เหตุน้ำท่วมญี่ปุ่นยอดตายพุ่ง 179 คน-ดินถล่ม 448 ครั้ง

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอยู่ที่เกือบ 180 คน ขณะที่เกิดเหตุดินถล่มนับถึงเช้าวานนี้ร่วม 450 ครั้ง

ชาวญี่ปุ่นที่ประสบเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่และจิตอาสา เริ่มทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายซากปรักหักพักออกจากท้องถนน เมื่อวานนี้ เพื่อให้สามารถขนส่งอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยที่ถูกตัดขาดจากภายนอก

ที่จังหวัดฮิโรชิม่า ชาวเมืองบางคนไม่สามารถซื้อขนมปังและอาหารต่างๆ จากร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากถนนหนทางถูกตัดขาดจึงไม่มีสินค้าวางขาย ร้านค้าหลายแห่งต้องปิดทำการ หรือเปิดขายเพียงระยะสั้นๆ

ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้อยู่ที่ 179 ราย หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ตอนกลางและตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดฮิโรชิมาและพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่ความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง

รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองและเจ้าหน้าที่หน่วยงานฉุกเฉินราว 75,000 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 80 ลำ ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

น้ำท่วมญี่ปุ่น
น้ำท่วมญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงที่เมืองคุราชิกิในจังหวัดโอกายาม่า ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบเหตุรุนแรงที่สุด นอกจากนี้ เขายังได้วางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยแก่เหยื่อที่เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ นับเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 36 ปี

ด้านสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่น รายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงที่ดินที่ระบุว่า นับถึงเวลา 6 นาฬิกาวานนี้ เกิดเหตุโคลนถล่มอย่างน้อย 448 แห่ง ใน 29 จังหวัด โดยแบ่งเป็นเหตุโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ลาดชันสูงและหน้าผา 331 ครั้ง อีก 102 ครั้ง เกิดขึ้นบริเวณริมตลิ่งของแม่น้ำสายต่างๆ และ 15 ครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ลาด ซึ่งจังหวัดฮิโรชิม่าเกิดเหตุโคล่นถล่มมากที่สุด 58 ครั้ง

คลื่นซัดตู้คอนเทนเนอร์ 17 ตู้ กระจายลงทะเล เจ้าของเร่งหาทางกู้

คลื่นซัดตู้คอนเทนเนอร์ 17 ตู้กระจายออกห่างจากจุดเกิดเหตุ บางส่วนตู้แตกทำไม้ยางแปรรูปกระจายเกลื่อนทะเล

วันที่ 12 ก.ค. 61 ภาพตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสีน้ำเงิน และสีแดงที่ตกจากเรือลากจูงบรรทุกขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ไม้ยางพาราแปรรูปชื่อเรือ MV.NP Love Gistic2 ถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่งมาถึงบริเวณชายฝั่งเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง แล้ว จำนวน 6 ตู้ จากทั้งหมด 17 ตู้ โดยชาวบ้านแตกตื่นและถ่ายภาพเก็บไว้ได้

โดยตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวตกจากเรือเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่าน หลังถูกคลื่นสูงประมาณ 5 เมตร ซัดเข้าใส่เรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าว ขณะวิ่งออกจากท่าเรือนาเกลือ อ.กันตัง เพื่อมุ่งหน้าไปส่งสินค้าที่ประเทศมาเลเซีย แต่ขณะมาถึงบริเวณระหว่างเกาะเหลาเหลียง – เกาะตะเกียง ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปรากฏว่าได้เกิดคลื่นยักษ์ความสูงประมาณ 5 เมตร ซัดกระหน่ำเข้าหาเรืออย่างรุนแรง ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 17 ตู้ ตกจากเรือลงสู่ทะเลทันที

บางส่วนตู้แตกทำไม้ยางแปรรูปกระจายเกลื่อนทะเล แต่กัปตันเรือและลูกเรือทั้งหมด 11 คน ปลอดภัย สามารถกลับเข้าหาฝั่งได้ เนื่องจากตัวเรือไม่ได้จม เพียงเสียหายเล็กน้อยเฉพาะบริเวณกราบเรือเท่านั้น แต่ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 17 ตู้ ที่ตกลงสู่ทะเลซึ่งบางส่วนแตกทำไม้ยางพาราลอยเกลื่อน ขณะนี้ยังกู้ไม่ได้ เนื่องจากคลื่นยังสูง

ทางด้านเจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง ระบุว่า ล่าสุด คลื่นที่ยังคงสูงได้ซัดตู้คอนเทนเนอร์ออกห่างจากจุดเกิดเหตุไปหลายทิศทาง โดยส่วนหนึ่งถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่งบริเวณเกาะสุกร จำนวน 6 ตู้ และส่วนหนึ่งลอยไปอยู่ระหว่างเกาะราไวเหนือ กับเกาะกล้วย จ.สตูล จำนวน 6 ตู้

ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนให้เจ้าของรับทราบแล้ว โดยทราบว่าทางเจ้าของได้ส่งคนเข้าไปดูแลในทะเลแล้ว ระหว่างรอเก็บกู้ ขณะเดียวกันทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ได้สั่งระงับการใช้เรือลำเกิดเหตุไว้ก่อน จนกว่าจะซ่อมแซมแล้วเสร็จ

และแจ้งประชาสัมพันธ์ชาวเรือให้รับทราบถึงตู้คอนเทนเนอร์ที่ลอยอยู่ในทะเล ให้ระมัดระวังในการเดินเรือแล้ว ขณะที่ทางเจ้าของขณะนี้กำลังเร่งประสานนำเครื่องจักรกลจาก จ.ภูเก็ต เพื่อเตรียมเข้าทำการเก็บกู้โดยเร็วที่สุดแล้ว แต่ต้องรอเครื่องจักรกลและให้คลื่นลมสงบจึงสามารถเข้าดำเนินการได้

‘หมอแฮร์ริส’ จ้อนายกออสซี่ ให้เครดิตหน่วยซีลไทยและ13หมูป่า

หมอแฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย แพทย์ผู้ประเมินร่างกาย 13 หมูป่าก่อนออกจากถ้ำ ยกเครดิตของความสำเร็จให้กับหน่วยซีลไทย และ 13 ชีวิต

นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล ผู้นำออสเตรเลีย เผยแพร่คลิปการสนทนาผ่านสไกป์กับนพ. ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์วัย 53 ปีจากเมืองแอดิเลด ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย แพทย์ผู้เป็นกุญแจสำคัญ ในภารกิจกู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ที่ติดอยู่ภายในถ้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านเฟซบุ๊ก Malcolm Turnbull โดยเนื้อหาสนทนานพ. แฮร์ริส ระบุว่า ผู้มีบทบาทสำคัญต่อภารกิจกู้ภัยที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จนสามารถทยอยเดินทางออกจากถ้ำได้สำเร็จเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

หมูป่าอะคาเดมี, ถ้ำหลวง

เนื้องหาในคลิปนี้ระบุด้วยว่า เทิร์นบูลกล่าวแสดงความชื่นชม ขณะที่นพ.แฮร์ริส ถ่อมตัว และระบุว่าเขาไม่สมควรได้รับคำยกย่อง โดยส่วนตัวเขามองว่าคำขอบคุณจากทุกฝ่ายควรมอบให้แก่สมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลของไทยทั้ง 4 นาย ซึ่งคอยดูแลผู้ประสบภัย ซึ่งทุกคน “แข็งแกร่งมาก” โดยเฉพาะสมาชิกทีมหมูป่าซึ่งหากไม่อยู่ในสภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ภารกิจกู้ภัยอาจไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ พร้อมทั้งกล่าวถึง กลุ่มนักดำน้ำจากสหราชอาณาจักร และทีมงานทั้งหมดทั้งจากไทยและต่างประเทศสมควรได้รับเครดิตนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น เทิร์นบูล ได้ขอให้นพ.แฮร์ริสเล่าช่วงเวลายากลำบากที่สุดในการสำรวจภายในถ้ำหลวง และได้รับคำตอบว่าช่วง 200-300 เมตรสุดท้ายก่อนถึงเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่ผู้ประสบภัยรวมตัวกันอยู่นั้นยากมาก และมองไม่เห็นอะไรเลย เพราะน้ำขุ่นมากเพราะมีดินและโคลนปนเต็มไปหมด นักดำน้ำต้องจับเชือกนำทางไว้ให้มั่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งประคองเด็กที่ไว้วางใจให้ช่วยนำทางออกมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีข่าวบิดาของหมอแฮร์ริสเสียชีวิตในวันเดียวกันกับวันที่เสร็จสิ้นภารกิจ หน่วยซีลของไทยได้โพสต์ข้อความบนเพจอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความเสียใจต่อกรณีดังกล่าว ทั้งยังขอบคุณนพ.แฮร์ริสอีกครั้ง รวมถึงรัฐบาลออสเตรเลีย สำหรับการช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน