ทีมแพทย์แถลง อาการ 8 หมูป่า ถูกช่วยออกจากถ้ำหลวง เผยทั้งหมดปลอดภัย

ทีมแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงข่าวความคืบหน้าการรักษาและความคุมโรค 8 หมูป่า ที่ช่วยออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เผยพบปอดอักเสบ 2 ราย หัวใจเต้นผิดปกติ 1 คน แต่รักษาปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 10.09 น.วันนี้ (10 ก.ค. 2561) ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ตรวจราชการ และผอ.รพ.เชียงรายฯ

ได้ออกแถลงข่าวอาการของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี 8คน ที่ถูกช่วยออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หลังจากเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำเป็นเวลานานกว่า 10 วัน ว่า ทั้ง 8 คนได้รับการตรวจร่างกายตามมาตรฐาน ฉีดยาป้องกันโรคต่างๆ โดยทั้งหมดสุขภาพดี ไม่มีไข้ ทุกคนมีสุขภาพจิตดี ร่างกายสามารถช่วยเหลือตนเองได้ปกติ

แม้ว่า หมูป่าชุดแรกที่ช่วยออกมา 4 คน อายุ 14-16 ปี แรกรับมีภาวะร่างกายอุณหภูมิต่ำ มี2รายสงสัยปอดอักเสบ รักษาให้ปกติแล้ว ส่วนชุดที่ 2 มี 4 ราย อายุ 12-14 ปี แรกรับมีภาวะร่างกายอุณหภูมิต่ำ มี 1 รายหัวใจเต้นช้าผิดปกติ แพทย์ดูแลรักษาดีแล้วเช่นกัน

ส่วนครอบครัวเราให้เยี่ยมผ่านกระจก เพราะเป็นมาตรการควบคุมโรคอยู่ ซึ่งหากผลแล็ปกลับมาและไม่พบการติดเชื้อ ก็จะให้เข้าเยี่ยม แต่ก็จะต้องสวมชุดตามมาตการควบคุมโรคต่อไป

อบต.สร้างอาคาร 9.3 ล้าน หวังส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่าสุดพบทรุดโทรม!

เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ภาพอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ จ.แพร่ ใช้งบรวม 9.3 ล้านบาท แต่ล่าสุดถูกปล่อยทิ้งร้าง 

วันนี้ ( 10 ก.ค. 61) แฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เผยให้เห็นถึงความทรุดโทรมของอาคารแห่งหนึ่ง โดยทางเพจระบุว่า ภาพที่นำมาโพสต์เป็นอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของ อบต.นาพูน จ.แพร่ สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้า OTOP รวมการใช้งบ ต่อเนื่อง 2 โครงการ วงเงินรวม 9.3 ล้านบาท แต่สุดท้ายหลับถูกปล่อยทิ้งร้าง สภาพทรุดโทรม

แฟนเพจดังกล่าวระบุว่า อบต.นาพูน จ.แพร่ ได้ดำเนินการพัฒนาม่อนเสาหินพิศวงในพื้นที่หมู่ 10 ต.นาพูน อ.วังชิ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้า OTOP ของเมืองแพร่ ดำเนินการต่อเนื่อง 2 โครงการ วงเงินรวม 9.3 ล้านบาท

โครงการแรก ปี 2556 สร้างอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP อาคารศาลาที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว สร้างศาลาที่พักตามจุด จำนวน 7 หลัง วางรางระบายน้ำทางขึ้นลง ราวทางเดินชมแนวหิน ทำปูพื้นลานจอดรถและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบป้ายชื่อแหล่งท่องเที่ยว ใช้งบรวม 5 ล้านบาท

ต่อมาปี 2557 ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ มีการรื้อถอนปรับบริเวณ ขุดและกลบดิน วางเหล็กเสริมคอนกรีต ฉาบปูนตามผนัง ก่ออิฐมอญและทาสีเหล็ก รอบนี้ใช้งบ 4.3 ล้าน

สภาพปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งรกร้าง สภาพอาคารด้านในมีการชำรุดเสียหาย ฝ้าเพดานพัง ประตูทางเข้าอาคารแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP เต็มไปด้วยรอยสี ไร้ร่องรอยการเปิดใช้งาน อาคารศาลาที่พักหลังคาพุผัง แถมบางหลังยังก่อสร้างไม่เสร็จถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าและต้นไม้ รอบบริเวณจะมีการเข้าถางเฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคมเท่านั้น จากนั้นก็ปล่อยทิ้งเป็นที่แสดงความหลากหลายทางนิเวศวิทยาของวัชพืช

การประมูลงานของทั้งสองโครงการ มีบริษัทคู่เทียบเจ็ดถึงแปดรายเคาะประมูลราคาที่เท่ากันเป๊ะ รายที่ได้งานเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียงแค่หมื่นต้น ๆ เฉพาะโครงการปี 56 ทุกรายเสนอราคาเท่ากันหมด

“สตาร์บัคส์” เตรียมยกเลิกใช้หลอดพลาสติก

สตาร์บัคส์ประกาศเตรียมเลิกใช้หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายในปี 2563 โดยจะเริ่มจากสาขาในสหรัฐฯ และแคนาดาภายในปลายปีนี้

“สตาร์บัคส์” เชนร้านกาแฟรายใหญ่ของสหรัฐฯ เตรียมยุติการใช้หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในทุกสาขาภายในปี 2563 ที่จะช่วยลดการใช้หลอดพลาสติกได้มากกว่าปีละ 1 พันล้านหลอด

สตาร์บัคส์ ระบุว่า บริษัทจะยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนฝาปิดแก้วพลาสติกที่ใช้กันในปัจจุบัน มาเป็นฝาปิดที่มีช่องพิเศษสำหรับจิบเครื่องดื่มได้ โดยเครื่องดื่มเย็นแบบปั่น หรือ “แฟรปปูชิโน่” จะยังคงใช้ฝาปิดแบบโค้ง ที่มาพร้อมหลอดที่ทำมาจากกระดาษหรือพลาสติกที่ย่อยสลายได้

ส่วนลูกค้าที่ต้องการหลอดสำหรับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ สามารถร้องขอหลอดดังกล่าวได้ ส่วนเครื่องดื่มประเภท “โคลด์ บริว” ที่มาพร้อม “โคลด์ โฟม” จะเสิร์ฟในแก้วที่ใช้ฝาปิดไร้หลอด

สตาร์บัคส์จะเริ่มนำฝาปิดรูปแบบใหม่มาใช้สำหรับเครื่องดื่มทุกชนิดในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ โดยเริ่มจากสาขาในเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา และเมืองซีแอตเทิลของสหรัฐฯ

ด้านนายเควิน จอห์นสัน ซีอีโอของสตาร์บัคส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า การยกเลิกใช้หลอดพลาสติกถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในความพยายามที่มีความยั่งยืนของบริษัท

สตาร์บัคส์ ซึ่งมีสาขาทั่วโลกกว่า 28,000 สาขา และมีรายได้เมื่อปีที่แล้วกว่า 22,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 741,000 ล้านบาท นับเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดที่ประกาศการยุติใช้หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งยอดขายเครื่องดื่มกว่าครึ่งมาจากเครื่องดื่มเย็น ที่มักต้องใช้หลอดพลาสติก