เตือน!! นายจ้างต้องจัดหาน้ำดื่มให้ลูกจ้าง ฝ่าฝืนมีความผิด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำ นายจ้างต้องจัดน้ำสะอาดสำหรับดื่มให้ลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฝ่าฝืนมีความผิด

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องจัดน้ำสะอาดสำหรับดื่มให้กับลูกจ้าง โดยต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งที่สำหรับลูกจ้างไม่เกิน 40 คน และให้จัดเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 1 ที่ต่อลูกจ้างทุก ๆ 40 คน กรณีเศษของลูกจ้างถ้าเกิน 20 คนให้ถือเป็น 40 คน กสร. จึงขอย้ำให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นายจ้าง ลูกจ้าง มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

‘แหม่มโพธิ์ดำ’ เปิดเพจเฉพาะกิจ โต้กรณีอมเงินเกือบ 7 แสน ก่อนปิดเพจหนี

‘แหม่มโพธิ์ดำ’ เปิดเพจเฉพาะกิจ แจงข้อมูลอย่างละเอียด กรณีถูกกล่าวหาอมเงินเกือบ 7 แสน ก่อนปิดเพจหนี 

จากกรณีแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ หนึ่งในเพจที่ช่วยเหลือสังคม ตีแผ่ข้อมูลจากชาวบ้านได้ประกาศปิดเพจไปประมาณ 2 เดือน โดยให้เหตุผลว่าถึงเวลาที่ต้องกลับไปใช้ชีวิต ไปดูแลคนในครอบครัว พร้อมเตือนหลังจากนี้ถ้ามีเพจใหม่ชื่อแหม่มโพธิ์ดำขอให้รู้ไว้ว่าปลอม

ล่าสุด แหม่มโพธิ์ดำ ได้กลับมาเปิดเพจอีกครั้ง โดยระบุว่าเป็นการเปิดเพียงเปิดเพจเฉพาะกิจ เพื่อชี้แจงกรณีที่มีเพจอื่นอ้างว่าเพจแหม่มโพธิ์ดำ ขายของได้เกือบเจ็ดแสนโดยไม่ช่วยใครแล้วปิดเพจหนี ซึ่งข้อความระบุว่า ขอเปิดเพจเฉพาะกิจมาชี้แจงเพื่อให้เข้าใจตรงกันนะคะ มีเพจนึงหาว่าควีนขายของได้เกือบเจ็ดแสนโดยไม่ช่วยใครแล้วปิดเพจ สำหรับเพจนี้ ทุกอย่างในเพจควีนคือรายรับ การส่งความช่วยเหลือไปโรงพยาบาล

ขายของโอนตรงไปเคสต่างๆ พี่เขาไม่เคยนับ อุปกรณ์การแพทย์ราคาสูงแค่ไหนแม่งไม่สน คนได้รับความช่วยเหลือมาขอบคุณปาวๆ แม่งหลับตา ทุนแม่งยังไม่นับเลยก็ไม่รู้ว่าจบคณิตศาสตร์มาจากที่ไหน ตอนแรกว่าจะปล่อยผ่านเหมือนทุกครั้ง เพราะตอนนี้ชีวิตควีนมีความสุขดี ได้ห่างดราม่า ได้ใช้ชีวิตจริง แต่สื่อนำสิ่งที่เขาเขียนไปลง และทุกอย่างถูกบิดเบือนไปหมด เลยขอออกมาพูดสักหน่อย

ขอเริ่มด้วยเรื่องพวงกุญแจอันละ 10 บาท ขายที่ไหนบอกหนูทีค่ะ เพราะความจริง พวงรวมส่งEMS ปกติทุนประมาณ 70 บาท ได้กำไรมาร้อยกว่าบาทต่ออัน ปกติต้องใช้เงินเท่าไหร่ จะขายของเท่านั้นไม่รับบริจาค เช่น ซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนเครื่องสิบลิตร เครื่องนีงเกือบสามหมื่น มึงคิดดูต้องขายกี่อัน ค่าส่งของอีกไรอีก แล้วปีนี้ส่งไปกี่สิบเครื่อง สนามเด็กเล่นทำไปกี่โรง มันคือภาพลวงตาเหรอ ทำไมไม่เห็น ของรุ่นพิเศษเกือบทั้งหมดโอนตรงไปช่วยเคสเช่น ช่วยงานวิ่งลุงจตุรงค์ไปเป็นแสน ช่วยเคสนู้นเคสนี้ทุกวันโดยไม่รับบริจาค

ตอนร้านเสื้อดังยี่ห้อนึงมาช่วย ควีนก็นำไปจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ทั้ง Syringe Pump Infusion Pump เครื่องผลิตออกซิเจน ให้กับสองโรงพยาบาลใหญ่มูลค่ารวมหลายแสนบาท ลงเพจมีภาพการรับจากผู้อำนวยการรพ แถมมีการจัดทำพวงกุญแจสำหรับทุกคนที่บริจาคเลือดช่วยคน เดือนนีงขั้นต่ำ 500 พวง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คิดค่ะ หอบเงินหนีคงไม่มี มีแต่เอาเงินตัวเองลงไปช่วย

แถมมาบอกเพจเพิ่งเปิดขายเสื้อฮู้ดอีก80ตัว กูขายไปตั้งแต่ปีใหม่ จนเอาไปช่วยคนช่วยหมาหมดแล้ว บอกกูไม่ส่งของ แต่ลูกเพจที่ซื้อใส่โชว์ลงเฟซกันบาน เด๋อแค่ไหนถามใจ

แล้วมาบอกเครื่องมือแพทย์หมุนเวียน มั่วชิบหาย ปกติส่งไปให้รพ ให้คนป่วยเบิกใช้ ถ้าหายป่วยหรือเสียชีวิต รพก็นำกลับไปใช้กะคนไข้รายอื่น ไม่ใช่ส่งคืนกู เคสแม่น้องการ์ตูนเครื่องใหญ่ก็ให้ขาด ใครขออะไรมาถ้าทำให้ได้ก็ทำ ถ้าเป็นอุปกรณ์การแพทย์ แทบไม่เคยปฏิเสธเลย ส่วนแพมเพิสเพิ่งมีคนมาสนับสนุนเมื่อสองเดือนก่อน 71 ลัง แล้วปีกว่าๆที่ผ่านมา ส่งเดือนนึงหลายสิบแพค ใครซื้อ คิดสิคิด

เอะอะจะพาดโยงไปในสิ่งที่ไม่ทำ แต่กลับปิดตา และอคติโดยไม่ฟังเหตุผล คือเอาจริง เป็นเพจควีนเนี่ย ขายแดกเอง ลูกเพจยังซื้อเลย จริงไหมถามเค้าดู ประเทศไทยขายของผิดกฎหมายตอนไหน แต่กูไม่ทำไง เพราะยืนยันเจตนา ไม่หาแดกกะเพจ เก่งนักบวกเลขดิ เงินเข้ากับเงินออกอันไหนมากกว่า ก็ไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาอะไรกับการช่วยคนของทางนี้

สรุปคือกูไม่ช่วยจริงๆเหรอ หลายเคสช่วยจากป่วยยันตาย งานศพยังไปไว้อาลัยเอาพวงหรีดไปวาง ภาษีก็จ่าย แต่รายรับมันไม่มากขนาดนั้นเลยไม่ต้องจดแวท เพราะส่วนมากโอนตรง จริงไม่จริง ก็ถามลูกเพจที่ซื้อดู ถ้ามาถามด้วยเหตุผลจะไม่ว่า ตอบตลอด แต่นี่ยัดเยียดข้อหาใส่คนอื่น โดยไม่คิดจะฟังอะไรเลย พอไม่ตอบหาว่าหนี มโนเก่งเกิ๊นนนนนนน

ทีมงานหลายคนถูกใส่ร้ายอย่างหนัก ปกติทุกคนก็นิ่งมาตลอด อยากด่าไรก็ด่าไป เราไม่ได้เป็นแบบนั้นคือจบ แต่วันนี้เห็นโพสต์นี้คนให้ความสนใจกันเยอะ เลยขอตอบสักครั้งพอกรุบกริบ รอบนี้เปิดมาชี้แจง ไม่ได้เจตนาจะสงครามอะไร ต่อให้เกลียดกัน ถ้าจะมาถามด้วยเหตุผลมาเลย แต่ถ้ามาถ่อยๆเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลไม่ต้อนรับ

คนบอกหนี ทั้งๆ ที่ควีนยังส่งต่อความช่วยเหลือตลอดในกลุ่มสหายโพธิ์ดำ ใครสงสัยอะไรหรือคิดถึง ทักมาในเฟซอวตารก็ออนไลน์ตลอด ไม่เคยหายไปจากโลกออนไลน์ แค่ไม่ทำเพจแล้วเพราะเหนื่อยและอยากมีชีวิตส่วนตัว ขอช่วยคนแบบเงียบๆดีกว่าผิดด้วยหรือ

ชาวบ้านฮือไล่ อดีตเจ้าอาวาส – ลูกศิษย์ วัดพระเจ้าเม็งราย ปมใช้เงินทอดผ้าป่า

ชาวบ้านฮือไล่ อดีตเจ้าอาวาส – ลูกศิษย์ วัดพระเจ้าเม็งราย หลังศาลมีคำสั่งให้ออกจากวัดภายใน 48 ชั่วโมง เผยปมขัดแย้งถูกร้องเรียนใช้เงินทอดผ้าป่ากว่า 9 แสนบาทผิดวัตถุประสงค์

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่วัดพระเจ้าเม็งราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ มาเชิญตัวนายศุภชัย รังสิยนันท์ ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระมหารวีวัฒน์ ธมฺมวฑฺฒโน อดีตเจ้าอาอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย ไปรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุก หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายสุทธินัย สุรินทร์ ทนายความของวัด

และนายจรัสพงษ์ บุรุพัฒน์ ผู้รับมอบอำนาจจากพระเทพมังคลาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่และรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัยและชายอีกหนึ่งคนที่เข้ามาอยู่อาศัยภายในกุฎิของเจ้าอาวาสวัด โดยมีคณะศรัทธาและชาวบ้านเดินทางมาสังเกตการณ์ ขณะที่พระมหารวีวัฒน์นั้นนายศุภชัยอ้างว่า ไม่ได้อยู่ภายในวัด เนื่องจากติดกิจนิมนต์ที่จังหวัดลำพูน

ระหว่างการเจรจาปรากฏว่ามีการโต้เถียงกันระหว่างนายศุภชัย และทนายความของวัด รวมทั้งชาวบ้านจนถึงขั้นฉุดกระชากกัน นายศุภชัยจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาระงับเหตุอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่โรงพัก ด้านชาวบ้านได้มีการนำกุญแจและโซ่ขนาดใหญ่มาล็อกกุฎิไว้ เพื่อไม่ให้อดีตเจ้าอาวาส และลูกศิษย์วัดเข้าไปได้อีก

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในวัดพระเจ้าเม็งรายครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากพระมหารวีวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัด ต้องหาว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง ฐานใช้จ่ายเงินวัดไม่ถูกต้อง โดยได้นำเงินจากการทอดผ้าป่า ระหว่างปี 2552 – 2554 รวม 9 แสนบาท และเงินบริจาคเพื่อสร้างห้องน้ำวัดอีก 2 แสนบาท ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่นำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าธนาคารในนามของวัด เมื่อคณะกรรมการวัดสอบถามก็ไม่สามารถชี้แจงได้การใช้จ่ายได้

กระทั่งมีการร้องเรียนไปยังคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกว่า 3 ปี จนคณะสงฆ์มีคำสั่งปลดพระมหาธวีวัฒน์ ออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดและขับออกจากวัด แต่พระมหารวีวัฒน์ไม่ยอมออกจากวัด ทั้งยังแจ้งความกลับพระเทพมังคลาจารย์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดในข้อหาบุกรุกวัดด้วย

นายสุทธินัย สุรินทร์ ทนายความวัดพระเจ้าเม็งราย กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจให้แจ้งความกลับพระมหารวีวัฒน์ รวม 2 คดี ในข้อหาแข้งความเท็จ และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ล่าสุดศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 พิพากษาจำคุกพระมหารวีวัฒน์ 30 วัน แต่ลดเหลือ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 20 วัน ปรับ 1 หมื่นบาท และให้ออกจากวัดภายใน 48 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดีวันนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีกับชาย 2 คนที่เข้ามาอยู่ภายในวัด ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความของพระมหารวีวัฒน์ ซึ่งคณะศรัทธาและชาวบ้านต้องการให้บุคคลทั้ง 2 ออกไป เพื่อต้องการจะพัฒนาวัด เพราะการที่บุคคลทั้ง 2 เข้ามาอยู่ภายในวัด ได้ขัดขวางคณะกรรมการและชาวบ้านไม่ให้ดูแลพัฒนาวัด โดยเฉพาะกุฎิที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี

ขณะที่นายศุภชัย กล่าวอ้างว่า การเข้ามาอยู่ภายในวัดเพื่อมาดูแลปรนนิบัติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพระมหารวีวัฒน์ ซึ่งมีความขัดแย้งกับคณะศรัทธาและชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดพระเจ้าเม็งราย

ส่วนสาเหตุที่พระมหารวีวัฒน์และตนเองในฐานะลูกศิษย์ยังอยู่ภายในวัด เพราะท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา หากยอมออกจากวัดก็ต้องกลายเป็นจำเลยของสังคม จึงต้องการจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด และหากถึงที่สุดแล้วศาลมีคำพิพากษาเช่นไรก็พร้อมน้อมรับ โดยขณะนี้พระมหารวีวัฒน์ ก็ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นขอทุเลาการบังคับคดี เพื่อจะขอต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป เบื้องต้นอยู่ระหว่างรอศาลมีคำสั่งออกมาว่าจะให้มีการทุเลาการบังคับคดีหรือไม่