่ารุนแรง จากการวิจารณ์เรือดำน้ำจิ๋วช่วยทีมหมูป่า

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (18 ก.ค. 2561) นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว เพื่อขอโทษ นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักดำน้ำชาวอังกฤษ ที่เข้าไปช่วยทีมฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายแล้ว

อีลอน มัสก์, เวิร์น อันสเวิร์ธ, เรือดำน้ำจิ๋ว, ถ้ำหลวง, นักดำน้ำ, หมูป่า, ข่าวสดวันนี้
เวิร์น อันสเวิร์ธ

หลังจากที่เขาทวิตข้อความต่อว่า  นายเวิร์น อันสเวิร์ธ อย่างรุนแรงเนื่องจากไม่พอใจที่นักดำน้ำชาวอังกฤษวิจารณ์ว่าเรือดำน้ำจิ๋วของเขาไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กๆ ติดในถ้ำหลวงได้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดย อีลอน มัสก์ ได้ระบุข้อความว่า

คำพูดรุนแรงของเขาที่มีต่อนายเวิร์น อันสเวิร์ธ เกิดจากความโกรธต่อข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงหลายเรื่อง และการใช้ถ้อยคำที่สื่อในเชิงทางเพศระหว่างเขากับยานแคปซูล หรือเรือดำน้ำจิ๋ว ที่เขาและทีมงานตั้งใจสร้างขึ้นด้วยความเต็มใจ และเป็นไปตามคำขอของหัวหน้าทีมน้ำดำน้ำในภารกิจกู้ภัยสมาชิกทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของคุณอันสเวิร์ธที่มีต่อผมไม่ใช่ข้อแก้ตัวกับสิ่งที่ผมตอบโต้เขา ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอโทษคุณอันสเวิร์ธ และบริษัททุกแห่งที่ผมเป็นผู้บริหาร เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดของผมเพียงคนเดียวเท่านั้น

สำหรับถ้อยแถลงขอโทษของอีลอน มัสก์ ต่อ เวิร์น อันสเวิร์ธ เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เทสลายื่นหนังสือเปิดผนึกเรียกร้องให้เขาขอโทษอย่างเป็นทางการต่อนายอันสเวิร์ธ กรณีที่ทวีตข้อความพาดพิง เนื่องจากความเห็นดังกล่าวส่งผลทำให้หุ้นของบริษัทดิ่งต่ำลง อีกทั้ง เวิร์น อันสเวิร์ธ เผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขากำลังพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายมัสก์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

เครือข่ายทวงป่าฯ ขู่รัฐบาลเร่งตัดสินใจ เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ ส.ค. นี้

เชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เตรียมมวลชนเคลื่อนไหวใหญ่ ส.ค. นี้ ขู่รัฐบาลเร่งตัดสินใจ เผยภาพล่าสุดบ้านตุลาการ 45 หลัง ทยอยปูหญ้าแล้ว

วันนี้ (18 ก.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่) โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างรายงานการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างฯ

เบื้องต้นที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเลือกการจัดการพื้นที่ในส่วนของอาคารชุดจำนวน 9 หลัง ซึ่งมี 2 ทางเลือกคือ ทางเลือกที่ 1 ดำเนินการรื้อถอนอาคารชุด 9 หลังและสาธารณูปโภคในพื้นที่ออก เร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม โดยกำหนดเวลาที่ชัดเจน

ทางเลือกที่ 2 คือ ยังคงอาคารชุด 9 หลังไว้และเร่งรัดทำการฟื้นฟู โดยกำหนดเวลาชัดเจนในการปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่โดยรอบให้เหมาะสมกลมกลืนกับสภาพป่า หรือ กลับเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิมต่อไป

โดยคณะอนุกรรมการฯ ที่มาจากตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรียกร้องแก้ไขข้อเสนอในทางเลือกที่ 2 เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในการแก้ไขปัญหา โดยต้องรื้อบ้านพักจำนวน 45 หลัง และ อาคารชุด 9 หลังที่อยู่ในแนวเขตป่าดั้งเดิม ซึ่งมีการรังวัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

เบื้องต้นที่ประชุมได้ปรับแก้ข้อความในทางเลือกที่ 2 คือ ดำเนินการจัดการอาคารตามความเหมาะสม โดยไม่มีผู้พักอาศัยหรือใช้ประโยชน์ และ เร่งรัดทำการฟื้นฟูโดยกำหนดเวลาชัดเจน เพื่อให้พื้นที่กลับเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม

ทั้งนี้ หลังแก้ไขร่างรายงานการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างแล้วเสร็จ จะนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ระดับจังหวัดพิจารณา และส่งให้คณะกรรมการระดับชาติตัดสินใจต่อไป

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า คณะอนุกรรมการได้ข้อสรุปแล้วว่า ต้องมีการรื้อบ้านพัก 45 หลังเด็ดขาด ส่วนอาคารชุด 9 หลังจะรื้อเป็นลำดับถัดไปเพื่อเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจ

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์วานนี้ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้เข้าไปอยู่อาศัยในบ้านพักและอาคารชุดที่มีข้อพิพาท แต่บ้านพัก 45 หลังยังไม่มีผู้เข้าไปอาศัย ส่วนอาคารชุดที่มีการเข้าไปอยู่อาศัยก่อน ได้ตกลงกันแล้วว่าเมื่อมีการก่อสร้างหลังใหม่ ต้องย้ายออกไป นายธีระศักดิ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่า จะไม่ให้มีเข้าไปอยู่อาศัย เครือข่ายฯจึงอยากให้นายกฯทำตามข้อตกลงที่พูดไว้ จะอ้างว่าขอให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยอยู่ไปก่อนจนกว่าจะสร้างหลังใหม่ ไม่รู้ว่าการฟื้นฟูจะเกิดขึ้นเมื่อใด จึงอยากให้นายกฯรักษาคำพูด และย้ายข้าราชการที่อาศัยอยู่ในอาคารชุด 9 หลัง มาอยู่ในอาคารชุด 4 หลังรวมกว่า 40 ห้อง ที่ไม่ถูกรื้อ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารชุด 9 หลังส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูง

นายธีระศักดิ์ บอกว่า เรื่องนี้ชาวเชียงใหม่ถือเป็นขึดหลวง เป็นสิ่งอัปมงคล หากรัฐบาลตัดสินใจในทางที่ขัดแย้งกับข้อเรียกร้อง เชื่อว่าชาวเชียงใหม่จะออกมาเคลื่อนไหวใหญ่กันอีกแน่นอน ซึ่งทุกฝ่ายไม่เฉพาะเครือข่ายฯเท่านั้น แต่ฝ่ายการเมือง กลุ่มมวลชนสีต่างๆ ก็เตรียมออกมาเคลื่อนไหวแล้ว หากรัฐบาลไม่รีบตัดสินใจเรื่องอาจจะบานปลาย ขณะที่เครือข่ายฯพยายามให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว แต่ปัญหาก็ยืดเยื้อมานานกว่า 4 เดือน หากมวลชนฝ่ายการเมืองเข้ามาเคลื่อนไหวก็ไม่สามารถห้ามปรามได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การก่อสร้างบ้านพักในโซน 45 หลัง ที่ก่อนหน้านี้หมดสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างไปแล้ว แต่ไม่มีคำยืนยันจากสำนักงานศาลยุติธรรมว่ามีการต่อสัญญาออกอีกหรือไม่ ล่าสุดมีภาพมุมสูงถูกถ่ายไว้เมื่อวานนี้ ( 17 ก.ค.) เป็นภาพสนามหญ้าด้านหน้าบ้านพักที่มีการนำหญ้ามาปู และ มีภาพรถนำหญ้าจำนวนมากมาใช้สำหรับการปูสนามบ้านพัก ทำให้ทางเครือข่ายขอคืนพื้นทีป่าดอยสุเทพเชื่อว่าจนถึงวันนี้ยังคงมีการดำเนินการกับบ้านทั้ง 45 หลังอย่างต่อเนื่อง