ลู่วิ่งลอยฟ้าติดแอร์ ระยะทาง 412 เมตร

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผุด ลู่วิ่งลอยฟ้าติดแอร์ ระยะทาง 412 เมตร พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยในการออกกำลังกาย

วันนี้ ( 12 ก.ค.61 ) ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พนักงานข้าราชการต่างใช้เวลาหลังเลิกงานเดินวิ่งออกกำลังกายบนลู่วิ่ง ในโครงการ “Sky Running” สนามวิ่งรูปแบบใหม่ ระยะทาง 412 เมตร ที่ทำเป็นเส้นทางวิ่งมาตรฐาน โดยพื้นทำจากยางสำหรับ indoor running ขณะที่แบ่งเป็นลู่ทางเดิน ลู่จ๊อกกิ้ง และลู่สำหรับวิ่งบนพื้นสีน้ำเงิน และแบ่งเส้นทางเดินสีเขียวด้านข้างเพื่อใช้เป็นทางเดินสำหรับบุคคลทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการออกกำลังกาย เช่น แอปพลิเคชัน Sky Running ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบและพัฒนา เพื่อให้ผู้ที่มาใช้บริการสามารถติดตั้งและลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ และมีหน้าจอแสดงระยะทางทุกครั้งที่วิ่งผ่านจุดเช็คพ้อยต์ เป็นต้น โครงการ Sky Running เตรียมเปิดใช้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายน 2561 นี้​

กรมควบคุมโรค เผย พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ารายที่ 12 ของปีนี้

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนอย่าชะล่าใจเมื่อถูกสุนัข แมวกัด ข่วน ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว ขณะที่ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้ารายที่ 12 ของปีนี้

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 นี้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พบว่าผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 26 ปี ในจังหวัดมุกดาหาร

โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2560 เป็นลูกสุนัขไม่มีเจ้าของอายุ 2-3 เดือน กัดบริเวณหลังมือซ้ายมีเลือดออก ไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้ไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีน ครั้งที่สองเมื่อเดือนมกราคม 2561 ถูกสุนัขในหมู่บ้านกัดที่น่องซ้ายมีเลือดออก ไม่ได้ไปหาหมอและไม่ได้ฉีดวัคซีนเช่นกัน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้รวมเป็นจำนวน 12 ราย (จากสุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร ระยอง กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร)

จากข้อมูลในปี 2561 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกลูกสุนัขกัดหรือข่วน แล้วไม่ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเกิดจากความชะล่าใจในการป้องกันหลังสัมผัสสัตว์ที่เสี่ยงมีเชื้อเพราะคิดว่าเป็นลูกสัตว์ที่นำมาเลี้ยงจึงน่าจะไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า และขาดความตระหนักเพราะเห็นว่าเป็นรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรมควบคุมโรค

จึงขอแนะนำประชาชนว่าหากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วนนานแล้ว แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แล้วไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เนื่องจากระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนมีอาการป่วยอาจสั้นมากตั้งแต่ 1 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 1 ปีได้

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพิษสุนัขบ้า สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประเทศไทยจะพบมากในสุนัข แมว และโค สัตว์ที่มีเชื้อมักแสดงอาการทั้งแบบดุร้าย และแบบซึม เช่น นิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม ก้าวร้าวดุร้าย กัดไม่เลือก บางตัวอาจซึม อ้าปากค้างเพราะกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต และมีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก เดินโซเซ เห่าหอนผิดปกติหรือไม่มีสาเหตุ โดยสุนัขที่แสดงอาการมักจะตายภายใน 10 วัน

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำว่าหากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปตามนัดทุกครั้ง

และขอให้ประชาชนยึดหลัก“คาถา 5 ย.” ได้แก่ 1.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ 2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน 3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน 5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

กรมสุขภาพจิต แนะแนวปฏิบัติ 5 ประการ ให้ครอบครัวทีมหมูป่า

กรมสุขภาพจิต แนะ ทีมหมูป่า 13 ชีวิต ฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้ผลดีทำให้จิตใจสงบนิ่ง ใช้เผชิญความเครียดได้ดี ส่วนครอบครัวแนะแนวปฏิบัติ 5 ประการ ให้ดูแลตามปกติและคงเส้นคงวา

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการดูแลจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ว่า จากการประเมินสภาพโดยทั่วไปของเด็กที่ปรากฏระหว่างนอนพักรักษาตัวที่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ พบว่า เด็กยิ้มแย้มแจ่มใสดี อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลการประเมินสุขภาพจิต

โดยทีมจิตแพทย์ของรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ภายหลังจากเด็กมีสภาพร่างกายอยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว แต่โดยทั่วไปผู้ที่เผชิญกับสถานการณ์คับขัน ความยากลำบาก ความเครียดต่างๆ หลายคนมีจิตใจเข้มแข็งขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการไม่สบายใจ อึดอัดใจหลงเหลืออยู่ลึกๆ แต่พบไม่มาก มีผู้ที่จำเป็นจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญประมาณร้อยละ 3-4

และอีกประมาณร้อยละ 20 จะมีความวิตกกังวล ซึมเศร้าหรือปัญหาการปรับตัว แต่ไม่มีอันตราย เนื่องจากระหว่างที่เด็กอยู่ในถ้ำได้มีการทำสมาธิในขั้นหนึ่งมาแล้ว และการทำสมาธิในถ้ำมีสิ่งรบกวนน้อย จึงทำให้เกิดผลได้เร็ว ช่วยลดความเครียดทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำได้อย่างดีมาก และเป็นเรื่องที่ทั่วโลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ในการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป เริ่มตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ในรพ. กรมสุขภาพจิตแนะนำให้เด็กทั้งหมดนี้ ปฏิบัติ 2 เรื่องง่ายๆ และทำได้เลย ประการแรก ได้แก่ ทำสมาธิอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งอาจจะใช้วิธีการหายใจเข้า-ออกช้า ๆ และมีสติอยู่ที่ลมหายใจทุกครั้ง ซึ่งการปฏิบัตินี้สามารถทำได้ทุกสถานที่ ประการที่สอง ให้ทบทวนเหตุการณ์เพื่อเป็นประสบการณ์ที่ดีของเด็ก ทำให้เด็กสามารถจัดการอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดกังวลถึงเหตุการณ์ขณะที่อยู่ในถ้ำ

ทั้งสองเรื่องนี้จะช่วยให้เด็กเกิดสมาธิ จิตใจสงบเป็นภูมิต้านทานทางใจ มีสติในการรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ออกไปใช้ชีวิตตามปกติอยู่กับครอบครัวในสังคมแล้ว ประการสำคัญอยากให้โค้ชเอกเป็นผู้นำให้ทีมฟุตบอลฝึกสมาธิทุกครั้งอย่างต่อเนื่องขณะก่อน และระหว่างแข่งบอล

หรือใช้ขณะไปทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การขี่จักรยาน ท่องเที่ยว เพราะเรื่องนี้ มีความสำคัญมากและเป็นแนวทางที่นักกีฬาระดับโลกใช้กันอย่างกว้างขวางและได้ผลดี ทำให้เกิดสติ มีความนิ่ง สามารถใช้เผชิญความเครียด ความกดดันระหว่างแข่งขันทุกแมตช์ ทุกช็อตได้ดี นอกจากนี้ สมาธิจะช่วยให้เด็กมีความจำดีขึ้น ในช่วงที่ครูจัดการเรียนการสอนเสริมพิเศษ หลังจากที่หยุดเรียนมานานกว่าครึ่งเดือน

สำหรับผู้ปกครองและญาติของทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ขอแนะนำให้ปฏิบัติ 5 ประการ ดังนี้ 1. ให้ดูแลเด็กตามปกติ 2. รับฟังปัญหา ปรึกษาให้การช่วยเหลือ เมื่อเด็กมีความต้องการ 3. ปฏิบัติต่อเด็กอย่างคงเส้นคงวา 4. ให้รางวัลเมื่อเด็กทำดี อาจเป็นคำชื่นชม ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของก็ได้ และลงโทษตามเหตุตามผล และ 5. ไม่ควรใช้สิ่งของเป็นข้อต่อรองเพื่อให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากจะทำมีผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก เป็นเด็กที่ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นในการพัฒนาเยาวชนไทยในอนาคต