รวบแล้ว!! แก๊งวัยรุ่นทำคลิปกราดยิงแกล้งชาวบ้าน

ทหาร ตำรวจ รวบตัวกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งแอดมินเพจ Grean The Gang หลังทำคลิปวิดีโอกราดยิงแกล้งชาวบ้าน

นี่คือคลิปบางส่วนที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Grean The Gang ได้นำมาเผยแพร่ โดยเป็นเหตุการณ์ที่หนุ่มวัยรุ่น 3 คนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารใช้ปืนแก๊ป และเปิดลำโพงเสียงปืนกล ก่อนขับรถตระเวนตามป้ายรถเมล์ 3 จุด เพื่อสร้างความตกใจให้กับประชาชน ซึ่งมีผู้ที่เข้ามาวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก

ขณะที่วานนี้ ร้อยตรี หม่อมหลวงศักดา มาลากุล ผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย เขตพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลหนองจอก พร้อมด้วย จ่าสิบเอกสมบัติ ชมภูนุช หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลำผักชี ได้ควบคุมตัวนายนัฐพล ทองดี อายุ 27 ปี แอดมินเพจ Grean The Gang และเยาวชนรวม 6 คน โดยมีอายุตั้งแต่ 16-27 ปี ได้ที่ชุมชนวัดลำพะอง ถนนสังฆประชา แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พร้อมของกลางชุดลายพรางทหาร ปืนแก๊ป ปืนยิงกาวซีลิโคน ลำโพง รถกระบะสีขาว

จากการสอบสวน นายนัฐพล ให้การรับสารภาพว่า ตนเองและเพื่อนได้รวมตัวกันทำคลิปตลก โดยเลียนแบบตัวอย่างจากต่างประเทศ เป็นคลิปประเภทแกล้งกัน ซึ่งในวันเกิดเหตุได้มีการนัดแนะเพื่อนหลายคน เพราะเกรงว่าจะสร้างความตกใจให้คนอื่น จึงใช้พรรคพวกของตนเองแสดงทั้งหมด หลังจากอัดคลิปได้นำไปลงในเพจ กระทั่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก จนสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ที่ได้ชมคลิปดังกล่าว ส่วนที่ทำไปนั้น เพราะอยากให้คนสนใจเข้ามาชม และเมื่อมีคนมาชมมากก็จะมีรายได้จากการโฆษณา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ใดส่งเสียงทำให้เกิดเสียงหรือกระทำอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท และข้อหาผู้ใดกระทำการให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจต้องระวางโทษจำคุก 1 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ฝากขัง อดีตผู้ใหญ่บ้าน ขืนใจสาวม้งจนกินยาฆ่าตัวตาย

เจ้าหน้าที่คุมตัวอดีตผู้ใหญ่บ้าน ผู้ต้องหาข่มขืนสาวม้ง ส่งขังเรือนจำลำปาง หลังตำรวจคุมตัวขออำนาจศาลฝากขัง และญาติไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้

พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.)เมืองลำปาง คุมตัว นายนพดล นวอริยะ วัย 42 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ผู้ต้องหาคดีข่มขื่นสาวชาวม้งวัย 22 ปี จนผู้เสียหายกินยาฆ่าตัวตาย ไปยังศาลจังหวัดลำปาง เพื่อขออำนาจศาล ฝากขังที่เรือนจำกลางลำปาง หลังถูกจับกุมที่จังหวัดตาก และนำตัวมายังจังหวัดลำปาง เมื่อ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่ญาตินายนพดล ได้เตรียมสลากออมสิน มูลค่า 2 แสนบาท เพื่อขอประกันตัวชั่วคราว แต่ปรากฏว่า เอกสารไม่พร้อม จึงไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายนพดล ไปคุมขังที่เรือนจำลำปางทันที โดยทางญาติเตรียมยื่นขอประกันตัวอีกครั้งในวันอังคารนี้

ในส่วนของนายนพดล ยังคงให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้ข่มขืนหญิงสาวคนดังกล่าว แต่เป็นการสมัครใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีการนัดเจอกัน และพาเข้าโรงแรม โดยไม่มีการขัดขืน  ด้านภรรยานายนพดล เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการข่มขื่น แต่เป็นการสมยอมกัน และเตรียมหลักฐานไว้สู้คดีแล้ว

ขณะที่บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังพิธีฝังร่างลูกสาวตามประเพณี ในพื้นที่บ้านขุนแม่หวด ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง เรียบร้อยแล้ว จะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งได้เตรียมหลักฐานเพิ่มเติม และฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เนื่องจากลูกสาวถือเป็นเสาหลักของครอบครัว อีกทั้งจะไม่ขอรับการขอขมาของผู้ต้องหา โดยจะต่อสู้ทางคดีให้ถึงที่สุด

‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ ปริมาณน้ำสูงสุดรอบ 34 ปี ทยอยระบายน้ำเพิ่ม

ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 34 ปี หลังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องทยอยระบายน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้น

นายธนสาร ฐานะวุฑฒ์ วิศวกรระดับ 11 เขื่อนวชิราลงกรณ ระบุว่า จากสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2561 จนถึงปัจจุบันยังไม่ลดลง และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากถึง 171 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน 3,325 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากที่สุดในรอบ 34 ปี

ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อน ณ วันที่ 28 กรกฎาคม อยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำและช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า (28 ก.ค.ของทุกปี) พบว่าปีนี้สูงสุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกัน เหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 2,056 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 23 %

ด้านนายไววิทย์ แสงพาณิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ระบุว่า หลังพ้นช่วงวันหยุดยาว เขื่อนวชิราลงกรณเตรียมระบายน้ำเพิ่มเป็น 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 700-800 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะขณะนี้ระบายน้ำได้เพียงวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากแผนเดิม 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่ม จะไม่กระทบกับประชาชน และพื้นที่การเกษตร เพราะแม่น้ำแควน้อยยังรับน้ำได้ พร้อมยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง และมีระบบเทคโนโลยีติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนตลอดเวลา

ขณะที่นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ขอให้นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 55 แห่ง เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม แผนฉุกเฉิน และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน บ้านหว้า และสหรัตนนคร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ราบลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมมากที่สุด ที่ต้องตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของเขื่อนดินกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสูงเฉลี่ย 5.4 – 7.5 เมตร