นายกฯ ยังห่วงภารกิจช่วย ‘ทีมหมูป่า’ชี้ไทยมีปัญหาต้องแก้อีกเยอะ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีเผย ยังห่วงปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมี ระบุประเทศไทยยังมีปัญหาอีกเยอะ

วันนี้ ( 10 ก.ค. 61 ) เมื่อเวลา 08:35 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปยังตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯเดินก้มหน้า มีสีหน้าที่ครุ่นคิด พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า

” หมด เรื่องถ้ำหลวง ก็ไม่ใช่จะสบายใจ ประเทศไทย มีปัญหาต้องแก้ อีกเยอะ ”

ทั้งนี้นายกฯกลับจากถ้ำหลวง ในเวลา 01:00 น. ของเมื่อคืนนี้ อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปประเทศศรีลังกา 12-13 ก.ค. และไปประเทศภูฎาน 19-20 ก.ค. ส่วนครม.สัญจร จะเปลี่ยนจาก จังหวัดเชียงราย-พะเยา เปลี่ยนเป็นอุบลราชธานี-อำนาจเจริญ 23-24 ก.ค.นี้

เปิดเหตุผล ทำไม? ปิดหน้า – ไม่เผยชื่อ หมูป่าที่ช่วยออกจากถ้ำหลวง

เปิดข้อมูลน่าสนใจ เหตุปิดหน้า ไม่เผยชื่อ น้องทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ช่วยออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน 2 ชุดแรก เพราะไม่ต้องการให้ผู้ปกครองกังวล เรื่องช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้มีการแสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ ถึงกรณีที่ทีมช่วยเหลือไม่มีการเปิดเผยชื่อน้องๆ นักฟุตบอล และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ทำการช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงได้ 2 ชุดเมื่อวันที่ 8 และ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า เพื่อเป็นการลดความกังวลใจของผู้ปกครอง อีกทั้งเป็นการกันสื่อไม่ให้ไปถามความรู้สึกของญาติของน้องๆ เหล่านั้นได้ โดยระบุว่า

ถ้ำหลวง
ถ้ำหลวง

บอกมีเงื่อนงำ ถ้าเอาเด็กออกมาได้จริง ทำไมต้องปิดหน้า

….อันนี้ก็เข้าใจนะว่า เวลาระดับคนเก่ง ที่เป็นผู้นำระดับประเทศเขาคิดกัน ทำกันนะ สมองบางคนมันก็คิดตามไม่ทันหรอก อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ ….เด็กออกมาได้ไม่ได้ อีก ไม่กี่วันก็ต้องรู้ เพราะยังไงก็ครบ 13 คน แล้ว ถ้าครบ 13 คนนี่ ยังไงต่อ เงิบงำไปเลยใช่ไหม

….เขาแค่ไม่อยากให้ผู้ปกครองของเด็กที่ยังไม่ออกมากังวล หรือรู้สึกน้อยใจว่าทำไมลูกฉันยังไม่ได้ออกมา ลองคิดดูสิ ว่า ถ้าสื่อรู้ ว่าเด็กคนไหนยังไม่ออกมา ผู้ปกครองของเด็กคนนั้นรับรอง สื่อคงตามจิก ยื่นไมค์ไปถาม ว่ารู้สึกยังไง ที่ลูกของพี่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือออกมา ทางการมีแจ้งไหมว่าตอนนี้ลูกพี่ไม่ปกติใช่ไหม ถึงยังนำออกมาไม่ได้ หรือถามต่ออีกว่า น้อยใจไหม ที่ลูกถูกพาออกมาทีหลัง (อันนี้ผมเสือกถามตามแพทเทิร์นดราม่าที่นักข่าวเขาชอบ เสือกถามกันน่ะครับ) คงไม่ใช่เรื่องมโนหรอก เพราะขนาดถามออกอากาศว่าลูกมาเข้าฝันไหม แล้วยังมีเลย

….จากนั้นก็จะดราม่าต่อ ไม่ถามผู้ปฏิบัติ เอากฏเกณฑ์อะไรมาเป็นตัวตัดสินว่าใครต้องออกก่อนออกหลัง ขนาด มโนชื่อว่าเป็นมงคลได้ออกก่อนยังมีเลย

….ต่อด้วยอะไร ต่อสายผู้รับผิดชอบจากนั้นก็ให้ พ่อแม่ถามต่อหน้าผ่านกล้องเลย โห ได้ซีนน้ำตาดราม่าฝุดๆ แถมได้ฉากดาร์คๆ กดดันผู้ปฏิบัติงานอีก ดีไม่ดี ที่ห้องส่ง บี้ต่อ ขยี้ต่อ ต่อสายรัฐมนตรีเลย ยิงคำถามแทนผู้ปกครองเลย ท่านครับผู้ปกครองเขาถามว่าทำไมไม่เอาลูกเขาออกมาพร้อมกัน

….จากนั้น รัฐมนตรีสมัยก่อนๆ ก็ต้องบ้าจี้ โทรเลยบอก ผมสั่งการแล้วครับ ว่าจะต้องเอาออกมาในวันนี้ ฉิบหาย จะต้องมีซิลกี่คนอีกที่ต้องเสี่ยงเพราะความหน้าบางของรัฐมนตรี แถมดีไม่ดี เด็กก็เสี่ยงด้วย หากเกิดไรขึ้น เอาเว่ยเฮ่ย สื่อมีข่าวให้เล่นต่อ กระหน่ำการทำงานผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานกันสนุก แถมยังได้ไปถามพ่อแม่อีก รู้สึกอย่างไรที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกได้ ได้ฉากดราม่าในงาศพเลย

….5555 ขยี้มาเป็นฉากๆ นี่ไม่ใช่มโนขึ้นมาเองนะ แต่มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน มีครั้งนี้แหละที่เจ้าหน้าที่ทำงานได้โดยปราศจากแรงกดดันจากภายนอก เพราะสามารถรับมือกับสื่อได้เบ็ดเสร็จ …นี่ไม่ใช่การปฏิวัติวงการสื่อ แต่เป็นปฏิวัติการรับมือกับ เสื่อม ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในประวัติการณ์ ประเทศไทย

ปล. รูปร่มเอามาประกอบ จริงๆ เขาเอามาบังแดดกันสายตาเด็กโดนแดด

ถ้ำหลวง

ขณะที่เพจ Drama-addict ก็ได้มีการแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะการที่ทีมช่วยเหลือนำร่มขนาดใหญ่มาใช้ในการเคลื่อนย้ายน้องๆ ทีมหมูป่าที่ได้รับการช่วยเหลือด้วยว่า  

ถ้าใครเคยเห็นตอน ญป. เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย หรือย้ายเหยื่อในคดีต่างๆ ที่เขาต้องการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของคนที่จะเคลื่อนย้าย เขาจะเอาผ้าใบมากางแบบมิดชิด จนสื่อไม่มีปัญญาถ่ายภาพไปได้เลย

กรณีถ้ำหลวงก็เช่นกัน ผู้ว่าเขาก็ขอความร่วมมือไม่ให้สื่อเผยชื่อหรือหน้าตาของเด็กๆ ที่ช่วยออกมาสองชุดแรกว่ามีใครบ้าง เพราะห่วงว่าพ่อแม่ของเด็กที่ช่วยออกมากลุ่มหลังๆ จะร้อนใจกังวลใจว่าทำไมลูกฉันออกมาทีหลังเพื่อน แต่หลายๆสื่อมันก็พยายามถ่ายภาพกันจั๊ง อย่างอันนี้เป็นภาพของ AFP

แต่เสียใจด้วย ระหว่างการเคลื่อนย้ายเด็กๆ มีตำรวจยืนประกบ กางร่มอันบะเริ่ม ไม่มีใครได้ภาพตัวเด็กไปเลยซักเจ้าเดียว ถถถถถถถ สะใจๆ ดูภาพประกอบแล้วจะเข้าใจทันทีว่างานนี้ จนท ละเอียดรอบคอบกันขนาดไหน

สำนักงานการบินพลเรือนฯ เตรียมเอาผิด ผู้บินโดรนใกล้ ฮ. ‘หมูป่า’

สำนักงานการบินพลเรือนฯ เตรียมเอาผิดผู้บังคับโดรน จากกรณีปรากฏภาพโดรนบินระยะใกล้เฮลิคอปเตอร์ ที่ลำเลียงสมาชิกทีมหมูป่าหลังนำตัวออกจากถ้ำหลวง

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 61  เพจเฟซบุ๊ก “CAAT – The Civil Aviation Authority of Thailand” เผยแพร่ความคืบหน้า กรณีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เตรียมเอาผิดผู้บังคับโดรน จากกรณีมีภาพโดรนบินในระยะใกล้เฮลิคอปเตอร์ ที่ใช้ลำเลียงสมาชิกทีมหมูป่า หลังได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 8 ก.ค 61 ที่ผ่านมา

โดย CAAT ระบุว่าจากกรณีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ตามที่ปรากฏภาพโดรนบินในระยะที่ใกล้เคียงกับเฮลิคอปเตอร์แบบ MI-17 ของกองทัพบก ที่กำลังทำการบินลำเลียงทีมหมูป่าอะคาเดมีชุดแรก ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไปยังโรงพยาบาลและสามารถถ่ายภาพติดทั้งเฮลิคอปเตอร์และโดรน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานหรือกระบวนการเคลื่อนย้ายสมาชิกทีมหมูป่านั้น

เมื่ออ้างอิงจากประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อ 5 (2) ระหว่างทำการบิน ข้อ (จ) ต้องทําการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถมองเห็นอากาศยานได้อย่างชัดเจน และข้อ (ญ) ห้ามบังคับอากาศยานเข้าใกล้อากาศยาน ซึ่งมีนักบิน หากพบว่ามีความผิดจริงผู้บังคับโดรนลำดังกล่าว จะมีโทษตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ตามมาตรา 80 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท อย่างไรก็ตามสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่าศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3 กองทัพอากาศที่รับผิดชอบควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือเขานางนอนและฝูงบิน 416 ได้กำหนดให้พื้นที่ ในรัศมี 15 ไมล์ทะเล รอบบริเวณวนอุทยานเป็นเขตควบคุมการบินเป็นกรณีชั่วคราว การบังคับหรือปล่อยโดรน ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จะต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์อำนวยการร่วมฯ ก่อนทุกครั้ง