‘บาร์บี้’ เปิดตัวบาร์บี้วิศวกรหุ่นยนต์

‘บาร์บี้’ เปิดตัวบาร์บี้วิศวกรหุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กๆ

“แมทเทล” ผู้ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ จับมือกับ “ไทน์เกอร์” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเกมคอมพิวเตอร์สำหรับเด็ก เปิดตัวบาร์บี้วิศวกรหุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กหญิงทั่วโลก ที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป

บาร์บี้วิศวกรหุ่นยนต์รุ่นใหม่นี้มีรูปลักษณ์ทะมัดทะแมง สวมกางเกงยีนส์, เสื้อยืดลายกราฟฟิก, แจ็คเก็ตยีนส์ และแว่นตานิรภัย มาพร้อมบทเรียนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 6 บทเรียน เช่น การสร้างหุ่นยนต์, การตั้งค่าให้พวกมันไปเต้นในงานเลี้ยง หรือการกระโดดตบ

ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ปี 2560 มีผู้หญิงเพียงร้อยละ 24 ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์

ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา บาร์บี้มีอาชีพต่างๆ แล้ว มากกว่า 200 อาชีพ ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดี, นักพัฒนาวิดีโอเกม และนักบินอวกาศ

“คริชนา เวดาติ” ผู้ร่วมก่อตั้ง “ไทน์เกอร์” เผยว่า ภารกิจของบริษัทคือการแนะนำการเขียนโปรแกรมให้กับเด็กๆ ทั่วโลก ผ่านการเล่นบาร์บี้ ที่สนุกสนาน

พิพากษายืนประหาร อดีตผู้ใหญ่บ้านข่มขืนฆ่า ‘น้องสโนว์’

ศาลอุทธรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต ‘นายกฤติเดช ระเวงวรรณ’ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน หลังก่อเหตุข่มขืนฆ่าน้องสโนว์ นักเรียนหญิงชั้น ม.6

วันนี้(17 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณา บัลลังค์ 6 ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีข่มขืนฆ่า คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และ คดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นางลำไย พลประสิทธ์ โจทก์ ร่วมที่1 ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58 หลังจากที่ “น้องสโนว์” ขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนตามปกติ จนในช่วงเย็น เวลากลับบ้านถึงที่เกิดเหตุถูกค้นร้ายสะกดรอยขี่จักรยานยนต์ประกบและใช้เท้าถีบ โดยคนร้ายพยายามจะข่มขืนแต่ น้องสโนว์ ขัดขืนและได้กัดและบีบลูกอัณฑะ จนสามารถหลีกหนีการข่มขืนได้แต่เนื่องจากถูกทำร้ายมีอาการสาหัส จึงได้เสียชีวิตและที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธ

หนุ่มฟอร์จูนเนอร์ถูกตู้คอนเทรนเนอร์ทับ! ร้องนายกฯ คดีไม่คืบ จี้ตรวจสอบบริษัทประกัน

หนุ่มฟอร์จูนเนอร์ ถูกตู้คอนเทรนเนอร์ทับแต่รอดชีวิต ร้องนายกฯ คดีไม่คืบ จี้ตรวจสอบบริษัทประกัน

วันนี้ (17 ก.ค. 61) ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายวรวุฒิ อยู่ญาติมาก เจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ที่ถูกรถตู้คอนเทรนเนอร์ทับรถแบนแต่รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางมาพร้อมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเวลาผ่านมา 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆทั้งสิ้น รวมถึงขอให้นายกรัฐมนตรีให้ใช้ ม.44 ออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัยจากรถบรรทุกให้มากขึ้น

โดย นายวรวุฒิ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเดินทางเข้ายื่นเรื่อง เพราะคู่กรณีไม่มีการเข้ามาเจรจา และคดีไม่มีความคืบหน้า ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ทำไมผู้ก่อเหตุได้รับโทษเบา เพียงแค่รอลงอาญาเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อาการของตนยังคงเจ็บหนักบริเวณข้อมือซ้าย เส้นประสาทชำรุดขั้นรุนแรง ไม่มีความรู้สึก ใช้การไม่ได้ ต้องดูอาการทุก 3 เดือน และทำกายภาพบำบัด หากภายใน 1 ปี ไม่หาย ต้องทำการผ่าตัด โดยมีค่าผ่าตัด 90,000- 120,000 บาท และค่านอนโรงพยาบาลอีกคืนละ 12,000 บาท ซึ่งประกันของคู่กรณียังไม่เข้ามารับผิดชอบ

ก่อนหน้านี้ได้เรียกร้องค่าเสียหาย 4,700,000 บาท มีการพูดคุยกัน5 ครั้ง จนลดลงเหลือ 1,320,000 บาท ซึ่งได้ไปพูดคุยที่สน.จรเข้น้อย แต่ตำรวจอ้างว่าต้องหักเงินจำนวน 700,000 บาท เพื่อเก็บไว้ให้ประกันฝั่งผู้ก่อเหตุมาเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะเหลือเพียง 500,000 บาท เท่านั้น จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตรวจสอบ เกี่ยวกับบริษัทประกัน รวมถึง สน.จรเข้น้อย ในความโปร่งใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยหลังจากนี้จะไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาล ใช้ ม.44 ให้มีการจริงจังกับการควบคุมความปลอดภัยของการใช้รถบรรทุกและรถตู้คอนเทรนเนอร์ โดยอยากให้เพิ่มโทษให้หนักขึ้น และให้เอาผิดกับผู้ประกอบการและนิติบุคคล ไม่ใช่เอาผิดกับคนขับเพียงอย่างเดียว อย่างกรณีนี้ คนขับไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย และเจ้าของก็ปัดความรับผิดชอบ ดังนั้นทางบริษัทควรมีส่วนรับผิดชอบร่วมด้วย เพราะปัจจุบันมองว่ากฎหมายเบาเกินไป คนจึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย