พิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘นาวาตรีสมาน กุนัน’ วีรบุรุษถ้ำหลวง

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ‘นาวาตรีสมาน กุนัน’ วีรบุรุษถ้ำหลวง ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นตัวแทนอ่านข้อความไว้อาลัยของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า

วันที่ 14 ก.ค. 61 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ นาวาตรีสมาน กุนัน ที่วัดหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด โดยพลเอกสุรยุทธ ได้ขึ้นทอดผ้าไตรพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 5 ไตร จากนั้นจึงได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพนาวาตรีสมาน ต่อมาคณะสงฆ์ ข้าราชการ แขกผู้มีเกียรติและประชาชนทั่วไปขึ้นวางดอกไม้จันทน์ตามลำดับ

ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้เป็นตัวแทนอ่านข้อความไว้อาลัยของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี และหลังจากนั้น พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งในนามกองทัพเรือ ให้กับครอบครัวของนาวาตรีสมาน กุนัน อีกด้วย

‘สุเทพ’ ชวนประชาชนร่วมตั้งพรรค รปช. ขอบริจาคคนละ 1 บาทต่อวัน

‘สุเทพ’ ชวนประชาชนร่วมเป็นเจ้าของพรรค รปช. ขอบริจาคคนละ 1 บาทต่อวัน หรือปีละ 365 บาท เพื่อเป็นเงินทุนในการดำเนินงานทางการเมือง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ว่า เรื่องของผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองถือเป็นประเด็นหนึ่งทีต้องการทำความเข้าใจ ทั้งนี้เป็นบทบัญญัติในกฎหมายพรรคการเมืองว่า หากมีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้น

จะต้องรวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างเดียวกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน เพื่อร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง โดยกฎหมายได้กำหนดว่าผู้ที่จะร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น จะต้องร่วมกันออกเงินเป็นทุนประเดิมในการจัดตั้งพรรค ซึ่งทั้ง 500 คนนี้อย่างน้อยจะต้องออกเงินคนละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

ขณะนี้พรรค รปช. สามารถรวบรวมผู้มีอุดมการณ์เดียวกันได้กว่า 400 คนแล้ว และมั่นใจภายในเดือน ก.ค.นี้ จะมีผู้ร่วมก่อตั้งได้เกิน 500 คน จากนั้นจะจัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคในต้นเดือนสิงหาคม เพื่อเลือกคณะผู้บริหารพรรคชุดแรกและจะนำหลักฐานการประชุมไปจดทะเบียนให้เป็นพรรคการเมืองที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

จากนั้นจะรณรงค์ให้ประชาชนมาเป็นเจ้าของร่วม หรือเป็นสมาชิกพรรค โดยขอให้เสียสละเงินคนละ 1 บาทต่อวัน หรือปีละ 365 บาท เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการดำเนินงานทางการเมืองของพรรค ให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงเพียงพอที่จะทำงานทางการเมือง รับใช้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป

นายกฯ ขอบคุณเกษตรกร 19 รายรับน้ำถ้ำหลวง ไม่ขอรับเงินเยียวยา

นายกฯ ชื่นชมและขอบคุณจากใจจริง กรณีเกษตรกร 19 รายรับน้ำ ‘ถ้ำหลวง’ ช่วย 13หมูป่า ไม่ขอรับเงินเยียวยา

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร 4 ตำบล ในอ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เสียสละพื้นที่ปลูกเป็นที่รับน้ำเพื่อช่วยเหลือเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ออกจากถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ ต้นพันธุ์ลิ้นจี่ มะเขือ พริก เชื้อรากำจัดโรคข้าว ไส้เดือนฝอยชนิดผง ปุ๋ย และน้ำหมักชีวภาพ พร้อมทั้งจัดบริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถอีแต๋น เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า เป็นต้น

นอกจากนี้ จะมีการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ ผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรงในเร็ว ๆ นี้ รวมมูลค่าความช่วยเหลือราว 1.4 ล้านบาท รวมทั้งจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ในการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว 2 สายพันธุ์ คือ ข้าวขาวทิพย์ 105 และสายพันธุ์ กข 6 จำนวน 14 ตัน ให้แก่เกษตรกรด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รับทราบว่ามีเกษตรกร 19 ราย ที่ไม่ขอรับเงินช่วยเหลือ เพราะตั้งใจเสียสละเพื่อช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนให้สามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย จึงแสดงความชื่นชมและขอบคุณจากใจจริง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีที่ทุกคนมีต่อเพื่อนมนุษย์

พล.ท.สรรเสริญ ยังเปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต โดยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ยังคงปฏิบัติการกู้ภัยให้ภารกิจสำเร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งได้กำชับเรื่องการสอบสวนคดีให้ดำเนินการอย่างรัดกุมและครอบคลุมในทุกประเด็น เช่น การออกเรือ มาตรฐานของเรือ การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ เป็นต้น โดยจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีน เพราะเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีบางส่วนเริ่มยกเลิกการเดินทางมา จ.ภูเก็ต แล้ว โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และทีมประเทศไทยในจีนร่วมกันชี้แจงข้อมูลเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ และการฟื้นฟูจิตใจ

ที่สำคัญคือแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดขึ้น โดยจะต้องตรวจเรือท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเรือประมง ให้นำต้นแบบศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PI-PO) มาใช้กับเรือท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องตรวจตั้งแต่ตัวเรือ กัปตันเรือ ลูกเรือ จำนวนนักท่องเที่ยว อุปกรณ์ความปลอดภัย เสื้อชูชีพ เส้นทางการเดินเรือ โปรแกรมท่องเที่ยว ฯลฯ หากมีเรือลำใดออกจากท่าเรือโดยไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยด้วย