นายแอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำพรรคฝ่ายซ้ายประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเม็กซิโก โดยประกาศจะกวาดล้างการทุจริต
นายแอนเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ วัย 64 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ “อัมโล” (Amlo) นักการเมืองชาตินิยมฝ่ายซ้าย จากพรรคมูฟเมนต์ ฟอร์ เนชันแนล รีเจเนอเรชัน ได้คะแนนร้อยละ 53 คว้าชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีเม็กซิโกเมื่อวันอาทิตย์
ส่วนอันดับ 2 ได้คะแนนร้อยละ 22 คือ นายรีการ์โด อนายา จากพรรคเนชันแนล แอ็กชัน หรือ PAN ด้านอันดับ 3 คือ นายโฮเซ อันโตนิโอ มี้ด อดีตรัฐมนตรีคลัง วัย 49 ปี ผู้สมัครอิสระ แต่ได้รับความสนับสนุนจากพรรค PRI ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ที่มีประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปนญา นีเอโต เป็นสมาชิกคนสำคัญ ได้รับคะแนนเสียงประมาณร้อยละ 16
หลังการประกาศชัยชนะ นายอันโตนีโอ มี้ด ขอให้นายโลเปซ โอบราดอร์ ทำงานให้สำเร็จเพื่อประโยชน์ของเม็กซิโก ขณะที่นายรีการ์โด อนายา คู่แข่งสายอนุรักษ์นิยมวัย 39 ปี ประกาศต่อผู้สนับสนุนว่า ขอยอมรับชัยชนะของนายโลเปซ โอบราดอร์
นายโลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งเคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2549 และ 2555 เรียกร้องให้ชาวเม็กซิกันมีความปรองดองและกล่าวย้ำนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง ที่จะพิจารณาการทำสัญญาด้านพลังงานที่มีสัญญาณของการทุจริต และยืนยันจะจัดการผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนประเด็นความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดนั้น ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ กล่าวว่า เขาจะร่วมประชุมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาโดยตรง ที่เขาจะมีส่วนในการบัญชาการร่วม
แต่หลายฝ่ายแสดงความวิตกว่า แนวทางนโยบายฝ่ายซ้ายและประชานิยมของเขา อาจทำลายสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว และเปลี่ยนเม็กซิโกให้กลายเป็นเหมือนเวเนซุเอลา ที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อครั้งรุนแรง
นอกจากนั้น ในระหว่างการหาเสียง เขามักใช้ถ้อยคำรุนแรงเมื่อกล่าวถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่ในการประกาศชัยชนะ เขาได้กล่าวถ้อยคำที่ประนีประนอม โดยระบุว่าเขาจะแสวงหาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ โดยผู้นำสหรัฐได้ทวีตข้อความแสดงความยินดีกับเขาด้วย



