คืบแผ่นดินไหวอินโดฯ เริ่มอพยพผู้ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีแล้ว

คืบหน้าแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย เริ่มอพยพผู้ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีแล้ว 

วันนี้(30 ก.ค.) มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย ทั้งจากหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ กองทัพ และตำรวจ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำการอีก 2 ลำได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างบนภูเขาไฟริมจานี โดยทางการได้สั่งปิดอุทยานดังกล่าวแล้ว เพื่อเปิดทางให้ปฏิบัติการอพยพนักปีนเขาที่ยังติดค้างบนภูเขาไฟดังกล่าว ทำได้อย่างสะดวก

ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟรินจานีของอินโดนีเซีย เผยว่า ขณะนี้มีผู้ที่ยังติดค้างอยู่บนภูเขาไฟรินจานีมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงจาการ์ตา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทางการไทยยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลผู้ที่ยังติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ซึ่งเอกอัครราชทูตไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์แล้ว

อียิปต์ตัดสินประหารชีวิตผู้ชุมนุมต้านรัฐประหาร 75 คน

ศาลอียิปต์พิพากษาประหารชีวิตผู้ชุมนุม 75 ราย จากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุไม่สงบทางการเมือง เมื่อปี 2556

ศาลอาญาของอียิปต์พิพากษาลงโทษประหารชีวิตผู้มีส่วนร่วมในการปักหลักชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร ในกรุงไคโรของอียิปต์ เมื่อปี 2556 รวมทั้งหมด 75 ราย เมื่อวันเสาร์ จากข้อหาก่อความไม่สงบ ทำลายทรัพย์สินรัฐบาล ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และสังหารตำรวจ

ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นแกนนำของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ที่เคยสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซี ผู้นำอียิปต์เมื่อปี 2555 ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นคนแรกในรอบกว่า 30 ปี ได้ปักหลักชุมนุมต่อต้านรัฐประหารที่จัตุรัสราบา อัล-อดาวิยา ในกรุงไคโร เมื่อปี 2556 เนื่องจากกองทัพที่นำโดยพลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ประธานาธิบดีอียิปต์คนปัจจุบัน ได้ก่อรัฐประหารเพื่อโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีมอร์ซี และยึดอำนาจในเดือนกรกฎาคม 2556

ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ศาลอาญาตัดสินโทษประหารชีวิต จะเป็นการส่งเรื่องต่อไปยังผู้ตัดสินชี้ขาดสูงสุดทางศาสนาอิสลามในอียิปต์ หรือ “แกรนด์ มุฟตี” เพื่อขอคำวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยสื่อหลายสำนักประเมินว่าแกรนด์มุฟตีจะไม่คัดค้านโทษประหารในครั้งนี้

ด้านเว็บไซต์ข่าว อัล-อาห์ราม ระบุว่า การพิจารณาคดีจำเลยอีก 660 คน จะมีขึ้นในวันที่ 8 กันยายนนี้ โดยคดีดังกล่าว มีจำเลยกว่า 739 คน ที่รวมถึงนายโมฮัมเหม็ด บาดี ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม และนายมาห์มู้ด อาบู เซอิด ผู้สื่อข่าวและช่างภาพอิสระ

องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า การสลายการชุมนุมโดยการใช้ความรุนแรงในครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 800 ราย รวมถึงตำรวจ 43 นาย โดยรัฐบาลกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมหลายคนมีอาวุธ

พิษฝนหนัก! น้ำโขงวิกฤต เอ่อท่วมหลายจังหวัดอีสาน

ฝนที่ตกหนักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ระดับน้ำโขง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขั้นวิกฤต และเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา และ ปภ.เตือนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม

วันนี้(30 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดมุกดาหาร ฝนที่ตกหนักในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ส่งผลให้ชุมชนแก้วกินรี ซอยรังสรรค์ ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ขณะที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง สถานีเรือมุกดาหาร ต้องนำเรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจรเข้า-ออกของประชาชน

ส่วนแม่น้ำโขง ในพื้นที่ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และเส้นทางจักรยาน ตามแนวตลิ่งประมาณ 3 กิโลเมตร โดยระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยที่ลุ่มและริมฝั่งแม่น้ำ ให้เก็บของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตก

ขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนนายอำเภอโขงเจียม, ศรีเมืองใหม่, โพธิ์ไทร, นาตาล และเขมราฐ ซึ่งมีพื้นที่ติดลำแม่น้ำโขง ติดตามสถานการณ์น้ำโขง อย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนถึงระดับวิกฤตแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่เทศบาลนครสกลนคร เร่งติดตั้งเครื่องสูบออกจากหนองสนม เพื่อเร่งระบายลงหนองหาน หลังเหลือระดับน้ำอีกเพียง 50 เซนติเมตร ก็จะล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน

ส่วนศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเขต 3 สกลนคร ปักธงเหลือง บริเวณริมหนองหาร แจ้งระดับการเตือนภัยน้ำท่วม และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการระบายน้ำผ่านลำน้ำก่ำ เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะลำน้ำโขง กำลังวิกฤต