ผู้บริหารโตโยต้า เข้าพบผู้บริหาร MONO ขอบคุณใช้ ไฮลักซ์ รีโว่ ในการดำเนินธุรกิจ

ผู้บริหารโตโยต้า เข้าพบผู้บริหาร MONO ขอบคุณใช้ ไฮลักซ์ รีโว่ ในการดำเนินธุรกิจ ก่อนเข้าเยี่ยมชม MONO STUDIO และ STADIUM 29  

เมื่อวันก่อน  มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าพบ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

โมโน, โตโยต้า,

เพื่อแสดงความขอบคุณที่ทางกลุ่มบริษัทจัสมินฯ โดย บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) มอบความไว้วางใจเลือกรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่” ในการดำเนินธุรกิจ  พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชม MONO STUDIO และ STADIUM 29 ของสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ในเครือโมโน กรุ๊ปด้วย

โมโน, โตโยต้า,

โมโน, โตโยต้า,

โมโน, โตโยต้า,

โมโน, โตโยต้า,

โมโน, โตโยต้า,

โมโน, โตโยต้า,

​ไฟป่าลอส แองเจลิส ลุกลามใกล้ย่านท่องเที่ยวดัง

เกิดเหตุไฟป่าในเมืองลอส แองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ลุกลามไปใกล้พื้นที่หอดูดาวกริฟฟิท ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังของเมือง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ไฟป่าในเมืองลอส แองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ลุกลามไปใกล้พื้นที่หอดูดาวกริฟฟิท ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังของเมือง ส่งผลให้ต้องเกิดการอพยพในพื้นที่

ไฟป่าในบริเวณดังกล่าวได้ลุกลามกินพื้นที่ทุ่งหญ้า 63 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าราวร้อยละ 80 ได้แล้ว

ไฟป่าดังกล่าวอยู่ทางใต้ของบนภูเขา เม้าท์ ฮอลลีวูด (Mount Hollywood) แต่ยังไม่ลุกลามเข้าเขตหอดูดาวกริฟฟิท และไม่ใกล้บ้านเรือนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟป่าดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ก็เกิดเหตุไฟป่าบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากลมกรรโชก ทำให้มีอาคาร 3 หลังถูกทำลาย และมีรายงานว่า มีม้าตายจากเหตุไฟป่า 4 ตัว

สำหรับเหตุไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้นเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ล่าสุด เมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ไฟป่าได้กินพื้นที่ 126 ไร่ และควบคุมเพลิงทั้งหมดได้แล้วร้อยละ 65

ทั้งนี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองลอส แองเจลิส และเมืองทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่งเผชิญกับอากาศร้อนจัด ที่ส่งผลให้ไฟฟ้าในพื้นที่ถูกตัดเนื่องจากไม่เพียงพอ และยังทำให้เกิดไฟป่าในเมืองซานต้า บาบาร่า ด้วย

พบแล้ว!! ชายหายตัว 7 ปีก่อน พบเป็นโครงกระดูกในซากรถจมบึง

หนุ่มนักกีฬาซ้อมว่ายน้ำในบึงกลางเมืองจันทบุรี เจอรถยนต์เก๋งจมอยู่ใต้น้ำลึก 4 เมตร ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบเป็นรถที่แจ้งหายพร้อมชายวัย 28 ปี เมื่อ 7 ปีที่แล้ว

เมื่อวานนี้ (11 ก.ค.61) ร.ต.อ.ศรีจันท์ เรือนเงิน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากนายสิรวัชร พรหมคลี่ อายุ 27 ปี นักกีฬาที่มาซ้อมว่ายน้ำว่าพบรถยนต์เก๋งจมอยู่ใต้น้ำ ลึกประมาณ 4 เมตร ภายในบึงหนองน้ำขาว หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ข้างองค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ร่วมตรวจในที่เกิดเหตุ และช่วยทำการกู้รถขึ้นมาจากน้ำ

พบว่าเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญล 4327 กรุงเทพมหานคร โดยที่กระจกฝั่งคนขับถูกเปิดไว้ จากการตรวจสอบพบว่าภายในรถมีโครงกระดูกมนุษย์กระจัดกระจายอยู่ภายในด้วย แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถได้ เรื่องจากถูกดินโคลน และสนิมเกาะอยู่ จึงประสานรถอุปกรณ์ตัดถ่างมาทำการงัดซากรถ ก่อนเข้าทำการตรวจสอบภายในรถ พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพระปกเกล้า ร่วมที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถคันดังกล่าว พบว่า ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถที่มีการแจ้งหายไว้พร้อมกับชายรายหนึ่ง โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2554 มีการโพสต์ข้อความ และมีการลงประกาศตามหาคนสูญหาย โดยระบุว่า นายเรืองฤทธิ์ จิตรโท ชื่อเล่น “กบ” อายุ 28 ปี รูปพรรณ สูง 165 เซนติเมตร รูปร่างท้วม ผิวสองสี สถานที่พบครั้งสุดท้ายอยู่ที่แฟลชอาจารย์ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี

โดยคนหายมีจุดสังเกต คือ หน้าตาเหมือนยิ่งยง ยอดบัวงาม โดยได้หายตัวไปพร้อมรถยนต์ ฮอนด้าซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียนตรงกับรถที่พบในน้ำ โดยนายเรืองฤทธิ์ ตอนที่หายไปนั้นสวมเสื้อสีส้ม นุ่งกางเกงยีนส์ หายไปตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งสอดคล้องกับข้อความตามหาอีกข้อความ คือ ก่อนหายตัวไปนายเรืองฤทธิ์ได้ไปหาแฟนที่จันทบุรี และมีการทำธุรกรรมทางการเงิน กดเงินเพียง 1 ครั้งแล้วก็หายไปเลย โดยทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องแฟน และขับรถหายไป

นายสิรวัชร พรหมคลี่ นักกีฬาที่เป็นคนพบรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ตนได้มาซ้อมว่ายน้ำเพียงคนเดียว เพื่อจะไปแข่งไตรกีฬา ก่อนที่จะกลับบ้าน จังหวะที่ก้มหน้าแช่น้ำอยู่เห็นวัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำจมอยู่ในน้ำ ด้วยความอยากรู้จึงดำน้ำลงไปดู แต่ต้องตกใจเพราะเป็นรถยนต์ ด้วยความกลัวจึงรีบกลับบ้าน และเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ตาฝาดจึงชักชวนเพื่อนที่ว่ายน้ำด้วยกันมาดู แน่ใจแล้วจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และยังไม่รู้ว่าในรถมีโครงกระดูกด้วย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบและนำชิ้นส่วนโครงกระดูกออกมา พบว่าในรถมีเอกสารรถ แต่อยู่ในสภาพเปื่อยยุ่ย พบกระเป๋าสตางค์ด้านในมีบัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ นายเรืองฤทธิ์ จิตรโท อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านไผ่ ตำบลบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเมื่อนับการแจ้งหายแล้ว พบว่าเป็นเวลานานประมาณ 7 ปี

นอกจากนี้ในรถยังพบขวดน้ำยากำจัดปลวกแบบน้ำ ขนาด 1 ลิตร และขวดน้ำเปล่าอยู่ภายในรถด้วย ส่วนกระดูกที่พบมีร่องรอยคล้ายสีส้มติดอยู่ด้วย คาดว่าจะเป็นสีเสื้อส้มตรงกับที่นายเรืองฤทธิ์ ใส่ไปก่อนหายหัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพ และเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ ส่วนชิ้นส่วนโครงการดูกได้ส่งให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง และจะมีการติดตามต่อไป ส่วนสาเหตุการตายเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุว่าเกิดจากสาเหตุใด