สธ. ดูแลสุขภาพ 13 ชีวิตเต็มที่ พร้อมส่งอาหารเหลวให้ทุกวัน

กระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้การดูแลสุขภาพทีมนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตถ้ำหลวง อย่างเต็มที่ เตรียมอาหารเหลวทางการแพทย์ส่งให้ทหารนำไปให้ทุกวัน

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การเคลื่อนย้ายเด็กออกมาจากถ้ำ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายเป็นผู้กำหนด เพราะการที่จะผ่านเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางธรรมดาออกมาสู่ภายนอก ต้องคำนึงชีวิตและสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขมองในแง่ที่ว่าเด็กที่ไปติดค้างอยู่ 10 กว่าวัน

ต้องการการฟื้นฟูสุขภาพในพื้นที่ที่กำลังอยู่ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องอาหาร การติดเชื้อ ความอบอุ่น และด้านสายตา ที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือต้องทำให้สภาพร่างกายของเด็ก ๆ พร้อมที่สุดที่จะเคลื่อนย้ายออกมา ส่วนการดูแลเมื่อเด็กออกจากถ้ำจนถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ดำเนินการไว้เรียบร้อย โดยเตรียมผู้เชี่ยวชาญประกบดูแลเป็นรายคน ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ไปตรวจความพร้อมที่โรงพยาบาลเชียงรายนุเคราะห์แล้ว

ด้านนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่ได้ไปตรวจความพร้อมโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พบว่ามีการจัดแยกพื้นที่โดยไม่กระทบกับบริการเดิม มีเครื่องมือช่วยชีวิต เครื่องตรวจติดตามสัญญาณชีพ ระบบการควบคุมการติดเชื้อ

ตั้งแต่การเข้าไปต้องทำความสะอาดผู้ป่วยก่อน การตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตร้าซาวด์ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายเด็กออกจากหอผู้ป่วย หากประเมินแล้วทุกอย่างปกติดีก็จะให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ แต่ต้องอยู่ในมิติของการควบคุมโรค โดยใส่เสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย

ด้านนายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เตรียมเรื่องอาหาร จัดเป็นวันๆ ให้ทหารนำเข้าไปให้เด็ก ๆ และโค้ช ส่วนการเคลื่อนย้ายมาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้พร้อมให้การดูแลแล้ว

ไล่ออกจากราชการ ผอ.ฉาวเรียกนักเรียนสาว ม.2 ‘ที่รัก’

คณะอนุกรรมการศึกษา จ.นครราชสีมา มีมติเอกฉันท์ให้ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ ออกจากราชการ หลังมีพฤติกรรมฉาวสนทนาในเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ เล็งส่งให้ผู้ว่าฟัน 12 ก.ค. นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (5 ก.ค. 2561) คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาถึงบทลงโทษถึงกรณีสุดฉาว หลังมีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.บัวใหญ่ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สนทนาในเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงฉัน ม. 2 ซึ่งเป็นลูกสิษย์ของตัวเอง โดยต่างฝ่ายต่างส่งข้อความเรียกกันว่า ‘ที่รัก’ ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเหตุดังกล่าวเป็นข่าวโด่งดังเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา

โดยจากการพิจารณาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ พร้อมสอบปากคำคณะกรรมการสถานศึกษาคณะครู ผู้ปกครอง และเพื่อนของเด็กนักเรียนหญิงที่เป็นข่าว ทำให้ที่ประชุมมีมติให้ไล่ผู้อำนวยการคนดังกล่าวออกจากราชการ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ส่วนในเรื่องของคดีอาญานั้นก็ให้ว่าเป็นไปตามกฎหมาย เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายพรากผู้เยาว์ด้วย

อย่างไรก็ดีจากผลดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด เพราะยังคงต้องส่งเรื่องต่อไปยัง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา หรือ กศจ. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการพิจารณาอีกรอบ ทั้งนี้คงต้องตามดูต่อว่าผลการประชุมจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งนั่นก็คือคำตัดสินขั้นเด็ดขาดในคดีดังกล่าว

กรมสุขภาพจิต จัดแผนช่วยเหลือฟื้นฟูจิตใจ 13 ทีมฟุตบอลหมูป่าพร้อมครอบครัว

กรมสุขภาพจิต จัดแผนช่วยเหลือฟื้นฟูจิตใจ 13 ทีมฟุตบอลหมูป่าพร้อมครอบครัว ต่อเนื่อง วอนสังคมมองเหตุการณ์ติดถ้ำ “ มุมบวก” ไม่โทษ ไม่ตัดสินผิด-ถูก เพื่อเรียนรู้ นำไปใช้ประโยชน์

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน และครอบครัวหลังเหตุการณ์ติดถ้ำว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดแผนการช่วยเหลือ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มของทีมหมูป่าและโค้ชรวม 13 คน จะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งระยะสั้น ระยะยาว อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจะมีการตรวจประเมินปัญหาสุขภาพจิตเป็นระยะ สอนให้มีทักษะการจัดการความเครียด

ส่วนกลุ่มของผู้ปกครอง และญาติ จะเน้นที่แบบแผนและวิธีการดูแลเด็กที่เหมาะสมหลังเหตุการณ์ ซึ่งในระหว่างที่รอเด็กออกมาจากถ้ำ ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทได้มีการเตรียมพร้อม ซักซ้อมทุกครอบครัวถึงแนวทางการดูแลจิตใจเด็ก ซึ่งจะเน้นการใช้คำพูดที่ส่งผลต่อกำลังใจและสภาวะจิตของเด็กทุกคน

ทางด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ติดถ้ำนี้ อยากวอนให้สังคมไทย มองในมุมบวก คือมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่โทษ ไม่ตัดสินว่าใครผิด –ถูก เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยไม่มีใครอยากให้เกิดถ้ารู้ล่วงหน้า ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือทีมหมูป่าเข้าไปในถ้ำแล้วฝนเกิดตกและฝนตกอย่างต่อเนื่องน้ำท่วมปิดทางออก ประการสำคัญที่สุดสังคมควรทบทวนและใช้โอกาสนี้ ได้เรียนรู้

อย่างน้อยก็คือ การช่วยเหลือตนเองและทีม เพื่อเอาชีวิตรอดในเหตุการณ์ที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และสิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วมักจะมีส่วนดีเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต