สาวรอดปาฏิหาริย์ จากอุบัติเหตุรถชน หลังรถพุ่งชนเสาไฟฟ้าก่อนจะแฉลบมาโดนตัว

สาวรอดหวุดหวิดจากอุบัติเหตุรถชน หลังรถคันเกิดเหตุพุ่งอัดเสาไฟฟ้าก่อนแฉลบมาโดนตัว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Amnaj Muangchang ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ของหญิงสาวรายหนึ่งที่รอดตายจากอุบัติเหตุรถชนอย่างปาฏิหาริย์ เพราะมีเสาไฟฟ้าขวางช่วยชีวิตเอาไว้

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพหญิงคนดังกล่าวยืนอยู่ริมถนนภายในซอยพัฒนาการ 38  จู่ๆ ได้มีรถยนต์คันหนึ่งเสียหลักพุ่งตรงมาที่เธอ แต่แทนที่รถจะชนตัวเธอจังๆ กลับพุ่งไปชนกับเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างๆ  ก่อนที่จะแฉลบมาชนตัวเธอ ทำให้รอดชีวิตมาได้เพียงเสี้ยววินาที ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #ปาฏิหาริย์อะไรก็เกิดขึ้นได้   เวลา17.30น.ได้รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บขอความช่วยเหลือภายใน ซอย.พัฒนาการ 38 ในที่เกิดเหตุเป็นเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเชี่ยวชนกับกำแพงบ้าน ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย (เป็นผู้โดยสารนั่งข้างคนขับ)

มีอาการปวดเจ็บที่ต้นคอ อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กู้ภัยคลองตัน016 #นำส่ง ร.พ.สมิตติเวช สุขุมวิท ตามสิทธิการรักษา #เขตพื้นที่ ส.น.คลองตัน อาสาร่วมด้วย บางมะเขือ59.24.25 ฉ.ก.ปรีดี13,58,จูเนียร์ และ อาสาอีกหลายท่านหลายนายร่วมปฎิบัติให้การช่วยเหลือ RD.PD58 K005-5

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกยินดีที่หญิงคนดังกล่าวรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้มาได้

ฮือฮา! รถไม้โบราณ ใช้เครื่องยนต์สามล้อเครื่อง วิ่งได้จริง

รถไม้โบราณ สร้างจากไม้สักและใช้เครื่องยนต์ของรถสามล้อเครื่อง สามารถวิ่งได้เหมือนรถทั่วไป

นายสุเทพ ทุกข์ไม่มี อายุ 54 ปี ชาวตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ทดลองขับรถไม้โบราณที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยตัวเอง เป็นคันที่ 3 โดยตัวเครื่องยนต์นำมาจากรถสามล้อเครื่อง ส่วนประกอบอื่นๆ ทำมาจากไม้ทั้งคัน

ทั้งนี้ นายสุเทพ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเป็นช่างไม้ ทำงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป และเป็นคนชื่นชอบรถโบราณอยู่แล้ว เมื่อประมาณปี 2556 ได้ไปเที่ยวชมงานแสดงรถโบราณที่กรุงเทพฯ จากนั้นก็กลับมาทำรถโบราณจากไม้ไปแล้วหนึ่งคัน โดยใช้เครื่องรถจักยานยนต์ และเมื่อต้นปีนี้ ก็ได้ทำรถจี๊ปโบราณจากไม้ แถมใช้เครื่องยนต์ดัดแปลงจากเครื่องสูบน้ำมาต่อเข้ากับชุดขับของรถจักรยานยนต์ จนมีผู้สนใจ เข้ามาดูและสั่งทำรถโบราณจากไม้สักอีกเป็นคันที่ 3

สำหรับขั้นตอนของการทำรถโบราณนั้น เริ่มทำจากช่วงล่าง ที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อนำเครื่องยนต์ของรถสามล้อเครื่อง และเพลาขับมาวาง ส่วนล้อทั้ง 4 ล้อ ก็ทำขึ้นมาเอง โดยใช้ไม้สักมา-กลึงประกอบขึ้นรูปล้อ ส่วนแหนบท้าย ก็ใช้แหนบของรถม้าที่ซื้อมาจากจังหวัดลำปาง โดยรถไม้โบราณคันนี้ ใช้เวลาในการประกอบ ประมาณ 3 เดือนกว่า ส่วนราคาอยู่ที่ 250,000 บาท

หนุนเรือด่วนเจ้าพระยาจ่ายค่าตั๋วผ่านคิวอาร์โค้ด นำร่องแล้ว 3 ท่าเรือยอดฮิต

หนุนเรือด่วนเจ้าพระยาจ่ายค่าตั๋วผ่านคิวอาร์โค้ด นำร่องให้บริการแล้ว 3 ท่าเรือยอดฮิต ท่าเรือนนทบุรี พรานนก และสาทร

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ในแต่ละวันจะมีประชาชนใช้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากมากกว่า 150,000 คนต่อวัน หรือมากกว่า 18 ล้านคนต่อปี ถือได้ว่าเป็นเส้นทางคมนาคมที่นิยมและมีความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นอย่างมาก

กรมเจ้าท่าและบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เห็นว่าการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และทันสมัย จึงร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยเปิดให้บริการรับชำระค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code)

เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในอนาคตจะมีแผนการขยายการรับชำระค่าโดยสารเรือข้ามฟาก และเรือคลองแสนแสบ เพื่อเป็นการตอบสนองสังคมไร้เงินสด ตามนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป

นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เรือด่วนเจ้าพระยาจับมือกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อตอบโจทย์และปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐและกรมเจ้าท่า

ตลอดจนเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา โดยการสนับสนุนของกรมเจ้าท่าในการพัฒนาบริการชำระค่าบัตรโดยสารด้วยคิวอาร์โค้ดเพื่อรองรับผู้โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาที่มีกว่า 35,000 คนต่อวัน บนเส้นทางเดินเรือที่มีกว่า 40 ท่า

ซึ่งเปิดให้บริการนำร่องใน 3 ท่าเรือหลักที่มีผู้ใช้บริการสูงที่สุด ได้แก่ ท่าเรือนนทบุรี ท่าเรือพรานนก และท่าเรือสาทร ในประเภทเรือด่วนโดยสารพิเศษ ธงส้มและธงเหลือง โดยมีแผนขยายการให้บริการด้วยคิวอาร์โค้ดให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งกับเรือโดยสารประเภทอื่น ๆ รวมถึงการเพิ่มจำนวนท่าเรือที่รองรับคิวอาร์โค้ดเพื่อเร่งผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้จ่ายค่าตั๋วเรือผ่านคิวอาร์โค้ดที่สามารถขยายตัวได้อีกมากเป็น 30% หรือประมาณ 7,000 – 10,000 คนต่อวัน โดยคาดว่าจากจุดเริ่มต้นนี้จะต่อยอดให้เกิดการเชื่อมโยงกับบัตรขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เช่น บัตรแมงมุมและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ในอนาคตจะเข้ามามีบทบาทด้านการขนส่งสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นอีกด้วย

พร้อมกับแผนการพัฒนาการให้บริการเรือโดยสาร โดยล่าสุดมีแผนพัฒนาเรือโดยสารรูปแบบใหม่ ประเภทเรือ Catamaran ลำตัวคู่ที่มีความสะดวกสบาย ความปลอดภัยสูง รองรับการให้บริการที่เชื่อมต่อกับการเปิดใช้ระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่กำลังจะเปิดใช้ในปี 2562 นี้

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย มีเป้าหมายที่จะพัฒนาบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการจับจ่ายในทุกโอกาสทั้งในร้านอาหาร ช้อปปิ้ง เดินทางท่องเที่ยว เพื่อให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งที่ผ่านมามีแนวโน้มที่คนไทยจะเริ่มคุ้นชินในการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดมากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับเรือด่วนเจ้าพระยาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญของคนกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อกับตัวเมืองชั้นใน ทั้งเพื่อเดินทางในชีวิตประจำวัน เชื่อมโยงเครือข่ายกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรทางบกที่ติดขัดในช่วงเร่งด่วน

รวมถึงการโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตและชุมชนริมน้ำ ตลอดจนโบราณสถานตลอดแนวแม่น้ำของชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยธนาคารได้เริ่มให้บริการชำระค่าตั๋วเรือด่วนเจ้าพระยาด้วยคิวอาร์โค้ดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามเทรนด์การใช้เงินดิจิทัลและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดโปรโมชั่นพิเศษลดค่าโดยสาร 2 บาท สำหรับผู้โดยสารที่ชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดผ่าน K PLUS รวม 60,000 สิทธิ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา จนกว่าสิทธิ์จะหมด เพื่อให้ผู้โดยสารได้ทดลองใช้บริการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้มียอดการใช้คิวอาร์โค้ดเพิ่มขึ้นถึงกว่า 7,000 รายการ

ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและสนับสนุนการสร้างประสบการณ์สังคมไร้เงินสดให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ และช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ของเรือด่วนเจ้าพระยาอีกด้วย

ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าใช้แอปฯ K PLUS รวมกว่า 8.4 ล้านราย รวมถึงมีจำนวนร้านค้าที่ใช้แอปฯ K PLUS SHOP อีก 1.4 ล้านร้านค้า คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมการรับชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจรวมถึงกลุ่มขนส่งมวลชนที่เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสำคัญ โดยธนาคารได้พัฒนาการใช้คิวอาร์โค้ดเพื่อชำระค่าตั๋วให้กับระบบขนส่งมวลชนมาแล้วทั้งเครื่องบิน รถสาธารณะ และรถไฟ