การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ย้ำชัด!  ถ้ำหลวงไม่ได้เป็นถ้ำปิด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ย้ำชัด!  ถ้ำหลวงไม่ได้เป็นถ้ำปิด สามารถท่องเที่ยวได้

ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน 13 คน ที่พลัดหลง และติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หนึ่งในประเด็นที่โลกออนไลน์สงสัยคือ ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่สามารถท่องเที่ยวได้หรือไม่

ซึ่งล่าสุด วันนี้ (3 ก.ค.61) ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ได้พูดถึงประเด็นการเข้าถ้ำหลวงว่า ถ้ำหลวงไม่ได้เป็นถ้ำปิด สามารถท่องเที่ยวได้ และข้อมูลที่ว่า ถ้ำนั้นห้ามเดินลึกเกิน 700 ม. ทาง ททท. ระบุว่า ยังไม่มีข้อห้ามนี้ เพียงแต่ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจะเข้าไปชมในระยะทาง 700 – 1,400 ม.

ทั้งนี้ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ตำบลโป่งผา มีจุดบริการท่องเที่ยว 2 แห่ง คือ บริเวณถ้ำหลวง บ้านน้ำจำและบริเวณขุนน้ำนางนอนที่บ้านจ้อง การเดินทาง ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 882 จะมีทางแยกบริเวณบ้านจ้อง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายราว 60 กิโลเมตร

ถ้ำหลวง เป็นที่ตั้งของที่ทำการวนอุทยานฯ มีสภาพเป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาหินปูนสูงชันเงียบสงบ สามารถตั้งแคมป์ได้ แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่อยู่ใกล้ที่ทำการวนอุทยานฯ ได้แก่

ถ้ำหลวง มีความยาว 7 กิโลเมตร ปากถ้ำเป็นโถงกว้าง เป็นที่อยู่ของค้างคาวขนาดเล็ก ภายในถ้ำเป็นทางน้ำ มีหินงอกหินย้อยระยิบระยับ

ถ้ำพระ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา อากาศบริเวณปากถ้ำเย็นสบาย

ถ้ำมัลติกาเทวีหรือถ้ำพญานาค เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่ใต้หน้าผาบนภูเขา ภายในถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่คล้ายงูแผ่แม่เบี้ย สูง 2.5 เมตร อยู่บริเวณปากถ้ำ

ถ้ำเลียงผา เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินจึงทำให้เกิดลักษณะที่เป็นเวิ้งมีหุบเหวล้อมรอบกว้างประมาณ 80 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร บริเวณถ้ำยังพบฟอสซิลหอยฝาเดียวและหอยสองฝาอายุหลายร้อยล้านปี ในอดีตเลียงผาบนภูเขาจะลงมากินน้ำฝนที่ไหลลงมาขังภายในถ้ำจึงเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำเลียงผา”

ขุนน้ำนางนอน ห่างจากถ้ำหลวง 2 กิโลเมตร มีธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น มีบึงน้ำจืดขนาดเล็ก บนหน้าผาเหนือบึงน้ำยังเป็นที่ตั้งของถ้ำทรายทองซึ่งยังไม่มีการสำรวจภายใน

แคนาดาเริ่มใช้มาตรการกำแพงภาษีตอบโต้สหรัฐฯ

แคนาดาเริ่มบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท เพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม

รัฐบาลแคนาดาได้เริ่มบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติแคนาดา โดยสินค้าสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ขึ้นภาษีนำเข้าร้อยละ 25 เท่ากับที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กจากแคนาดาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมีการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 กับสินค้ามากกว่า 250 รายการจากสหรัฐฯ เช่น ถังเบียร์ วิสกี้ และน้ำส้ม ที่คาดว่ามีมูลค่าทั้งหมดราว 16,600 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 446,000 ล้านบาท หรือเท่ากับมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กของแคนาดาที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

ทางการแคนาดา ระบุว่า การกำหนดมาตรการกำแพงภาษีก็เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อสหรัฐฯ และเพื่อให้สหรัฐฯ ทราบว่าจะสร้างผลกระทบกับการค้าอย่างไร และเมื่อวันศุกร์ แคนาดาได้ประกาศเพิ่มเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียม มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 50,000ล้านบาท รวมถึงกองทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

แคนาดาเป็นประเทศคู่ค้ารายล่าสุดที่ดำเนินมาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน สหภาพยุโรปก็ได้ดำเนินมาตรการกำแพงภาษีกับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 2,400 ล้านยูโร หรือราว  92,000 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เม็กซิโกก็ดำเนินการเช่นเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าราว 96,000 ล้านบาท

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาเข้าสู่ภาวะตึงเครียด หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด หลังจากเขากล่าวว่า แคนาดาจะไม่ยอมเบี้ยล่างทางการค้ากับสหรัฐอีก

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจหลายแห่งต่างวิตกว่า การขึ้นภาษีตอบโต้ดังกล่าวจะส่งผลให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น จนลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าเต็มรูปแบบ โดยหลายฝ่ายมองว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีกับรถยนต์และชิ้นส่วนรถนำเข้าจากต่างชาติด้วยเช่นกัน หลังนายทรัมป์ขู่เก็บภาษีร้อยละ 20 กับรถยนต์นำเข้า และสั่งให้เปิดการสอบสวนว่า การนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่

ชาวเน็ตแห่โหวตผลงานประกวดชิงรางวัล ‘ทีมนักดำน้ำอังกฤษ’ ตอบแทนที่ช่วยทีมหมูป่า

ชาวเน็ตแห่ช่วยโหวตผลงานประกวดชิงรางวัลของ ‘ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษ’ ตอบแทนที่ช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมี่

จากกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปเที่ยวใน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนพบรถจักรยานและรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ จึงทำการค้นหา ซึ่งใช้เวลา 9 วัน ก่อนนักดำน้ำชาวอังกฤษจะพบทีมหมูป่าอยู่ห่างจากพัทยาบีช 400 ม. โดยทั้งหมดปลอดภัยดี เร่งฟื้นฟูร่างกายและวางเเผนพาออกมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (3 ก.ค. 61) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความว่า… อันนี้ขอแรงพ่อแม่พี่น้องเล็กน้อย ทีมดำน้ำจากอังกฤษที่มาช่วยเด็กๆ และพบเด็กเป็นรายแรกเมื่อวาน เขากำลังลงประกวดกู้ภัยท้องถิ่นที่บ้านเขา โดยตัดสินผลจากการโหวต ทีมที่ชนะจะได้เงินรางวัลประมาณ สองพันปอนด์ หรือประมาณเกือบๆ เก้าหมื่นบาท ให้เอาไปพัฒนาทีมกันต่อ ใครว่างๆ ช่วยกันตอบแทนเขาเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการช่วยกันโหวตให้เขาหน่อยก็ดีนะจ๊ะ

ปล. วิธีโหวตง่ายๆ กดไลค์ กดแชร์ภาพนี้เลย

คลิกลิงค์โหวต https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10156694846028291&id=141108613290