หินร้อนจากภูเขาไฟ “คิลาเว”ในฮาวาย ตกใส่เรือนำเที่ยวเจ็บ23ราย

เกิดเหตุหินร้อนจากภูเขาไฟ “คิลาเว” บนเกาะฮาวายตกใส่เรือนำเที่ยว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 ราย

วันที่ 16 ก.ค.2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักงานดับเพลิงเขตฮาวายรายงานเหตุการณ์ หินร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟคิลาเว ซึ่งระเบิดปะทุออกมา ตกทะลุหลังคาของเรือนำเที่ยวลำหนึ่งของบริษัท “ลาวา โอเชียน ทัวร์ส” มีผู้ได้รับบาดเจ็บไว้ที่ 23 คน กัปตันสามารถนำเรือเข้าจอดเทียบท่าได้อย่างปลอดภัยภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ภูเขาไฟคิลาเว ปะทุอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการระเบิดตามยอดเขาของแนวภูเขาไฟร่วมด้วย ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี มีที่ตั้งอยู่ในเมืองโฮโนลูลู ประเทศสหรัฐอเมริกา สูง 1,247 เมตร เป็นภูเขาไฟ 1 ใน 5 ลูกตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ฮาวาย ซึ่งเป็นเกาะที่มีประชาชนอาศัยอยู่มากที่สุดในเกาะย่อยของรัฐฮาวาย ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟทรงพลังที่สุดในโลกในขณะนี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ ให้รัฐฮาวายอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติครั้งใหญ่พร้อมทั้งเร่งให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินส่วนกลางให้ความช่วยเหลือไปสู่ประชาชนในรัฐฮาวาย

ที่มา www.theguardian.com

บิ๊กป้อม ยันไม่มีนโยบายพลทหารรับใช้ เผย ทบ. สอบอยู่ปมทหารเกณฑ์เลี้ยงไก่ชน

“พล.อ.ประวิตร” ยันไม่มีนโยบายให้ทหารเกณฑ์ไปรับใช้นายทหารระดับสูง แต่เป็นลักษณะการขอยืมตัว ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เผย ทบ.สอบแล้วคลิปพลทหารเลี้ยงไก่ ขณะที่โผโยกย้ายทหาร พิจารณาไปตามกรอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (17 ก.ค. 2561) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิปพลทหารรายหนึ่งโพสต์คลิปตัดพ้อสมัครเข้ามารับราชการทหาร (ทหารเกณฑ์) แต่กลับต้องมาเลี้ยงไก่ชนให้กับผู้บังคับบัญชาแถมยังถูกตบหน้าด่าทอสารพัด ว่า

เรื่องนี้ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจ สั่งให้มีการสอบสวนอยู่แล้ว และยืนยันว่า ไม่มีการให้ทหารเกณฑ์ไปรับใช้นายทหารระดับสูงตามที่สังคมเรียกร้องให้ยกเลิก แต่เป็นเพียงการขอยืมตัวไปเท่านั้น ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่มีการยืมตัว ส่วนตัวมองว่า ต้องเป็นความสมัครใจของทั้ง 2 ฝ่าย

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึง เรื่องโผโยกย้ายนายพลระดับสูงประจำปี 2561 ว่าขณะนี้ยังไม่มีการประชุม จึงยังไม่สามารถพิจารณาได้ แต่ยืนยันว่ามีระเบียบในพิจารณาอยู่แล้ว จึงอย่าห่วง

เอเย่นต์โพสต์เฟซบุ๊กแจง “เมย์ จีระนันท์” ตัดสินใจทำศัลยกรรมเอง ไม่ได้บังคับ

เอเย่นต์โพสต์เฟซบุ๊กแจง “เมย์ จีระนันท์” ตัดสินใจทำศัลยกรรมเอง ไม่ได้บังคับ ยืนยัน ไม่เคยทิ้งขว้าง และนัดเจรจาค่าเสียหายแล้ว แต่อีกฝ่ายเรียกสูง ด้านทนายชื่อดัง ชี้ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ยาก

น.ส.รัสรินทร์ ชูสินกวีพัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท Korea Surgery Service Thailand ในฐานะเอเย่นต์ที่ประสานงาน นำ “เม จีระนันท์ กิจประสาน” อดีตนักร้องชื่อดัง เดินทางไปทำศัลยกรรมผ่าตัดหน้าอก ที่เกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่าเกิดติดเชื้ออย่างรุนแรง จนมีอาการโคม่าปางตาย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยมีข้อความบางช่วงบางตอน อ้างว่า ฝ่ายอดีตนักร้องสาว ตัดสินใจทำศัลยกรรมเอง โดยไม่ได้มีการบังคับ พร้อมชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับโรงพยาบาลโดยตรง ส่วนที่ผ่านมา ตนเองได้สอบถามและแสดงความเป็นห่วง ไม่เคยทิ้งขว้าง กระทั่งนัดเจรจาที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยฝ่ายนักร้องสาว เรียกร้องค่าเสียหายรวม 60 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลของเกาหลีใต้ ชี้แจงว่าไม่สามารถให้ได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ยินดีคืนเงินค่าทำหน้าอกประมาณ 4 แสน 4 หมื่นบาท / ค่าเสียโอกาสในการทำงานกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท และค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในไทย กว่า 1 ล้าน 4 แสน 6 หมื่นบาท แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ กระทั่งเรื่องได้บานปลาย

ขณะเดียวกัน นางวจี ธัญญะเจริญ มารดาของนักร้องสาว ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยระบุว่า ที่ผ่านมา ลูกสาวต้องผ่านความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน มานานนับเดือน ดังนั้น ค่าเสียหายจำนวน 20 ล้านบาท ที่เรียกไปนั้น ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ

สำหรับเรื่องนี้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง ให้ความเห็นว่า ประการแรก ต้องดูว่าเกิดจากความประมาทของแพทย์หรือไม่ /เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นในต่างประเทศ จึงต้องไปฟ้องเรียกค่าเสียหายกับประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับการฟ้องร้องเอเจนซี่ ที่พาไป ดังนั้น ฝ่ายผู้เสียหายจึงต้องตรวจสอบในสัญญาที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม มองว่าทางเอเจนซี่ อาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง จากข้อมูลที่นักร้องสาวเปิดเผยออกมา

นายรณณรงค์ ย้ำด้วยว่า คดี “ความเสียหายทางการแพทย์” ลักษณะนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้งทั้งในไทย และต่างประเทศ อีกทั้งยังมีความซับซ้อนกว่าคดีอาญาทั่วไป ซึ่งการฟ้องร้องถือเป็นเรื่องยาก