ช้างพัง กระทืบคนเลี้ยงตาย ก่อนหนีเข้าป่า หวั่นอาละวาดชุมชน!

ช้างพัง กระทืบคนเลี้ยงตาย ก่อนเครียดวิ่งหลุดเตลิดเข้าป่า หวั่นอาละวาดชุมชน

วันนี้ (5 ก.ค. 61) มีรายงานว่า นายสามารถ เลาห์ประเสริฐ ปศุสัตว์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ช้างพัง หลุดจากโซ่ที่ล่ามไว้ มีอาการเครียดวิ่งเข้าป่า หวั่นเกรงจะเตลิดเข้าโรงเรียนประถม และ ชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ที่มีชาวบ้านหลายพันคนอาศัยอยู่ จึงเดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมด้วย น.ส.ปนัดดา ยุไร หัวหน้าชุดเคลื่อนที่ หน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน จ.ชุมพร-จ.ระนอง

ทั้งนี้ ช้างพัง สาวเหมีย อายุ 40 ปี ได้ก่อเหตุเหยียบ นายสมกูล ภูมิไชยา ควาญช้างเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงที่กำลังจัดงานศพของนายสมกูล และช่วงเช้าของวันนี้ช้างพังได้หลุดจากจุดที่ล่ามไว้เตลิดหนีเข้าป่าวิ่งชนสายไฟบ้านชาวบ้านได้รับความเสียหาย และหายเข้าไปในป่ายังไม่ทราบจุดที่ซ่อนตัวอย่างชัดเจน สร้างความวิตกแก่ชาวบ้านอย่างมาก เนื่องจากช้างพังสาวเหมียตัวนี้ หลังจากเหยียบควาญตัวเองตายก็มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด

อีกทั้งสาเหตุการเหยียบเพราะโมโหที่มีสุนัขมาเห่าใส่ และในจุดที่ล่ามก็มีสุนัขหลายตัวเดินผ่านไปมา ทำให้เกิดอาการเครียดและสะบัดโซ่ล่ามจนหลุด กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดยังคงไล่ติดตามช้างพังตัวนี้ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีชุมชนหลายชุมชน โรงเรียนระดับประถมศึกษา ที่อาจจะได้รับอันตรายจากช้างพังตัวนี้ได้

ด้าน นายสามารถ กล่าวว่า ยังต้องไล่ล่าช้างพังตัวนี้ให้ได้ ซึ่งคงไม่ยากเกิน เนื่องจากมีโซ่ติดขาตามไปด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบจุดที่ช้างไปซ่อนตัว แต่ได้กระจายกำลังออกไปทั่วทั้ง 2 ตำบล คือ ต.ปากทรง และ ต.พะโต๊ะ ถ้าในคืนนี้ยังไม่สามารถจับได้ จะเสนอให้โรงเรียนประถมใกล้ที่เกิดเหตุหยุดการสอน 1 วัน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจาก ถึงจะเป็นช้างเลี้ยงมานานร่วม 40 ปี แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้

เตือน! ระมัดระวังการถูกฟ้าผ่า พบเดือนเมษายน 2561 มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระมัดระวังการถูกฟ้าผ่า เสี่ยงเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เฉพาะเดือนเมษายน ปี 2561 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ ประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และในบางพื้นที่ในช่วงฝนตก อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรง รวมทั้งอาจมีปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้เช่นกัน

โดยจากข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บจากโรงพยาบาลเครือข่าย 33 แห่ง ระหว่างปี 2555–2559 มีรายงานผู้ถูกฟ้าผ่า จำนวน 149 ราย เสียชีวิต 28 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 110 ราย เพศหญิง 39 ราย อาชีพผู้ใช้แรงงานพบสูงสุด ร้อยละ 34.9 รองลงมาเกษตรกรรม ร้อยละ 31.5 โดยพบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุด คือ เวลา 15.00 – 16.59 น. (56 ราย)

ภาพประกอบข่าว

ข้อมูลล่าสุดจากการเฝ้าระวังเหตุการณ์การป่วยและเสียชีวิตจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากฟ้าผ่า ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระหว่างปี 2559–2561 (ม.ค.-เม.ย.) มีรายงาน 14 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 46 ราย เสียชีวิต 20 ราย สถานที่เกิดเหตุคือกลางทุ่งนาที่โล่งและใต้ต้นไม้ เท่ากันคือร้อยละ 28.5

เฉพาะในเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา ได้รับรายงาน 4 เหตุการณ์ บาดเจ็บ 7 ราย เสียชีวิต 4 ราย จากจังหวัดบุรีรัมย์ สระแก้ว พิจิตร และลพบุรี โดยเกิดเหตุกลางทุ่งนา 3 เหตุการณ์ และใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้บริเวณจอดลานเฮลิคอปเตอร์ 1 เหตุการณ์

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือ ช่วงที่เกิดพายุฤดูร้อน สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนถูกฟ้าผ่ามักเกิดจากการทำงานในที่โล่ง หรืออยู่ใกล้บริเวณที่อาจมีวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า อาจมีการสวมใส่หรือสัมผัสโลหะที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า รวมทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างที่มีฝนตกและฟ้าคะนอง ทั้งนี้ การบาดเจ็บและเสียชีวิตขึ้นอยู่กับลักษณะของฟ้าผ่า และความสามารถของกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านเข้าสู่ร่างกาย
กรมควบคุมโรค ขอเตือนประชาชนในช่วงครึ้มฟ้าครึ้มฝน และช่วงฝนตกฟ้าคะนอง ควรปฏิบัติดังนี้

1.หลีกเลี่ยงทำงานกลางทุ่งนา ไร่ และสวน

2.ไม่ควรยืนหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ ควรหลบในบ้านหรืออาคาร

3.ในกรณีหากหาที่หลบไม่ได้ ให้ทำตัวต่ำลงด้วยการนั่งยองๆ ซุกศีรษะไว้ระหว่างเข่า แขนแนบกับเข่า เอามือปิดหูไว้ เท้าชิดกันหรือเขย่งอยู่บนปลายเท้า เพื่อให้ผิวสัมผัสกับพื้นดินให้น้อยที่สุดและให้ส้นเท้าทั้งสองข้างแตะกัน ไม่ควรหมอบตัวราบไปกับพื้น เพราะกระแสไฟฟ้าอาจะวิ่งมาตามพื้นดินได้

4.ไม่ควรสัมผัสกับโลหะทุกชนิดที่อาจเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้า เช่น การสวมเครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะ

5.ไม่สัมผัสหรือใช้อุปกรณ์การทำงานที่เป็นโลหะต่างๆ เช่น เครื่องมือซ่อมแซม และเครื่องมือเกษตร

6.หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น ลงเล่นน้ำในทะเล หนอง คลอง ซึ่งอาจเป็นตัวนำไฟฟ้าได้

7.หลีกเลี่ยงใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขณะอยู่นอกอาคารช่วงฝนตกฟ้าคะนอง

นอกจากนี้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลและประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับการเกิดพายุฤดูร้อนฝนตกฟ้าคะนองอย่างใกล้ชิด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค