หนุ่มฟอร์จูนเนอร์ ถูกตู้คอนเทรนเนอร์ทับแต่รอดชีวิต ร้องนายกฯ คดีไม่คืบ จี้ตรวจสอบบริษัทประกัน
วันนี้ (17 ก.ค. 61) ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายวรวุฒิ อยู่ญาติมาก เจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ที่ถูกรถตู้คอนเทรนเนอร์ทับรถแบนแต่รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางมาพร้อมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเวลาผ่านมา 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆทั้งสิ้น รวมถึงขอให้นายกรัฐมนตรีให้ใช้ ม.44 ออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัยจากรถบรรทุกให้มากขึ้น

โดย นายวรวุฒิ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเดินทางเข้ายื่นเรื่อง เพราะคู่กรณีไม่มีการเข้ามาเจรจา และคดีไม่มีความคืบหน้า ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ทำไมผู้ก่อเหตุได้รับโทษเบา เพียงแค่รอลงอาญาเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อาการของตนยังคงเจ็บหนักบริเวณข้อมือซ้าย เส้นประสาทชำรุดขั้นรุนแรง ไม่มีความรู้สึก ใช้การไม่ได้ ต้องดูอาการทุก 3 เดือน และทำกายภาพบำบัด หากภายใน 1 ปี ไม่หาย ต้องทำการผ่าตัด โดยมีค่าผ่าตัด 90,000- 120,000 บาท และค่านอนโรงพยาบาลอีกคืนละ 12,000 บาท ซึ่งประกันของคู่กรณียังไม่เข้ามารับผิดชอบ
ก่อนหน้านี้ได้เรียกร้องค่าเสียหาย 4,700,000 บาท มีการพูดคุยกัน5 ครั้ง จนลดลงเหลือ 1,320,000 บาท ซึ่งได้ไปพูดคุยที่สน.จรเข้น้อย แต่ตำรวจอ้างว่าต้องหักเงินจำนวน 700,000 บาท เพื่อเก็บไว้ให้ประกันฝั่งผู้ก่อเหตุมาเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะเหลือเพียง 500,000 บาท เท่านั้น จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตรวจสอบ เกี่ยวกับบริษัทประกัน รวมถึง สน.จรเข้น้อย ในความโปร่งใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยหลังจากนี้จะไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาล ใช้ ม.44 ให้มีการจริงจังกับการควบคุมความปลอดภัยของการใช้รถบรรทุกและรถตู้คอนเทรนเนอร์ โดยอยากให้เพิ่มโทษให้หนักขึ้น และให้เอาผิดกับผู้ประกอบการและนิติบุคคล ไม่ใช่เอาผิดกับคนขับเพียงอย่างเดียว อย่างกรณีนี้ คนขับไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย และเจ้าของก็ปัดความรับผิดชอบ ดังนั้นทางบริษัทควรมีส่วนรับผิดชอบร่วมด้วย เพราะปัจจุบันมองว่ากฎหมายเบาเกินไป คนจึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย