ทีมหมูป่า โพสต์ขอบคุณ สัญญาพวกเราจะเป็นคนดีของสังคม

ทีมหมูป่าอะคาเดมี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอบคุณฮีโร่ทุกคนที่ช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง พร้อมสัญญาจะเป็นคนดีของสังคม

เพจ  Teen Talk (หมูป่า) Academy  ซึ่งเป็นเพจอย่างเป็นทางการของทีม “หมูป่าอะคาเดมี” ได้มีการโพสต์ข้อความ ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง ในปฏิบัติการ ช่วยเหลือ 13 ชีวิตของทีม ออกจากถ้ำหลวง โดย ระบุว่า จะไม่มีวันลืมน้ำใจที่ทุกคนมีให้แก่เด็กๆ ในทีมอย่างแน่นอน พร้อมสัญญาพวกเราจะเป็นคนดีของสังคม

“เราหมูป่าทุกๆ คนทุกๆ รุ่น ขอ กราบขอบพระคุณทุกๆ ฮีโร่ที่ช่วยเหลือน้องๆ หมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาอย่างปลอดภัย เราจะไม่ลืมในสิ่งที่ทุกท่านได้ช่วยเราอย่างเต็มที่ตลอดเวลา #น้องๆ จะเป็นคนดีของสังคมนะคะ #ทุกคนคือฮีโร่ของพวกเรา #ขอบคุณทีมงานทั้งประเทศไทยและทีมต่างชาติ #ทีมหมูป่าอะคาเดมี่”

หมูป่าอะคาเดมี, ถ้ำหลวง, ข่าวสดวันนี้
หมูป่าอะคาเดมี

‘ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง’ เผยการทำงานค้นหาปล่องถ้ำยากลำบาก

ทีมเก็บรังนกอีแอ่นเกาะลิบง เดินทางไปช่วยปีนปล่องค้นหาน้องๆทีมหมูป่า เผยความยากลำบากในการทำงาน แต่ทุกคนภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือหมูป่าออกจากถ้ำ

วันที่ 12 ก.ค. 61 จากกรณีที่ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง จำนวน 8 คนและขึ้นไปร่วมค้นหาอีก 4 คน รวม 12 คน ได้เดินทางไปช่วยค้นหาน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

โดยใช้ความสามารถความชำนาญจากการเป็นมืออาชีพในการปีนถ้ำมืด ถ้ำลึก เพื่อเก็บรังนกอีแอ่นไปช่วยในการค้นหาและปีนปล่องลึก เพื่อร่วมหาทางค้นหา และช่วยเหลือนำน้องๆออกมาจากถ้ำ จนได้รับคำยกย่องชมเชยเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับทีมจิตอาสากลุ่มอื่นๆอีกจำนวนมาก และล่าสุดทั้งหมดได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดตรังแล้ว ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นของคนในครอบครัวและชาวตรัง

ด้านนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นคนประสานกับหน่วยอุทยานฯในพื้นที่ถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน และนำทีมเก็บรังนกเกาะลิบงเดินทางไปช่วยเหลือในภารกิจดังกล่าว กล่าวว่า การทำงานวันแรกมีความยากหน่อย เนื่องจากว่าการทำงานจะมีหน่วยทหารและกองบัญชาการขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง (ขณะนั้น) การจะเข้าไปช่วยเหลืออันใดจะต้องผ่านการวางแผนและบริหารจัดการของกองบัญชาการ

ซึ่งพวกเราทีมเก็บรังนกเกาะลิบงที่ไปเป็นราษฎรจิตอาสา ซึ่งการที่เป็นอาสาสมัครเข้าไป หากไม่มีไลน์หรือทางไปก็ไม่สามารถจะเข้าไปทำงานในพื้นที่ได้ ตนเองเข้าไปทางไลน์ของกรมอุทยานฯซึ่งสังกัดเดียวกัน เพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรับผิดชอบของกรมอุทยานฯอยู่แล้ว

แฟ้มภาพ

ทั้งนี้ชาวบ้านที่เขาติดตามข่าวการค้นหาน้องๆทางจอทีวี ก็เห็นว่าพวกเขามีความชำนาญในการปีนรังนก ซึ่งต้องปีนถ้ำมืด ถ้ำลึก ก็อยากจะไปช่วย ตนเองก็มีความตั้งใจอยากจะไปช่วยอยู่แล้ว จึงได้ชักชวนกันไป ตนเองจึงทำหนังสือนำส่งตัวและรับรองความสามารถของทีมเก็บรังนกเกาะลิบง และยืนยันเป็นราษฎรจิตอาสา ไม่ต้องการค่าตอบแทนใดๆ

จากนั้นเราก็ได้แผนงานการทำงานมาเลยว่า ทีมเก็บรังนกจะต้องรับผิดชอบอะไร พื้นที่พิกัดไหนในการที่จะลงปากถ้ำ เพื่อจะทำการสำรวจปล่องจากข้างบนลงไปพื้นที่ด้านล่างว่ามีปล่องถ้ำไหนบ้างที่จะทะลุงกับถ้ำหลวงได้ ซึ่งการทำงานค่อนข้างลำบากมาก ก็เนื่องจากว่าภูเขาที่นั่น (อ.แม่สาย) เป็นภูเขาที่ไม่เหมือนกับทางภาคใต้ โดยโครงสร้างทางธรณีของถ้ำจะเป็นผนังถ้ำที่หนา และก็ยาวเป็นสิบๆกิโลเมตร พอเราโรยตัวลงปล่องไปที่ความลึกต่างๆ รวมทั้งลึกลงไปประมาณ 300 – 400 เมตร หรือสูงสุด 500 เมตร ก็จะไปเจอปล่องตันทุกครั้ง

จนทางทีมต้องมีการปรับแผน เมื่อได้พิกัดมาใหม่ ก็ติดต่อให้ชาวบ้าน รวมทั้งนายพรานในพื้นที่ให้ช่วยนำทาง ไปหาปล่องถ้ำที่ระดับประมาณ 400 เมตร ก็พบปล่องจึงโรยตัวลงไปที่ระดับความลึกต่างๆอีกเช่นเดิม ก็เจอเป็นปล่องตันอีก โดยรวมในการขึ้นไปสำรวจหาปล่องและปีนป่ายโรยตัวลงไปในปล่องแล้วปล่องเล่ารวมกันกว่า 10 วัน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ปล่อง ซึ่งยากลำบากมาก แต่ทุกคนก็ไม่ท้อ

แฟ้มภาพ

เพราะทุกคนคิดอยู่อย่างเดียวว่า พวกเราเป็นคนทางใต้ก็จริง แต่เราคนไทยเรารักกัน พี่น้องลูกหลานหมูป่าเชียงรายเขาเดือดร้อนหายตัวไป ทีมเราคนเกาะลิบงมีความสามารถในการลงถ้ำ เราก็อยากจะใช้ประสบการณ์ความสามารถว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เราจะไปช่วยน้องๆหมูป่าให้ออกจากถ้ำ พี่น้องทีมเก็บรังนกเกาะลิบงทุกคน จึงมีความภูมิใจมากถึงแม้จะเหนื่อยทุกวัน แต่เขาก็ไม่ท้อ เพราะเขาคิดว่าเขาทำได้ เขาลงถ้ำได้ เขาจึงมีความตั้งใจลึกๆมาว่า เขาจะต้องช่วย
ทั้งนี้ แม้การทำงานจะเหนื่อยและยากมาก แต่ที่นั่นทุกคนได้รับขวัญกำลังใจดีมาก พอคนเชียงรายรู้ข่าวว่าทีมเก็บรังนกเกาะลิบงไปช่วย ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พักที่อยู่ทุกอย่าง ร่วมถ่ายรูป ร่วมให้กำลัง ทำให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน

ซึ่งเราไปทางไหนพี่น้องทางเหนือชื่นชมพวกเรามาก มาให้กำลังใจเยอะมาก และยังเจอคนใต้ที่ไปอยู่ทางเหนือมาให้กำลังใจ จัดหาอาหารมาให้ ซึ่งแต่ละวันพี่น้องทางเหนือและพี่น้องคนใต้จะหาอาหารมาให้เยอะมาก ทั้งนี้ แต่ละวันเราจะต้องเดินทางขึ้นภูเขาวันละประมาณ 900 – 1,000 กว่าเมตร ถ้าคำนวณความยากลำบากในการทำงานปีนเขาทั้งไปและกลับ แต่วันละไม่ต่ำกว่า 3 ชม.แต่ละวันจะออกงานตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30 – 09.00 น. โดยจะกลับลงมาค่ำทุกวัน

​เหล่าฮีโร่ ช่วย 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง ทยอยเดินทางกลับหลังจบภารกิจ

หลังจบภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย รวมถึงทีมสูบน้ำได้ทยอยเดินทางกลับแล้ว

ทีมงานท่อสูบน้ำซิ่งถ้ำหลวง ซึ่งเดินมาทางมาจากจังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรสงคราม ช่วยกันทำความสะอาดเครื่องสูบน้ำหัวพญานาค 4 เครื่อง หลังจากนำเข้าไปด้านในพื้นที่บริเวณขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และเป็นเวลา 12 วันเต็ม ที่กลุ่มท่อสูบน้ำซิ่ง ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ให้ประสบความสำเร็จ โดยทางกลุ่มฯ ได้เดินทางกลับในช่วงบ่ายวานนี้ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยหน่วยงาน ทยอยขนอุปกรณ์ต่างๆ ในการเข้ามาช่วยเหลือทีมหมูป่ากลับต้นสังกัดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกมามาบางส่วนด้วย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของทหาร ตำรวจอย่างเข้มงวดเช่นเดิม โดยยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน หรือบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่บริเวณปากถ้ำ

ส่วนชุดกู้ภัยตำรวจพลร่ม นักรบแห่งค่ายนเรศวร อำเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุรี ที่มาสนับสนุนภารกิจสำรวจโพรงถ้ำเพื่อโรยตัวลงไปช่วยเหลือเด็กๆ เดินทางกลับที่ตั้งของหน่วย

เช่นเดียวกับทีมนักดำน้ำของ กฟผ.รับภารกิจลำเลียงถังออกซิเจนไว้ตามจุดต่างๆ เป็นทีมที่สนับสนุนการทำงานของหน่วยซีลก็ลาถ้ำหลวงกลับบ้านแล้วเช่นกัน

ส่วน ทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จังหวัดตรัง จำนวน 18 คน นำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง ซึ่งอาสาเดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาทีมหมูป่า ที่ถ้ำหลวง ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เดินทางกลับถึงสนามบินหาดใหญ่ ท่ามกลางเสียงปรบมือของประชาชนที่ร่วมกันต้อนรับ

ทั้งนี้ ได้มีการจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งจากทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ ที่ได้เขียนป้ายต้อนรับ “ฮีโร่ลิบง” พร้อมมอบเงินจำนวน 5,000 บาท และของที่ระลึก รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดสงขลา ได้เดินทางไปร่วมเป็นกำลังใจ

นายอะลิเฟน กล่าวว่า ดีใจที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาทีมหมูป่า ซึ่งทีมงานเก็บรังนกเกาะลิบงไปด้วยใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณคนไทยที่ยกย่องให้เป็นฮีโร่ แต่ภารกิจนี้ทุกคนเป็นฮีโร่หมดไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การค้นหาทีมหมูป่าให้เจอ และช่วยออกมาให้ได้

สำหรับ ทีมเก็บรังนกนางแอ่น เกาะลิบง ทั้ง 18 คน ได้ทำหน้าที่สำรวจปล่องต่างๆ ที่อยู่เหนือถ้ำหลวง เพื่อค้นหาช่องทางเข้าไปภายใน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของแผนการช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการไต่ถ้ำเก็บรังนก