สวนยายเหี้ยง จังหวัดยะลา เปิดบุพเฟ่ผลไม้ แค่หัวละ 129 บาท

สวนยายเหี้ยง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เปิดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ คนละ 129 บาท นำร่องแห่งแรกในบ้านตาชี ยกระดับราคาผลไม้ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

วันนี้ (14 ก.ค. 61) ยายเหี้ยง การะเกตุ อายุ 87 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ได้เปิดให้สวนผลไม้จัดกิจกรรมสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ โดยสามารถเลือกรับประทานผลไม้ในสวนได้ทุกชนิด ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด จนกว่าจะอิ่ม ในราคาผู้ใหญ่ คนละ 129 บาท เด็ก คนละ 59 บาท ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นแห่งแรกในจังหวัดยะลา โดยยายเหี้ยง เจ้าของสวน อายุ 87 ปี แล้ว แต่ร่างกายยังแข็งแรง และยังคงขับรถจี๊ปเข้าสวนผลไม้เองทุกวัน ด้วยความคล่องแคล้วไม่แพ้คนหนุ่มสาว และยังได้จัดการดูแล สวนผลไม้ของตนเองทั้งถางหญ้า เก็บทุเรียน เก็บมังคุด ออกไปขายตามปกติ

นางสายทอง การะเกตุ สะใภ้ยายเหี้ยง บอกว่า ปัจจุบันราคาผลไม้อยู่ในสภาวะที่ราคาตกต่ำ ทุเรียนบ้านขายหน้าสวน กิโลกรัมละ 18 บาท มังคุด กิโลกรัมละ 5-10 บาท แล้วแต่ขนาด ซึ่งไม่คุ้มกับต้นทุนที่ได้ลงแรงทำมาทั้งการดูแลสวน และค่าใช้จ่ายของปุ๋ยที่บำรุงต้นไม้ ทางชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ก็ได้รวมกลุ่มกัน ตามแนวความคิดของกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ที่มีทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม ในการคิดหาวิธีการที่จะยกระดับราคาของผลไม้ให้ได้ราคาที่ดีขึ้น หลังจากที่ราคับซื้อจากพ่อค้าแม่ค้าคนกลางมีราคาที่ต่ำเกินไป จึงได้จัดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์สวนผลไม้ โดยเลือกสวนผลไม้ของยายเหี้ยง หมู่ที่ 5 ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา แห่งนี้ เป็นที่แรกในการนำร่องจัดกิจกรรมนี้ขึ้น

ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมที่จัดขึ้นจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้แล้ว ยังส่งเสริมด้านพหุวัฒนธรรมของการอยู่อาศัยร่วมกันของพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งหลานของยาย ก็มีกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนมาช่วยกิจกรรม ช่วยแนะนำผู้ที่เข้ามารับประทานผลไม้ และอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนในชุมชน

หลังจากชาวบ้านทราบข่าวการประชาสัมพันธ์ทางเฟสบุ๊ก กลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ก็ได้ติดต่อเดินทางเข้ามาที่สวนผลไม้ บางคนก็ไม่มีสวนผลไม้ของตนเอง แต่เมื่อเดินทางมาที่นี่แล้วก็เหมือนเป็นชาวสวนผลไม้เอง ทั้งการเที่ยวชมในสวน การเก็บเกี่ยวผลไม้ ทุเรียน มังคุด หรือเงาะ มารับประทานกันจนอิ่ม ซึ่งทุกคนก็มีความสุขกับกิจกรรมที่จัดขึ้นนี้

สำหรับกิจกรรมบุฟเฟ่ต์สวนผลไม้ของยายเหี้ยง การะเกตุ จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไปจนกว่าผลไม้ในสวนจะหมด ผู้ที่สนใจจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ รับประทานผลไม้ได้ไม่อั้น และยังสามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากในราคาหน้าสวนที่ไม่แพง โดยเดินทางมาได้ที่หมู่บ้านตาชี ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ตลอดช่วงของฤดูผลไม้ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 08-3171-5419

แฉ ! เรือดำน้ำของ ‘อีลอน มัสก์’ แค่นำมาใช้พีอาร์ – ถูกเชิญตัวจากถ้ำ

นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ เผยอีลอน มัสก์ แค่นำเรือดำน้ำจิ๋ว ส่งมายังถ้ำหลวงเพื่อใช้พีอาร์ เจ้าหน้าที่ขอให้อีลอน มัสก์ ออกจากถ้ำหลังจากเข้าไปได้ไม่นาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ‘เวิร์น อันสเวิร์ธ’ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ที่อาศัยอยู่ใน จ. เชียงราย ซึ่งได้ร่วมปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต หมูป่า อะคาเดมี ตั้งแต่วันแรก จนรองเท้าขาด ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ ระบุถึงเรือดำน้ำจิ๋วของ อีลอน มัส ซีอีโอสเปซเอ็กซ์ ว่าไม่มีทางใช้งานได้ แม้แต่ 50 เมตรแรกหลังเริ่มดำน้ำก็ไม่น่าจะผ่านไปได้แล้ว เขาระบุว่าตัวเรือดำน้ำจิ๋วยาว 5 ฟุตครึ่ง หรือ ราว 165 เซนติเมตร วัสดุแข็งตลอด ไม่มีทางผ่านมุมหรืออ้อมสิ่งกีดขวางในถ้ำได้ ส่วนการนำเรือดำน้ำนี้มาใช้ในปฏิบัติการดังกล่าว เป็นแค่การประชาสัมพันธ์เท่านั้น นอกจากนี้ ‘เวิร์น อันสเวิร์ธ’ ระบุว่า หลังจากที่ อีลอน มัส เข้าไปในถ้ำหลวงได้ไม่นานก็ถูกขอให้ออกไปจากถ้ำ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 อีลอน มัสก์ ซีอีโอสเปซเอ็กซ์, เทสลา และ บอริง โพสต์คลิปวิดีโอการทดสอบยานดำน้ำขนาดเล็ก หรือ Mini-sub ที่เขาเคยเสนอว่าจะส่งมาช่วย 13 ชีวิต สมาชิกทีมฟุตบอล ‘หมูป่าอะคาเดมี’ ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยโพสต์ผ่านโปรแกรม ‘ทวิตเตอร์’ โดยระบุว่า แคปซูลเหล่านี้กำลังถูกส่งมายังประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ‘เวิร์น อันสเวิร์ธ’ นักสำรวจชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในเชียงราย ได้สำรวจถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนมานาน 6 ปีแล้ว และเป็นผู้ที่ขอให้ทางการไทยติดต่อหน่วยกู้ภัยถ้ำของอังกฤษ มีประสบการณ์ในการสำรวจถ้ำ และมักเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อทำการสำรวจถ้ำแห่งนี้ โดยเขาได้รับโทรศัพท์ให้มาช่วยเหลือในภารกิจค้นหา 13 ชีวิต และยังได้ประสานไปยังทีมปฏิบัติการกู้ภัย D.C.R.O. อีกทางหนึ่ง

กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศประจำวัน ชี้มีฝนตกชุกหนาแน่น !!

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยสภาพอากาศประจำวัน ชี้มีฝนตกชุกหนาแน่น เตือนประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 15 ก.ค. 2561 ระบุว่าประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ขณะที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง พร้อมขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้

ทั้งนี้กรมอุตุระบุด้วยว่า สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561

พร้อมกันนี้กรมอุตุฯ เผยถึงสภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ราว 25-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ราว 32-34 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ สำหรับสภาพอากาศในช่วงวันที่ 14-20 ก.ค. บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 14-20 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง