เครือข่ายฯ วิชาชีพครู เรียกร้องพักชำระหนี้ ช.พ.ค. 6 เดือน

เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เรียกร้องพักหนี้ ช.พ.ค. 6 เดือน หลังธนาคารหักชำระหนี้ไม่เป็นธรรม

จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอปฏิญญามหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าขอให้รัฐบาล และธนาคารออมสิน พักหนี้โครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ และลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 4 แสน 5 หมื่นคน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ว่าเป็นหนี้แล้วไม่จ่าย

ล่าสุดประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ชี้แจง ว่า การประกาศครั้งนี้ เป็นการแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ โดยครูที่เป็นลูกหนี้จากทั่วประเทศ วงเงินกู้รวมกันกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้ ช.พ.ค. เพราะปัญหาหนี้สินของครูมีสาเหตุจากโครงสร้างหนี้ ระบบการคิดดอกเบี้ย การหักชำระหนี้ที่ไม่เป็นธรรม และไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาตั้งแต่แรก

ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ยังระบุว่า ตัวแทนครูได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องแก้ปัญหาหนี้ ให้กับนายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพักหนี้ครูอย่างเร่งด่วน เป็นเวลา 6 เดือน

จากนั้นให้ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 1 เหมือนเกษตรกร พร้อมให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาล แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินครู พร้อมทั้งประกาศเป็นวาระแห่งชาติภายในเดือนตุลาคมนี้

ด้านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นปฏิญญาดังกล่าว แต่เชื่อว่าคงไม่มีครูคนไหนทำตามแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่ต้องไปถามเจ้าหนี้ คือ ธนาคารออมสิน ว่าจะให้พักชำระหนี้ตามที่เรียกร้องหรือไม่

เตรียมส่งทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต กลับบ้านพรุ่งนี้

เตรียมส่งทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต กลับบ้านพรุ่งนี้ เผยนักจิตวิทยาขอคัดคำถามจากสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้กระทบจิตใจ

วันนี้ (17 ก.ค. 61) มีรายงานว่า นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เย็นวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค. 61) การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่ให้การดูแลรักษาเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน ถึงรายละเอียดขั้นตอนการรักษาอาการของทั้งหมด และการส่งตัวให้อยู่ในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ทั้ง 13 คน กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ และป้องกันการหาผลประโยชน์จากบุคคลกลุ่มต่างๆ

โดนในการแถลงข่าววันพรุ่งนี้ประชาสัมพันธ์เชียงรายได้มีการประสานให้สื่อมวลชน ส่งคำถามในการสัมภาษณ์ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 13 คน ก่อนการแถลงเพื่อให้นักจิตวิทยาประเมินว่าจะมีผลกระทบกับทั้ง 13 คนหรือไม่

ส่วนที่กองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กองพลทหารเสนารักษ์ที่ 3 กว่า 50 นาย จัดแถวต้อนรับการเดินทางกลับหน่วยของ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับการกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ภายหลังจากที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่

ทั้งนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีครั้งนี้ ถือเป็นการกู้ภัยในถ้ำเป็นครั้งแรกในโลก ที่มีหลายหน่วยงานจากทั่วโลกเดินทางมาช่วยเหลือ เป็นประสบการณ์ที่สำคัญให้กับการปฏิบัติงานกู้ภัยลักษณะนี้ให้กับคนทั้งโลก และจากการได้อยู่กับเด็กๆ ในถ้ำหลายวัน สัมผัสได้ว่าเด็กทั้ง 12 คน รวมทั้งโค้ชเอก เป็นคนที่มีจิตใจดี ใส่ซื่อ ไร้เดียงสา ตามประสาเด็กๆ

“ตอนเข้าไปเที่ยวในถ้ำนั้นทุกคนไปเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ไม่มีการเก็บหิน หรือของที่อยู่ในธรรมชาติให้เกิดความเสียหายเลย และตั้งใจว่าจะเข้าไปทำกิจกรรมเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ก็จะกลับออกมาเท่านั้น ส่วนโค้ชเอกถือเป็นเยาวชนที่ยอดเยี่ยมมาก แม้อายุเพียงแค่ 24-25 ปี สามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเด็กๆ ทั้ง 12 คน ได้เป็นอย่างดี”

สาวร้องกองปราบฯ ถูกลูกอดีตนายตำรวจและพวก รุมโทรม

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาหญิงสาวผู้เสียหาย ร้องกองปราบฯ แจ้งจับลูกอดีตนายตำรวจ พร้อมพวก ฐานลวงไปรุมโทรม

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาหญิงสาวผู้เสียหาย อายุประมาณ 24 ปี ซึ่งเป็นพนักงานพีอาร์ของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ลูกชายนายตำรวจนอกราชการ ยศ “พันตำรวจเอก” กับพวก ข้อหารุมโทรม หลังถูกหลอกไปล่วงละเมิดที่บ้านพัก ย่านเกษตรนวมินทร์ เมื่อกลางดึกวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยทางผู้เสียหาย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ฝ่ายชายที่เพิ่งรู้จักกันผิวเผิน เข้ามาขอไลน์และหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน พร้อมอาสาพาตนเองและเพื่อนไปส่งบ้าน แต่หลังส่งเพื่อนแล้ว ฝ่ายชายทำทีขอแวะไปเอารถที่บ้านเพื่อน ย่านนวมินทร์ 74 แยก 3

ซึ่งเมื่อไปถึง กลับถูกชักชวนให้เข้าบ้าน ก่อนถูกฝ่ายชายและเพื่อนที่รออยู่ ใช้กำลังบังคับล่วงละเมิด เมื่อสบโอกาส จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุ อีกฝ่ายขอไม่ให้แจ้งความเอาผิด แต่ได้ปฏิเสธกลับไป

ด้านนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เมื่อ 2 กรกฎาคม แต่เมื่อ 13 กรกฎาคม ได้รับแจ้งว่า ปคม.ไม่มีอำนาจสอบสวน จึงร้องขอให้โอนคดีมายังกองปราบปราม เนื่องจากผู้เสียหายเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอีกฝ่ายมีเส้นสายในวงราชการ และทราบว่ามีการวิ่งเต้นขอเปลี่ยนข้อหาจาก “รุมโทรม” เป็น “ข่มขืน” เพราะสามารถไกล่เกลี่ยยอมความกันได้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชา พิจารณาสั่งการต่อไป